Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘

นายกฯ ไต้หวันย้ำไต้หวันเป็นรุ่นแรกที่จะได้เจรจาปัญหาภาษีกับสหรัฐฯ 

          สืบเนื่องจากกรณีที่มีรายงานข่าวระบุว่า ไต้หวันไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศรุ่นแรกที่มีกำหนดการในการเจรจาปัญหาศุลกากรกับสหรัฐฯ นายกรัฐมนตรีจั๋วหยงไท่ของไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้ย้ำว่า ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่จะได้เจรจาปัญหาภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ เป็นรุ่นแรก โดยประเด็นการเจรจาที่สำคัญก็คือระบบภาษีเสมอภาค การขจัดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีศุลกากร และประเด็นการควบคุมบริหารการส่งออกเพื่อมิให้เกิดปัญหา “ย้อมแมว” แหล่งกำเนิดสินค้า รวมทั้งหวังว่า ท่ามกลางกระบวนการการปฏิรูประบบระเบียบใหม่ของโลก ไต้หวันจะสามารถรักษาผลประโยชน์ของชาติได้มากที่สุด 

         ก่อนหน้านี้ ไต้หวันได้มีการเจรจาในระบบออนไลน์กับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่วอล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ประเทศที่จะมีการเจรจากับสหรัฐฯ รุ่นแรกไม่มีชื่อไต้หวัน ในขณะที่นายกรัฐมนตรีจั๋วหยงไท่ของไต้หวันได้ยืนยันในการประชุมผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งชาติไต้หวันว่า ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่จะเปิดเจรจากับสหรัฐฯ รุ่นแรกประเด็นการเจรจาก็จะครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น และเมื่อมีการเจรจาเกิดขึ้นก็จะรายงานให้ประชาชนรับทราบโดยทันที 

สภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันประเมินผลกระทบภาษี 32% ทำภาคอุตสาหกรรมลดลง 5%

           นายเกาเซียนกุ้ย รองประธานคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติหรือสภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันระบุว่า จากการประเมินในเบื้องต้นพบว่า ภาษีศุลกากรสหรัฐฯ 32% ส่งผลกระทบต่อ GDP ประมาณ 0.5-1.5% และหากคำณวนผลกระทบต่อภาคการผลิตของไต้หวันก็จะลดลงประมาณ 5% ในขณะที่โรงงานไต้หวันอาจจะโยกย้ายเข้าไปลงทุนในเม็กซิโกมากขึ้น กระทบต่อโอกาสในการเพิ่มกำลังการผลิตและโอกาสงานในไต้หวันมากขึ้น 

           นายเกาเซียนกุ้ยได้รับเชิญสมาคมผู้นำธุรกิจระดับแนวหน้าของไต้หวัน “ซานซานฮุ้ย” หรือ Third Wednesday แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับกรณีการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าไต้หวันของสหรัฐฯ ในหัวข้อ “เศรษฐกิจไต้หวันกับการพัฒนานวัตกรรมอุตสาหกรรม” โดยระบุว่า หากสินค้าไต้หวันถูกจัดเก็บภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ 32% นอกจากจะทำให้มีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจากภาษีแล้ว การส่งออกภาคอุตสาหกรรมก็จะลดลง 26% กระทบการผลิตของภาคอุตสาหกรรมประมาณ 5%

           เมื่อจำแนกตามประเภทสินค้าที่ไต้หวันส่งออกไปยังสหรัฐฯ นายเกาเซียนกุ้ยวิเคราะห์ว่า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไอทีซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกสูงถึง 70% โดยเป็นการ์ดแสดงผล เซิร์ฟเวอร์และเซมิคอนดักเตอร์สูงถึง 50% สินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่ตลาดสหรัฐฯ มีความต้องการสูง และต้องนำเข้าจากไต้หวันเท่านั้น หากเราไม่สามารถเจรจาให้ได้อัตราภาษีศุลกากรที่มีความสามารถในการแข่งขัน โรงงานไต้หวันก็อาจย้ายฐานการผลิตไปยังเม็กซิโก จนกระทบต่อการผลิตและโอกาสงานในไต้หวัน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解