Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2568

กระทรวงแรงงานตั้งรางวัลนำจับการทำงานผิดกฎหมายและการจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
กระทรวงแรงงานตั้งรางวัลนำจับการทำงานผิดกฎหมายและการจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

1. เตือน! ห้ามจ้างแรงงานผิดกฎหมาย ส่งเสริมให้ประชาชนแจ้งเบาะแส ตั้งรางวัลนำจับ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จ่ายเงินรางวัลแล้วกว่า 36.5 ล้านเหรียญ

          การจ้างแรงงานในไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตหรือผู้ใช้แรงงานในครัวเรือน ต้องได้รับอนุญาตซึ่งมีเงื่อนไขและข้อจำกัด ส่งผลให้นายจ้างจำนวนหนึ่ง ซึ่งต้องการใช้แรงงานอย่างเร่งด่วน มักจะว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ส่งผลให้แรงงานต่างชาติหลบหนีมากขึ้นต่อเนื่อง เพื่อจะแก้ปัญหาดังกล่าว นอกจากเพิ่มการประสัมพันธ์แล้ว กระทรวงแรงงานยังส่งเสริมให้มีการแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสนายจ้างที่ว่าจ้างชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย นายหน้าจัดหางานเถื่อนและแรงงานต่างชาติหลบหนี รวมถึงชาวต่างชาติที่ถือฟรีวีซ่าแต่อยู่ทำงานอย่างผิดกฎหมาย ด้วยการตั้งรางวัลนำจับ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการยื่นขอรับรางวัลนำจับแล้ว 3,678 คดี และจ่ายเงินรางวัลรวมกว่า 36.5 ล้านเหรียญ

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งในไถหนาน จับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายได้ 26 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานเวียดนาม (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน)

          เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนช่วยกันรายงานการกระทำผิดกฎหมาย กรมพัฒนากำลังแรงงาน ในสังกัดของกระทรวงแรงงานได้จัดตั้งสายด่วนแจ้งเบาะแสแบบโทรฟรีหมายเลข 0800-000-978 พร้อมทั้งกำหนด หลักเกณฑ์การจ่ายรางวัลสำหรับผู้รายงานการละเมิดกฎหมายด้านการจ้างงาน ผู้ใดแจ้งเบาะแสซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้ จะมอบเงินรางวัลตามจำนวนผู้ถูกจับกุมและลักษณะของคดี 

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจู่โจมตรวจสอบโรงเชือดและชำแหละไก่ในเขตว่านหัว กลางกรุงไทเป จับ 22 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย (ภาพจาก CNA)

          จากข้อมูลพบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีคดีที่ได้รับรางวัลรวม 3,678 คดี จ่ายเงินรางวัลนำจับรวมกว่า 36.5 ล้านเหรียญ สามารถจับกุมแรงงานต่างชาติที่ทำงานผิดกฎหมายได้ 8,193 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวแต่อยู่ทำงานอย่างผิดกฎหมายจำนวน 5,574 คน ส่วนนายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมายและชาวต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตถูกจับกุม 2,673 คน และนายหน้าจัดหางานผิดกฎหมาย 95 คน 

จับนายหน้าเถือน นายจ้างและแรงงานผิดกฎหมายกลางสวนที่เมืองไถหนานจำนวน 15 คน (ภาพจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน)

          กระทรวงแรงงานระบุว่า การจัดตั้งเงินรางวัลแจ้งเบาะแส มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการจ้างงานผิดกฎหมาย ทั้งแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างและชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวอยู่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยรางวัลจะแบ่งตามประเภทของผู้ถูกจับกุม ได้แก่ นายจ้างผิดกฎหมาย นายหน้าหรือบริษัทจัดหางงานผิดกฎหมาย และแรงงานต่างชาติที่ทำงานผิดกฎหมาย 

          สำหรับการจ้างแรงงานผิดกฎหมายหรือชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต : 

