Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ชีพจรเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ชีพจรเศรษฐกิจประจำวันที่ 19 มิถุนายน 2568
ชีพจรเศรษฐกิจประจำวันที่ 19 มิถุนายน 2568

ค่าเช่าบ้านราคาแรง กดดันเงินเฟ้อให้ยังคงอยู่

    แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไต้หวันในปี 2025 จะเริ่มชะลอลงจากระดับสูงสุดในปีที่ผ่านมา แต่ประชาชนกลับยังรู้สึกถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะใน "ภาคที่อยู่อาศัย" ซึ่ง ค่าเช่าบ้านยังคงพุ่งไม่หยุด และกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าครองชีพสูงต่อเนื่อง

    ข้อมูลจาก Global Property Guide เว็บไซต์วิเคราะห์และจัดทำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ระบุว่าในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 ดัชนีค่าเช่าที่อยู่อาศัยยังคงเพิ่มขึ้น อัตราผลตอบแทนค่าเช่าเฉลี่ย หรือ(Gross Rental Yield) ของไต้หวันอยู่ที่ 2.24% เพิ่มขึ้นจาก 2.15% ในไตรมาส 3 ของปี 2024 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดปล่อยเช่าเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ถึงแม้จะยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับตลาดอสังหาฯ ระดับโลก

    จากข้อมูลล่าสุด “ค่าเช่าห้องแบบหนึ่งห้องนอนในไทเปอยู่ที่ประมาณ 31,600 เหรียญไต้หวัน/เดือน ซึ่งถ้าเทียบกับรายได้เฉลี่ยของคนวัยทำงานไต้หวันที่ประมาณ 40,000–50,000 เหรียญไต้หวัน ท่ากับว่าค่าเช่าห้องกินไปมากว่าครึ่งของรายได้ต่อเดือน  ในขณะที่ราคาซื้อขายอสังหาฯแบบ1ห้องนอนจะอยู่ที่ประมาณ 20.8 ล้านเหรียญไต้หวัน หากเป็นกรณีซื้อแล้วปล่อยเช่าอัตราผลตอบแทนค่าเช่า (Gross rental yield) อยู่ที่ประมาณ 1.82% งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆในเอเชีย สำหรับห้อง 2 ห้องนอนผลตอบแทนสูงสุดจะอยู่ที่ 2.39% ซึ่งมีราคาซื้อขายที่สูงมาก แต่กลับให้อัตราผลตอบแทนต่ำ นอกจากจะไม่จูงใจนักลงทุนแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าราคาซื้ออสังหาฯ เติบโตเร็วกว่าราคาค่าเช่ามาก ภาวะนี้สะท้อนถึง "ฟองสบู่ค่าเช่า" ที่ประชาชนต้องแบกรับ คนทั่วไปที่ไม่สามารถซื้อบ้านได้ก็ยังต้องเผชิญกับค่าเช่าที่สูง เพราะเจ้าของก็ต้องพยายามตั้งราคาที่สูงเพื่อให้คุ้มกับต้นทุนที่จ่ายไป ถึงแม้จะสวนทางกับรายได้ของผู้เช่าก็ตาม และเมื่อค่าเช่าเพิ่มขึ้นในขณะที่รายได้เฉลี่ยของประชาชนไม่ได้ปรับตัวตาม คนรุ่นใหม่จำนวนมากจึงไม่สามารถซื้อบ้านได้ หรือแม้แต่การเช่าก็ยังกลายเป็นภาระที่หนักอึ้ง ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่ประชากรเริ่มย้ายออกจากเมืองไทเปไปยังเมืองอื่น เช่น เกาสงและไถหนาน ที่ค่าเช่ายังอยู่ในระดับที่ "พอจ่ายไหว" 

     แม้รัฐบาลไต้หวันจะมีพยายามช่วยสนับสนุนค่าเช่าผ่านโครงการบ้านเช่าสำหรับคู่สมรสและครอบครัวใหม่ แต่ในทางปฏิบัติหลายคนยังเข้าไม่ถึงสิทธิเหล่านี้ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานอิสระและคนทำงานนอกระบบ

ผลผลิตมะม่วงอ้ายเหวินที่ผิงตงลดลงเหลือเพียง 30% ราคามะม่วงแชมป์พุ่งทะลุกล่องละ 3,000 เหรียญ

    ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมาทางเมืองผิงตงได้ประกาศผลการประกวดมะม่วงสายพันธุ์อ้ายเหวิน มะม่วงสายพันธุ์ที่อร่อยที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดในไต้หวัน  โดยในช่วงฤดูร้อนจะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวมะม่วงที่ให้ผลผลิตเยอะที่สุดของปี ทั้งนี้เมืองผิงตงถือเป็นแหล่งปลูกมะม่วงอ้ายเหวินที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไต้หวัน รองจากนคะไถหนาน โดยผู้ชนะที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้คือ คุณฟาง กว้านเหวิน ส่วนรองชนะเลิศคือ คุณหลู ว่างเซิง 

     ทั้งนี้ทางผู้จัดการประกวดเปิดเผยว่ามะม่วงที่ใช้ในการแข่งขันปีนี้ได้มายากเป็นอย่างมาก โดยเกษตรกรประเมินว่าหากเทียบกับปีที่ผ่านมาผลผลิตตลอดทั้งปีอาจจะลดลงเหลือเพียง 30% เท่านั้น เนื่องมาจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวมะม่วงในขณะนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพายุเมื่อปีที่แล้วและอากาศหนาวในปีนี้ ส่งผลให้ต้นมะม่วงออกผลน้อยลงมาก 

