Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไขปัญหาแรงงาน วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2568

ไขปัญหาแรงงาน ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก
ไขปัญหาแรงงาน ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก

1. กระทรวงแรงงานเตือนโรคภัยที่มาพร้อมฤดูฝน

        กระทรวงแรงงานไต้หวันห่วงใยสุขภาพแรงงานต่างชาติ ประชาสัมพันธ์โรคภัยที่มาพร้อมฤดูฝน แม้จะเป็นเรื่องที่ป้องกันและหลีกเลี่ยงได้ แต่หลายคนอาจประมาท โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ แรงงานไทยจำนวนหนึ่งไม่ค่อยใส่ใจ สุดท้ายอาการจากเบาเป็นหนักกลายเป็นเรื่องใหญ่ สิ่งที่จะนำมาเตือนก็คือ ระวังโรคและภัยที่มากับหน้าฝน

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      เริ่มจากเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา ก่อนจะถึงฤดูร้อน ไต้หวันจะเข้าสู่หน้าฝน ซึ่งมาเยือนพร้อมกับความชุ่มฉ่ำ แต่ก็มาพร้อมกับภัยคุกคามสุขภาพที่หลายคนอาจมองข้าม กระทรวงแรงงานไต้หวันเป็นห่วงแรงงานต่างชาติ ทำสื่อประชาสัมพันธ์เตือนแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานไทย ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่มีอายุโดยเฉลี่ยสูงกว่าแรงงานเวียดนาม อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ โอกาสที่จะเกิดโรคภัยก็สูงตามไปด้วย ดังนั้น จึงชะล่าใจไม่ได้

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      กระทรวงแรงงานเตือนว่า ในช่วงหน้าฝน ไรฝุ่นและเชื้อรามักเจริญเติบโตได้ดี ต้องระวังโรคที่มากับหน้าฝน ดังต่อไปนี้ :

           1. โรคหอบหืด - อากาศเย็นชื้นและความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันกับกลางคืน อาจกระตุ้นให้คนที่มีโรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ มีอาการกำเริบและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสารก่อภูมิแพ้

      2. อาการปวดตามข้อ - ช่วงหน้าฝนอาจกระตุ้นให้เกิดโรคข้ออักเสบ มีอาการปวดเมื่อย โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีประวัติกล้ามเนื้อฉีกขาด เส้นเอ็นฉีก หรือกระดูกหักมาก่อน ในหน้าฝนจะมีโอกาสกำเริบมาก

      3. โรคทางนรีเวช – สำหรับคุณสุภาพสตรีต้องระวังการสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่ระบายอากาศเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการคันบริเวณอวัยวะเพศ เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องคลอดหรือปากมดลูกอักเสบ

      4. โรคผิวหนัง - ช่วงหน้าฝนมักเกิดโรคผิวหนังง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลากเกลื้อน รังแค เชื้อราที่ผิวหนัง หรือโรคสังคัง

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

สำหรับวิธีป้องกัน กระทรวงแรงงานแนะว่า

      1. รักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อม เปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท

      2. ใส่ใจสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือและอาบน้ำเป็นประจำ

      3. หากมีอาการ ควรรีบพบแพทย์ทันที

      นั่นเป็นคำเตือนของกระทรวงแรงงาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในหน้าฝน ยังมีโรคภัยที่ต้องระวังอีกมาก โดยเฉพาะโรคติดเชื้อต่าง ๆ ที่มักระบาดในหน้าฝน อย่างโรคไข้หวัด โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก และโรคติดเชื้อไวรัส RSV ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้อย่างมาก การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเหล่านี้และวิธีการป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ จาก New Southbound Health Center

      1. ไข้หวัด โรคยอดฮิตประจำปี เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนที่เกิดจากเชื้อไวรัสหลากหลายชนิด อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ไข้ต่ำ ๆ เจ็บคอ มีน้ำมูก ไอ และปวดเมื่อยตามตัว การแพร่กระจายของเชื้อไข้หวัดมักเกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือการไอจามรดกัน

      2. โรคไข้หวัดใหญ่ รุนแรงกว่าที่คิด เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่รุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา อาการของโรคจะคล้ายกับโรคไข้หวัดธรรมดาแต่จะรุนแรงมากกว่า โดยจะมีไข้สูงกว่า หรือมีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น คัดจมูก ไอ โดยส่วนมากจะไอแห้ง เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ทั้งยังมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และสมองอักเสบได้ง่าย ซึ่งหากอาการรุนแรงก็ทำให้ถึงขั้นเสียชีวิต เป็นโรคที่พบได้ตลอดปีและจะพบบ่อยในฤดูฝน

การรับวัคซีนเป็นวิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพและเห็นผลมากที่สุดวิธีหนึ่ง

      โรคนี้ป้องกันได้ด้วยการล้างมือบ่อย ๆ ใช้สบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากาก โดยเฉพาะในที่ที่มีคนเยอะหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณปาก จมูก และตา พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      และช่วงนี้ โควิด-19 ซึ่งเคยระบาดอย่างรุนแรงตั้งแต่ปี 2564 แม้ว่าจะค่อย ๆ ทุเลาลง จนผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้งเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว แต่เชื้อไวรัสนี้มันไม่ได้หายไปไหน ยังมีการกลายพันธุ์และอยู่กับเราตลอด เพียงแต่ว่าไม่รุนแรงเท่ากับช่วงแรก ประกอบกับคนอาจเคยชิน จึงไม่วิตกกังวลเหมือนช่วงระบาดใหม่ ๆ อย่างไรก็ตามช่วงนี้ โควิด-19 กลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้ง ยอดผู้ป่วยสูง 50,000-70,000 คนต่อสัปดาห์ จึงเตือนแรงงานไทยต้องเตรียมรับมือด้วยการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการอย่างเต็มที่ สำหรับวิธีป้องกัน ก็คล้ายกับการป้องกันไข้หวัดใหญ่

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      ย้ำอีกครั้ง โรคติดเชื้อที่กล่าวมาข้างต้น เราสามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงได้ด้วยการไม่ไปในสถานที่ที่แออัด ล้างมือบ่อย ๆ หมั่นทำความสะอาดที่อยู่อาศัยและสิ่งของต่าง ๆ ในบ้าน พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหมั่นออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง หากจำเป็นต้องออกไปนอกบ้านให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการรับเชื้อ และเมื่อกลับมาถึงบ้านให้รีบอาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย และทำตัวให้แห้งไว้เสมอ

2. โรคไข้เลือดออก ภัยร้ายจากยุงลาย ครึ่งแรกปีนี้ติดเชื้อจากต่างประเทศแล้ว 69 ราย จากอินโดนีเซีย 33 ราย ฟิลิปปินส์ 10 ราย และเวียดนาม 8 ราย

           โรคภัยที่มาพร้อมกับหน้าฝนอีกเรื่องที่กระทรวงแรงงานไต้หวันห่วงใยสุขภาพของแรงงานต่างชาติ ได้แก่โรคไข้เลือดออก ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำเชื้อ กระทรวงแรงงานแนะนำว่า ไม่ว่าจะทำงานอยู่ในไต้หวันหรือเดินทางกลับไปพักร้อนที่บ้านเกิด ต้องระวัง หลีกเลี่ยงถูกยุงกัด ด้วยการสวมใส่เสื้อแขนยาว สีสว่าง ๆ และทายากันยุง คนที่ไปพักร้อน เมื่อเดินทางกลับเข้าไต้หวัน หากมีอาการปวดหัว ตัวร้อนและเป็นไข้ ต้องรีบพบแพทย์ ต้องทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงรอบบริเวณที่พัก รวมทั้งใช้ยาป้องกันยุงเมื่อจำเป็น ฯลฯ