          - ผู้แจ้งเบาะแสและนำไปสู่การจับกุมได้ 1 คน ได้รับรางวัล 10,000 เหรียญ

          - 2-4 คน ได้รับ 20,000 เหรียญ

          - 5-7 คน ได้รับ 50,000 เหรียญ

          - 8-10 คน ได้รับ 60,000 เหรียญ

          - 11 คนขึ้นไป ได้รับ 70,000 เหรียญ

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับแรงงานผิดกฎหมายลักลอบทำงานตามไซต์งานก่อสร้างในนครเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเถาหยวน)

          ส่วนนายหน้าเถื่อนหรือบริษัทจัดหางานผิดกฎหมาย : 

          - จับกุมได้ 1 คน ได้รับรางวัล 20,000 เหรียญ 

          - 2-4 คน ได้รับ 50,000 เหรียญ

          - 5 คนขึ้นไป ได้รับ 70,000 เหรียญ 

ตำรวจหนานโถวจับแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายตั้งแก๊งลักลอบตัดไม้สงวน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหนานโถว)

          สำหรับการแจ้งเบาะแสแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายหรือชาวต่างชาติที่ลักลอบทำงาน : 

          - จับกุมได้ 1-3 คน ได้รับ 5,000 เหรียญ

          - 4-6 คน ได้รับ 10,000 เหรียญ 

          - 7-9 คน ได้รับ 15,000 เหรียญ 

          - 10 คนขึ้นไป ได้รับ 20,000 เหรียญ 

ตามป่าและภูเขาทางภาคกลางมีแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายจำนวนมากลักลอบทำงานเกษตรและเก็บใบชา (ภาพจาก udn.com)

          กระทรวงแรงงานเตือนให้นายจ้างต้องจ้างแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากไต้หวันใช้ระบบห้ามชาวต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต การจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานจะต้องขออนุญาตและได้รับการอนุมัติจากกระทรวงแรงงานก่อน แนะนายจ้างที่มีความจำเป็นต้องจ้างงานด่วน ควรปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอน คือ ตรวจสอบ ตรวจเช็กและสอบถาม 

          โดยก่อนจ้างงาน นายจ้างต้อง : 

          1. ตรวจสอบเอกสารสำคัญ เช่น ใบอนุญาตทำงานและบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC

          2. ตรวจเช็กว่าเอกสารตรงกับตัวบุคคลหรือไม่ 

          3. สอบถามสถานะว่าเป็นผู้ต้องถิ่นฐานใหม่หรือชาวต่างชาติที่แต่งงานกับชาวไต้หวัน หรือเป็นผู้ติดตาม นักศึกษาต่างชาติ หรือแรงงานต่างชาติ 

          ส่วนนายจ้างใช้บริการบริษัทจัดหางาน ต้องตรวจสอบว่า เป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตและมีการจดทะเบียนอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ 

          กระทรวงแรงงานย้ำว่า หากนายจ้างคำนึงถึงเฉพาะปัญหาขาดแคลนแรงงานเฉพาะหน้าและละเลยขั้นตอนข้างต้น นำไปสู่การจ้างชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย อาจต้องเสียค่าปรับสูงสุดถึง 750,000 เหรียญไต้หวัน

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทุกท้องที่ตรวจสอบแรงงานผิดกฎหมายตามหอพัก สถานที่ทำงานและไซต์งานก่อสร้างต่าง ๆ อย่างเข้มข้น (ภาพจาก kingtop.com.tw)

2. สาวเวียดนามที่ไทจงโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายโดนปล้น 630,000 โชคดีที่แจ้งความตำรวจจับแก๊งหลอกโอนเงินเวียดนามตามเงินคืนมาได้ใน 5 ชั่วโมง

