นายกฯ ไต้หวันย้ำไต้หวันเป็นรุ่นแรกที่จะได้เจรจาปัญหาภาษีกับสหรัฐฯ
สืบเนื่องจากกรณีที่มีรายงานข่าวระบุว่า ไต้หวันไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศรุ่นแรกที่มีกำหนดการในการเจรจาปัญหาศุลกากรกับสหรัฐฯ นายกรัฐมนตรีจั๋วหยงไท่ของไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้ย้ำว่า ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่จะได้เจรจาปัญหาภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ เป็นรุ่นแรก โดยประเด็นการเจรจาที่สำคัญก็คือระบบภาษีเสมอภาค การขจัดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีศุลกากร และประเด็นการควบคุมบริหารการส่งออกเพื่อมิให้เกิดปัญหา “ย้อมแมว” แหล่งกำเนิดสินค้า รวมทั้งหวังว่า ท่ามกลางกระบวนการการปฏิรูประบบระเบียบใหม่ของโลก ไต้หวันจะสามารถรักษาผลประโยชน์ของชาติได้มากที่สุด
ก่อนหน้านี้ ไต้หวันได้มีการเจรจาในระบบออนไลน์กับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่วอล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ประเทศที่จะมีการเจรจากับสหรัฐฯ รุ่นแรกไม่มีชื่อไต้หวัน ในขณะที่นายกรัฐมนตรีจั๋วหยงไท่ของไต้หวันได้ยืนยันในการประชุมผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งชาติไต้หวันว่า ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่จะเปิดเจรจากับสหรัฐฯ รุ่นแรกประเด็นการเจรจาก็จะครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น และเมื่อมีการเจรจาเกิดขึ้นก็จะรายงานให้ประชาชนรับทราบโดยทันที

สภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันประเมินผลกระทบภาษี 32% ทำภาคอุตสาหกรรมลดลง 5%
นายเกาเซียนกุ้ย รองประธานคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติหรือสภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันระบุว่า จากการประเมินในเบื้องต้นพบว่า ภาษีศุลกากรสหรัฐฯ 32% ส่งผลกระทบต่อ GDP ประมาณ 0.5-1.5% และหากคำณวนผลกระทบต่อภาคการผลิตของไต้หวันก็จะลดลงประมาณ 5% ในขณะที่โรงงานไต้หวันอาจจะโยกย้ายเข้าไปลงทุนในเม็กซิโกมากขึ้น กระทบต่อโอกาสในการเพิ่มกำลังการผลิตและโอกาสงานในไต้หวันมากขึ้น
นายเกาเซียนกุ้ยได้รับเชิญสมาคมผู้นำธุรกิจระดับแนวหน้าของไต้หวัน “ซานซานฮุ้ย” หรือ Third Wednesday แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับกรณีการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าไต้หวันของสหรัฐฯ ในหัวข้อ “เศรษฐกิจไต้หวันกับการพัฒนานวัตกรรมอุตสาหกรรม” โดยระบุว่า หากสินค้าไต้หวันถูกจัดเก็บภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ 32% นอกจากจะทำให้มีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจากภาษีแล้ว การส่งออกภาคอุตสาหกรรมก็จะลดลง 26% กระทบการผลิตของภาคอุตสาหกรรมประมาณ 5%
เมื่อจำแนกตามประเภทสินค้าที่ไต้หวันส่งออกไปยังสหรัฐฯ นายเกาเซียนกุ้ยวิเคราะห์ว่า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไอทีซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกสูงถึง 70% โดยเป็นการ์ดแสดงผล เซิร์ฟเวอร์และเซมิคอนดักเตอร์สูงถึง 50% สินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่ตลาดสหรัฐฯ มีความต้องการสูง และต้องนำเข้าจากไต้หวันเท่านั้น หากเราไม่สามารถเจรจาให้ได้อัตราภาษีศุลกากรที่มีความสามารถในการแข่งขัน โรงงานไต้หวันก็อาจย้ายฐานการผลิตไปยังเม็กซิโก จนกระทบต่อการผลิตและโอกาสงานในไต้หวัน