     กรมการเกษตรเมืองผิงตงระบุว่ามะม่วงอ้ายเหวินถือเป็นผลไม้ฤดูร้อนสำคัญของพื้นที่ หากมีสภาพภูมิอากาศและดินที่เหมาะสมจะทำให้ได้ผลผลิตที่หอมหวาน เนื้อแน่นมีความหนึบเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลไม้ส่งออกหลักของไต้หวัน สำหรับพื้นที่เพาะปลูกในผิงตงมีประมาณ 26,084 ไร่ ถือเป็นแหล่งผลิตใหญ่อันดับสองของไต้หวัน ครอบคลุมหลายตำบล เช่น ฝางเหลียว ฝางซัน ซื่อจื่อ และชุนรื่อ โดยจะให้ผลผลิตรวมปีละ 55,536 ตัน

     นายกเทศมนตรีเมืองผิงตง โจว ชุนหมี่ กล่าวในพิธีมอบรางวัลว่า แม้ว่าเมื่อปีที่แล้วภาคเกษตรจะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ แต่เกษตรกรผิงตงได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและคุณภาพที่มั่นคง มะม่วงจากผิงตงยังคงเป็นผลไม้ส่งออกหลัก โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น ทั้งนี้ยังเชิญชวนให้ประชาชนสนับสนุนผลผลิตท้องถิ่นในช่วงฤดูกาลนี้

ภัยหนาวกระทบหนัก! น้อยหน่า และ มะม่วง ผลผลิตลดลง อ้ายเหวินพุ่งทะลุ 100 เหรียญต่อชั่ง

     พื้นที่เพาะปลูก น้อยหน่าในเขตกุ้ยเหริน นครไถหนาน ที่มีมากกว่า 375 ไร่  ถือเป็นแหล่งผลิตใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกของไต้หวัน แต่เนื่องจากในเดือนมีนาคมปี 2025 ที่ผ่านมานี้ ยังคงมีคลื่นความเย็นพัดเข้ามา ส่งผลให้ต้นน้อยหน่าที่ควรจะออกลูกเต็มต้นกลับโล่งเตียนผลผลิตลดลงอย่างน้อย 50% ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่

     ตามปกติแล้วช่วงนี้ของปีสวนน้อยหน่าในเขตกุ้ยเหริน ควรจะมีลูกน้อยหน่าขนาดเท่ากำปั้นเต็มต้น และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม แต่ปีนี้กลับไม่มีผลผลิต คุณสวี่ จิ้นเต๋อ เกษตรกรผู้ปลูกน้อยหน่าในกุ้ยเหรินกล่าวว่า "ช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีคลื่นความเย็น อากาศหนาวมาก พอตอนนี้ถึงฤดูติดผล กลับไม่มีดอกเลย ซึ่งรุนแรงมากถึงขั้นที่ว่าต้นน้อยหน่าเหล่านี้ไม่สามารถอยู่รอดได้"

      ทางด้านอำเภออวี่จิ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการเพาะปลูกมะม่วง ก็ประสบปัญหาได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะมะม่วงพันธุ์อ้ายเหวิน ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทะลุ 100 เหรียญไต้หวันต่อชั่ง(台斤) มะม่วงพันธุ์อื่น เช่น จินหวง และอวี่เหวิน ราคาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และเนื่องจากต้นทุนการรับซื้อมะม่วงในปีนี้มีราคาสูงที่สุดในรอบหลายปี ทำให้ผู้ประกอบการร้านไอศกรีมมะม่วงจึงจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาตามไปด้วย

     คุณเซี่ย เจ้าของร้านขายมะม่วงกล่าวว่า "มะม่วงจินหวงคุณภาพดีหน่อยตอนนี้ราคาขั้นต่ำในตลาดก็อยู่ที่ 85 เหรียญขึ้นไป จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 25 เหรียญ แต่เพราะปีนี้ผลผลิตน้อยเนื่องจากปัญหาสภาพอากาศ"

     นอกจากนี้ถนนสายที่มีร้าน “น้ำแข็งไสเกล็ดหิมะมะม่วง” ที่มีชื่อเสียงของอวี่จิ่งต่างก็ทยอยปรับราคาขึ้นเพื่อตอบรับกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น คุณเจี้ยน เจ้าของร้านน้ำแข็งไสมะม่วง กล่าวว่า "ทางร้านได้ขึ้นราคาเป็นการชั่วคราว 30 เหรียญ โดยต้องรอราคามะม่วงเริ่มทรงตัว ค่อยตัดสินใจอีกครั้งว่าจะปรับราคาขึ้นเท่าไหร่ เพราะมะม่วงแพงมาก แพงสุดในรอบกว่า 30 ปีตั้งแต่เปิดร้านมา เมื่อวานเพิ่งไปรับมะม่วงอ้ายเหวินมา ราคาต่ำสุดยังอยู่ที่ 120 เหรียญ" คุณจวง ผู้ประกอบการอีกท่านกล่าวว่า "มะม่วงแพงกว่าปีที่แล้วเกือบเท่าตัวเลย ตอนนี้น้ำแข็งไสมะม่วงหนึ่งถ้วยเราต้องปรับราคาขึ้นประมาณ 20 เหรียญ"

      ทั้งนี้กองการเกษตรของเทศบาลนครไถหนาน ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กุ้ยเหรินเพื่อตรวจสอบความเสียหาย พร้อมแนะนำให้เกษตรกรรายงานข้อมูลภัยพิบัติต่อสำนักงานเขต เพื่อประเมินพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติแล้ว

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解