          นางสาวโด๋ อายุ 33 ปี แรงงานหญิงชาวเวียดนาม ทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในนครไทจง ต้องการจะโอนเงินจำนวน 630,000 เหรียญที่อุตส่าห์อดออมมานานกลับบ้าน และเพื่อจะประหยัดค่าธรรมเนียมการโอนและได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดี เห็นโฆษณาในโซเชียลค่าโอนถูก เรตดี ถึงบ้านไว จึงตัดสินใจใช้บริการ หลังนำเงินสดไปส่งตามนัด คนให้บริการซึ่งเป็นหนุ่มสาวชาวเวียดนามคู่หนึ่ง เมื่อรับเงินไปแล้ว อ้างโน่นอ้างนี่ไม่ยอมโอนเงินหรือเขียนหลักฐานการโอนเงินใด ๆ และยังขับรถหลบหนีไป นางโด๋รีบโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้ายจากกล้องวงจรปิด จับกุมคนร้ายซึ่งเป็นคู่รักได้ภายใน 2 ชั่วโมง และตามเงินทั้งหมดคืนมาให้แก่ผู้เสียหายได้ภายใน 5 ชั่วโมง

ตำรวจแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้ายจากกล้องวงจรปิด จับกุมคนร้ายซึ่งเป็นคู่รักได้ภายใน 2 ชั่วโมง และตามเงินทั้งหมดคืนมาให้แก่ผู้เสียหายได้ภายใน 5 ชั่วโมง (ภาพจาก chinatimes.com)

           โฆษกสถานีตำรวจไทจงแถลงว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุจากนางสาวโด๋ แรงงานหญิงเวียดนามที่ทำงานอยู่ในไทจงถูกคนร้ายหลอกปล้นเงินจำนวน 630,000 เหรียญ เริ่มจากนางสาวโด๋เก็บออมเงินได้ก้อนหนึ่งเตรียมส่งกลับบ้านให้ครอบครัว เนื่องจากต้องการประหยัดค่าโอนและอัตราแลกเปลี่ยนที่ดี เห็นในโซเชียลกลุ่มคนบ้านเดียวกันโฆษณาโอนถึงบ้านทันที เรตดี ค่าธรรมเนียมถูก จึงใช้บริการโดยนัดหมายส่งมอบเงินและโอนเงินในบ้านเช่าหลังหนึ่งที่เขตต้าหลี่ เมื่อไปถึงพบนายฟาน อายุ 28 ปีและนางสาวเล อายุ 21 ปี แรงงานเวียดนามเช่นเดียวกันและเป็นคู่รัก หลังส่งมอบเงินให้แล้ว นางสาวโด๋สังเห็นภายในบ้านผิดสังเกตไม่เหมือนทำธุรกิจรับโอนเงิน และชาวเวียดนามทั้งสองไม่ยอมโอนเงินเข้าบัญชีที่บ้านทันทีตามที่โฆษณา ยังหาทางบ่ายเบี่ยงและอ้างต้องไปโอนข้างนอก จากนั้นขับรถหนีไปพร้อมกับเงิน 630,000 เหรียญ นางสาวโด๋ ตกใจเมื่อตั้งสติได้ โทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุและตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ติดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย และวิทยุขอกำลังเสริมสกัดและจับรถคันดังกล่าวพร้อมผู้ร้ายทั้งสองได้ในบริเวณเขตต้าหลี่ภายใน 2 ชั่วโมง แต่ไม่พบเงินของผู้เสียหาย เมื่อสอบถามจึงทราบนำเงินดังกล่าวไปใช้หนี้ ตำรวจไม่ละความพยายาม จากข้อมูลของผู้ต้องหาสามารถติดตามเงิน 630,000 เหรียญกลับมาได้ภายในเวลา 5 ชั่วโมง

ตำรวจแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้ายจากกล้องวงจรปิด จับกุมคนร้ายซึ่งเป็นคู่รักได้ภายใน 2 ชั่วโมง และตามเงินทั้งหมดคืนมาให้แก่ผู้เสียหายได้ภายใน 5 ชั่วโมง (ภาพจาก chinatimes.com)

