หากคนวัย 55 ปีขึ้นไปอยากไปเรียนมหาวิทยาลัย จะต้องแข่งขันสอบ เอ็นทรานซ์ แข่งกับเด็กมัธยมปลายเท่านั้นหรือ? คำตอบคือ ไม่จำเป็น กระทรวงศึกษาธิการไต้หวันเตรียมเปิดโครงการทดลอง "มหาวิทยาลัยวัยที่สาม " ในปีการศึกษา 2025 โดยเน้นการเชื่อมโยงการศึกษาระดับอุดมศึกษาเข้ากับการเรียนรู้ตลอดชีวิต โครงการนี้จะตอบโจทย์ชีวิตที่สามของผู้สูงวัยได้จริงหรือไม่? และมีความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยวัยเกษียณหรือมหาวิทยาลัยชุมชนอย่างไร?
คาดว่า ภายในสิ้นปี 2025 สัดส่วนประชากรไต้หวันที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะสูงถึง 20.8% ก้าวเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society) " อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ประเด็นเกี่ยวกับการศึกษาสำหรับผู้สูงวัยได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อไม่นานมานี้ อธิการบดีและรองอธิการบดีจากมหาวิทยาลัย 38 แห่งได้รวมตัวกันที่กระทรวงศึกษาธิการ ราวกับเป็นการประชุมอธิการบดีระดับเล็ก แต่ครั้งนี้ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่นักศึกษาวัยหนุ่มสาว หากเป็นประชากรวัยกลางคนและสูงวัยกว่า 8 ล้านคน ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทใหม่ของมหาวิทยาลัยที่มีต่อความรับผิดชอบทางสังคม
โครงการนี้จะเริ่มในปีการศึกษา 2025 โดยมีมหาวิทยาลัย 38 แห่งเข้าร่วมในปีแรก และตั้งเป้ารับสมัครนักศึกษา 1,500 - 2,000 คน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชากรวัย 55 ปีขึ้นไปสามารถเข้าถึงการศึกษาที่หลากหลาย
ระบบการรับสมัครและรูปแบบการศึกษา โดยเปิดสอนทั้งในหลักสูตรปริญญาตรีภาคปกติ, หลักสูตรภาคพิเศษ และมหาวิทยาลัยเปิด สำหรับผู้มีอายุ 55 ปีขึ้นไปและมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่า สามารถสมัครได้ โดยสามารถเรียนได้สูงสุดถึง 10 ปี พร้อมระบบการเรียนที่ยืดหยุ่น เข้าเรียนหรือหยุดเรียนตามความต้องการ และไม่ต้องแข่งขันสอบเข้ากับนักเรียนมัธยมปลาย เนื่องจากโครงการนี้ใช้ระบบการรับสมัครแยกต่างหาก
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการเรียนเป็นไปตามอัตราค่าหน่วยกิตของภาคพิเศษ สามารถได้รับสถานภาพนักศึกษาอย่างเป็นทางการ พร้อมสิทธิ์ประกันนักศึกษา, กู้ยืมเพื่อการศึกษา และส่วนลดค่าโดยสารสำหรับนักศึกษา เมื่อเรียนครบ 12 - 18 หน่วยกิต จะได้รับประกาศนียบัตรจากกระทรวงศึกษาธิการ หากเรียนจบตามหลักสูตรที่กำหนด สามารถ รับปริญญาตรีได้อย่างเป็นทางการ ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของไต้หวันในการส่งเสริม การเรียนรู้ตลอดชีวิต และสนับสนุนให้ผู้สูงวัยสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ต่อไป ไม่ว่าจะเพื่อความรู้ ความสุข หรือโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิตที่สาม
สำหรับในระยะแรก มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ "มหาวิทยาลัยวัยที่สาม " ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยของรัฐได้แก่ ม. จงเจิ้ง, ม.จงยาง, ม.จี้หนาน, ม.เหลียนเหอ, ม.เจียอี้, ม.จินเหมิน, ม.ไทเป, ม.เทคโนโลยีไทจง, ม.เทคโนโลยีฉินอี้, ม.เปิดแห่งชาติและม.เปิดนครเกาสง ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนที่เข้าร่วม ได้แก่ ม.ฝู่เหริน, ม.ตั้นเจียง, ม.หมิงฉวน, ม.ตงไห่ และสถาบันการจัดการทางการเงินจงซิ่น โดยในช่วงครึ่งปีแรกของโครงการ สถาบันเหล่านี้จะวางแผนหลักสูตรและส่งให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาเพื่อขอรับเงินสนับสนุน