          ตำรวจแถลงว่า ผู้ร้ายทั้งสองเป็นคู่รักที่มีแผนเตรียมเดินทางกลับบ้านไปแต่งงานในสัปดาห์ถัดไป แต่ต้องยกเลิกแผนวิวาห์เนื่องจากถูกจับตกเป็นผู้ต้องหา และยังอ้างว่า พวกตนเป็นเพียงคนมารับเงินตามคำสั่งของพี่ใหญ่ ไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องการโอนเงิน ตำรวจสันนิษฐานน่าจะมีขบวนการบงการอยู่เบื้องหลัง จึงควบคุมตัวส่งสำนักงานอัยการไทจงดำเนินคดีและขยายผลติดตามผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป

          โฆษกสถานีตำรวจไทจง เตือนแรงงานต่างชาติว่า การโอนเงินผ่านธนาคารหรือผ่านช่องทางที่ทางการอนุญาต อาจยุ่งยากและต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่มีหลักประกัน การโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมาย ไม่เพียงแต่ไร้หลักประกัน อาจสูญเงิน และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายด้วย สำหรับขบวนการที่ให้บริการโอนเงินผิดกฎหมายและแก๊งมิจฉาชีพ ตำรวจจะปฏิบัติการตรวจสอบและกวาดล้างต่อเนื่อง

ตำรวจแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้ายจากกล้องวงจรปิด จับกุมคนร้ายซึ่งเป็นคู่รักได้ภายใน 2 ชั่วโมง และตามเงินทั้งหมดคืนมาให้แก่ผู้เสียหายได้ภายใน 5 ชั่วโมง (ภาพจาก chinatimes.com)

          แรงงานเวียดนามในไต้หวันมีจำนวนมากกว่า 280,000 คนเป็นอันดับสองรองจากอินโดนีเซีย แต่จากข้อมูลเมื่อปี 2565 ตลอดทั้งปี ยอดจำนวนเงินที่โอนกลับประเทศผ่านช่องทางถูกกฎหมายของแรงงานทั้งสองชาติ พบว่า แรงงานเวียดนามที่มีจำนวนพอ ๆ กับแรงงานอินโดนีเซียโอนเงินกลับประเทศเพียง 117 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่แรงงานอินโดนีเซียโอนเงินกลับประเทศสูงถึง 1,748 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกันตั้ง 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากคำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน คาดว่า แรงงานเวียดนามโอนเงินกลับบ้านผ่านระบบใต้ดินสูงกว่า 500 ล้านเหรียญไต้หวันต่อปี

          ด้านกระทรวงแรงงานกล่าวเตือนว่า การโอนเงินกลับบ้าน โปรดเลือกโอนผ่านช่องทางถูกกฎหมายที่มีหลักประกัน ! ได้แก่ ธนาคาร ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินให้ทำธุรกรรมโอนเงินแรงงานต่างชาติกลับประเทศและบริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็สามารถช่วยดำเนินการโอนเงินแทนแรงงานต่างชาติได้ การโอนเงินใต้ดินฟังดูแล้วเหมือนจะสะดวก รวดเร็วและค่าธรรมเนียมถูก แต่ความจริงแล้วแฝงไว้ด้วยความเสี่ยงอย่างใหญ่หลวง เช่นผู้ประกอบการผิดกฎหมายหอบเงินหนี อาจถูกชิงทรัพย์ในระหว่างที่ไปโอนเงิน หากผู้ประกอบการผิดกฎหมายถูกตรวจพบ จะถูกอายัดทรัพย์ทำให้อาจไม่ได้รับเงินคืน หรืออาจตกเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในคดีฟอกเงินหรือหลอกลวงต้มตุ๋นโดยไม่รู้ตัว

3. 8 ผีน้อยไทยเมาชกกันเอง รุ่งขึ้นกลายเป็นศพ อีก 7 ร่วมกับนายจ้างขนร่างฝังในป่า ศาลสั่งชดใช้ค่าเสียหายแก่ทายาทและจำคุกคนละ 10 เดือน

          เหตุการณ์ที่คนไทยถือฟรีวีซ่าเดินทางเข้าไต้หวันหางานทำอย่างผิดกฎหมายหรือที่เรียกกันว่าผีน้อย เมาสุราทะเลาะวิวาทและชกต่อยกัน วันรุ่งขึ้นเสียชีวิต 1 ราย นายจ้างกลัวมีความผิดสั่งให้คนอื่น ๆ ร่วมกันขนศพไปฝังในป่าคดีนี้ เกิดขึ้นที่หมู่บ้านกวั่นตง ตำบลกงกวั่น เมืองเหมียวลี่ คนไทย 8 คนเดินทางเข้าไต้หวันโดยฟรีวีซ่า ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายกับนายเติ้ง ผู้รับเหมาย่อยไซต์งานก่อสร้างในเหมียวลี่ ลูกสาวผู้ตายได้รับแจ้งจากแฟนคุณพ่อ แต่ไม่เชื่อว่าพ่อป่วยตาย ติดต่อกับคนไทยที่รู้จักกันช่วยแจ้งความ ตำรวจตรวจพบจุดฝังศพขุดร่างออกมาตรวจสอบ จับนายจ้าง คู่กรณี คนช่วยฝังและอื่น ๆ รวม 7 คน ทั้งหมดเป็นคนไทยที่อยู่เลยกำหนดและทำงานอย่างผิดกฎหมาย 1 ในจำนวนนี้ในมือถือยังมีภาพและคลิปขณะฝังศพ หลังจากที่นายจ้างจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายแก่ทายาทผู้ตาย 100,000 เหรียญ ผู้ต้องหาแรงงานไทยทั้งหมดรับจะจ่ายเงินชดใช้คนละ 10,000 เหรียญ เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นเหมียวลี่ ตัดสินจำคุกคนละ 10 เดือน หลังพ้นโทษแล้ว คนไทยทั้ง 7 จะถูกเนรเทศขับออกนอกประเทศ

สถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าที่นายจ้างจัดให้ผีน้อยไทยพักอาศัย ในตำบลกงกวั่น เมืองเหมียวลี่ (ภาพจาก mirrormedia.mg)

          คดีนี้ ผู้ตายคือนายสมใจ อายุ 47 ปี จากจังหวัดสกลนคร เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 แต่อยู่เลยกำหนดและผ่านนายหน้าคนไทยหางานทำในไซต์งานก่อสร้างของผู้รับเหมาย่อยที่ตำบลกงกวั่น เมืองเหมียวลี่ โดยนายจ้างเช่าบ้านให้คนไทยที่เป็นลูกจ้างเหล่านี้พักอาศัย ผู้ตายมีแฟนคนไทยเดินทางมาทำงานเป็นผีน้อยในไต้หวันเช่นกัน แต่ไม่ได้ทำงานอยู่ที่เดียวกัน นัดเจอกันเฉพาะในวันหยุดพัก

          วันที่เกิดเหตุ เป็นช่วงกลางคืนวันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2567 ซึ่งเป็นวันหยุดงาน นายสมใจ และนายวิทวัตร อายุ 31 ปีมาจากจังหวัดขอนแก่น พร้อมเพื่อนคนไทยอีก 1 คน นั่งดื่มสุราในบ้านเช่าจนมีอาการเมาและเกิดการทะเลาะวิวาทถึงขั้นชกต่อยกัน นายสมใจถูกนายวิทวัตรชกจนล้ม เช้าวันรุ่งขึ้นพบว่านายสมใจสิ้นลมหายใจแล้ว จึงรีบติดต่อนายเติ้ง ชาวไต้หวันอายุ 55 ปีผู้เป็นนายจ้าง เมื่อนายเติ้งเดินทางมาถึงตรวจดูร่างนายสมใจแน่ใจว่าเสียชีวิตแล้ว สั่งให้นายวิทวัตรและเพื่อนขนศพขึ้นรถ ขับเข้าป่าบริเวณสวนสตรอว์เบอร์รีร้างห่างจากบ้านเช่าประมาณ 5 กม. ขุดหลุมฝังศพผู้ตายอำพรางคดี จากนั้นนายวิทวัตรและเพื่อนหลบหนีไป ส่วนนายเติ้ง ได้เดินทางไปทำธุระที่จีนแผ่นดินใหญ่ตามกำหนดซึ่งวางแผนไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว

ตำรวจดักจับ 2 ผู้ต้องหาคนไทยที่แอบกลับมาบ้านเช่าเพื่อเอากระเป๋าสัมภาระ (ภาพจากสถานีตำรวจเหมียวลี่)

          แฟนสาวของผู้ตายได้รับแจ้งจากเพื่อนในวันที่ 16 กันยายน 2567 อ้างว่านายสมใจเสียชีวิตแล้วด้วยโรคใหลตาย จึงแจ้งข่าวให้ลูกสาวผู้ตายในไทยทราบ เมื่อลูกสาวทราบข่าวร้าย ไม่เชื่อว่าคุณพ่อจะเสียชีวิตด้วยโรค จึงติดต่อกับคุณนก หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อครูนก คนไทยที่ตั้งรากอยู่ในไต้หวัน คุณนกช่วยแจ้งความ สถานีตำรวจเหมียวลี่ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ทันทีในวันที่ 17 กันยายน ซึ่งเป็นวันหยุดเนื่องในโอกาสวันไหว้พระจันทร์ สามารถจับกุมคนไทยที่อยู่เลยวีซ่าและทำงานอย่างผิดกฎหมายได้ 5 คน คนไทยทั้ง 5 ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ 1 ในจำนวนนี้ ในมือถือยังมีภาพและคลิปขณะฝังศพ ส่วนนายวิทวัตรที่ชกต่อยกับผู้ตายและคนไทยอีกรายที่ช่วยนำศพไปฝัง ถูกตำรวจดักจับได้เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 19 กันยายน หลังจากทั้งสองหลบหนีไปและแอบย่องกลับมาที่บ้านเช่า เพื่อเอาสิ่งของสัมภาระ

ตำรวจขุดร่างของแรงงานไทยที่ชกต่อยกับเพื่อนชาติเดียวกันและเสียชีวิตในวันต่อมาออกจากหลุมฝังศพห่างจากบ้านเช่า 5 กม. (ภาพจากสถานีตำรวจเหมียวลี่)

          คำพิพากษาของศาลระบุว่า หลังถูกดำเนินคดี นายเติ้งแสดงความเสียใจด้วยการจ่ายเงินชดใช้ทายาท 100,000 เหรียญ ส่วนผู้ต้องหาแรงงานไทยรายอื่น ๆ ก็รับว่าจะจ่ายค่าชดใช้คนละ 10,000 เหรียญ ประกอบกับการชันสูตรศพ พบผู้ตายมีโรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ อาจนำไปสู่ภาวะช็อก และไม่มีบาดแผลหรือรอยฟกช้ำในร่างของผู้ตาย ไม่สามารถสรุปได้ว่าสาเหตุการตายโดยตรงเกิดจากการชกต่อยกัน จึงตัดสินจำคุกผู้ต้องหาคนละ 10 เดือน ข้อหาทิ้งและอำพรางศพ

ตำรวจจับ 7 ผู้ต้องหาคนไทยที่ถือฟรีวีซ่าแอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย และช่วยกันขนศพเพื่อนร่วมชาติไปฝังอำพรางคดี (ภาพจากสถานีตำรวจเหมียวลี่)

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解