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคไข้เลือดออก จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากยุงลายเป็นพาหะนำโรค อาการเริ่มแรกคล้ายไข้หวัด แต่เมื่อโรคเข้าสู่ระยะวิกฤติ อาจมีอาการรุนแรง เช่น เลือดออกตามไรฟัน อาเจียนเป็นเลือด และความดันโลหิตต่ำ โรคนี้มักพบบ่อยในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะภาคใต้เกาะไต้หวัน สาเหตุหลักมาจากช่วงหน้าฝนมักมีแหล่งน้ำขัง จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย และยุงลายก็เป็นพาหะในการแพร่เชื้อโรคไข้เลือดออก วิธีป้องกันคือ อย่าให้ยุงกัดและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคไข้เลือดออก จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      จากข้อมูลการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ จำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกที่ติดเชื้อจากต่างประเทศซึ่งได้รับการยืนยันในปีนี้ ถือเป็นจำนวนสูงเป็นอันดับสองในช่วงเวลาเดียวกันในรอบ 6 ปี โดยมากกว่าร้อยละ 90 มาจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประมาณร้อยละ 20 ของจำนวนผู้ป่วยเป็นแรงงานต่างชาติ และพื้นที่ที่พบการติดเชื้อมาก ได้แก ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคไข้เลือดออก จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      ในประเด็นนี้ กรมควบคุมโรคและกรมพัฒนากำลังแรงงานได้ออกหนังสือแจ้งให้สถานประกอบการเร่งประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันโรคไข้เลือดออกแก่แรงงานต่างชาติอย่างจริงจัง และให้มีการตรวจวัดสุขภาพแรงงานทุกวัน ส่งเสริมความรู้ด้านการป้องกันโรคไข้เลือดออก รวมถึงแนะนำให้แรงงานระหว่างที่อยู่ในประเทศของตนหรือหลังเดินทางกลับเข้าไต้หวัน ควรดำเนินมาตรการป้องกันยุงกัด เช่น สวมเสื้อแขนยาวสีอ่อน ทายากันยุงที่มีส่วนประกอบที่ได้รับการรับรอง เช่น DEET, Picaridin หรือ IR-3535 บริเวณผิวหนังที่เปิดเผย เพื่อลดโอกาสถูกยุงลายกัด นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้มีการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด หากแรงงานเดินทางกลับประเทศแล้วกลับมาไต้หวันอีก และมีอาการต้องสงสัย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ ณ ท่าอากาศยาน ให้ความร่วมมือกับมาตรการควบคุมโรคและการกักกันโรค และตรวจสุขภาพอย่างเคร่งครัดในช่วง 2 สัปดาห์หลังเดินทางกลับเข้าไต้หวัน

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคไข้เลือดออก จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      กรมควบคุมโรคเปิดเผยว่า จนถึงวันที่ 2 มิถุนายน ปีนี้ ไต้หวันมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้เลือดออกสะสมทั้งหมด 69 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ โดยแหล่งที่มาหลัก ได้แก่ อินโดนีเซีย 33 ราย ฟิลิปปินส์ 10 ราย และเวียดนาม 8 ราย สำหรับสถานการณ์ในเอเชีย ศรีลังกา ลาว และเวียดนามพบว่ามีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้น ขณะที่อินโดนีเซียยังมีการระบาดต่อเนื่อง และฟิลิปปินส์มีจำนวนผู้ป่วยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคไข้เลือดออก จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      แรงงานที่เดินทางกลับประเทศต้นทาง หรือเมื่อเดินทางกลับเข้าไต้หวัน นายจ้างควรใส่ใจสุขภาพแรงงาน ภายใน 14 วัน ต้องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวัน หากพบว่ามีอาการที่เข้าข่ายโรคติดต่อ เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดรอบเบ้าตา ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดกระดูก มีผื่นขึ้น ควรรีบพาไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยได้อย่างถูกต้อง

เจ้าหน้าที่เมืองหยุนหลินกำลังพ่นยากำจัดยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

      ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม นายจ้างควรทำความสะอาดและตรวจสอบบริเวณที่พักของแรงงานอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะจุดที่อาจมีน้ำขัง เช่น ชั้นใต้ดิน บ่อพักน้ำ ท่อระบายน้ำ ถังน้ำ ขวด ภาชนะต่าง ๆ จานรองกระถางต้นไม้ ยางรถยนต์แอ่งน้ำ บ่อน้ำประดับ และขยะบนดาดฟ้า เป็นต้น เพื่อเสริมสร้างมาตรการควบคุมยุงและสภาพแวดล้อมในที่พักแรงงานให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

      ยุงเป็นพาหะนำเชื้อโรคติดต่อหลายโรค ด้านกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ แนะนำวิธีป้องกันโรคติดเชื้อจากยุงที่ดีที่สุดคือการป้องกันตัวเองจากยุงกัด ทำได้ดังต่อไปนี้ :

      - สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิดและมีสีสว่าง ๆ

      - ใช้ยากันยุงพ่นหรือทาที่ผิวหนังเมื่อต้องออกไปข้างนอกในเวลากลางคืน

      - ติดมุ้งลวด หรือกางมุ้งเพื่อป้องกันยุงกัดขณะนอนหลับ

      - ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงโดยกำจัดหรือทำความสะอาดบริเวณที่มีน้ำขังรอบบ้าน

      - หากบริเวณหอพักมีสระน้ำ ควรใช้อุปกรณ์ที่ช่วยให้น้ำไหลเวียนอยู่เสมอ เพราะน้ำนิ่งนั้นจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง

3. เตือน! 5 เดือนแรกปีนี้ ในไต้หวันพบผู้ป่วยโรคหัดแล้ว 36 ราย สูงสุดในรอบ 6 ปี ติดเชื้อในไต้หวัน 12 ราย อีก 24 รายติดเชื้อจากเวียดนาม

      กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเปิดเผยว่า พบผู้ป่วยโรคหัดจากต่างประเทศเพิ่มอีก 2 ราย ทั้งสองรายเดินทางมาจากเวียดนาม โดยเป็นชายอายุ 30 กว่าปีจากภาคเหนือและภาคกลางของไต้หวัน ซึ่งมีผู้สัมผัสใกล้ชิดมากกว่าร้อยราย เนื่องจากขณะนี้โรคหัดยังระบาดในหลายประเทศ และยังคงมีผู้ป่วยจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง จึงเตือนผู้ที่มีแผนจะเดินทางไปยังประเทศที่โรคหัดระบาด โดยเฉพาะเวียดนาม ให้เตรียมมาตรการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคหัด จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      นายหลัวอีจวิน รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรคระบุว่า ผู้ป่วยโรคหัด 2 รายที่เดินทางมาจากเวียดนาม เป็นชายวัย 30 กว่าปีจากภาคเหนือและภาคกลางของไต้หวัน โดยทั้งคู่มีประวัติเดินทางไปเวียดนามช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม และเริ่มแสดงอาการหลังเดินทางกลับประเทศ 4 วัน และ 9 วันตามลำดับ ต่อมาจึงเข้ารับการตรวจและได้รับการยืนยันการติดเชื้อ ทั้งสองรายแยกตัวอยู่บ้านและไม่ได้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล โดยมีผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ต้องเฝ้าระวังสุขภาพ 128 ราย และ 165 รายตามลำดับ

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคหัด จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยรายที่อยู่ภาคกลางตื่นตัวมาก เนื่องจากมีอาการผื่นขึ้นและเจ็บคอ แม้ไปพบแพทย์ถึงสองครั้งแต่ไม่ดีขึ้น จึงโทรแจ้งสายด่วนควบคุมโรค 1922 เพื่อขอความช่วยเหลือ และต่อมาได้รับการจัดส่งไปตรวจวินิจฉัยและยืนยันการติดเชื้อ ซึ่งถือเป็นรายแรกที่โทรขอสายด่วน 1922 ด้วยตนเองเพราะสงสัยว่าอาจติดโรคหัด

สื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคหัด จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      จากสถิติของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ต้นปีนี้ จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ไต้หวันมีรายงานผู้ป่วยโรคหัดสะสมรวม 36 ราย อายุอยู่ระหว่างไม่ถึง 10 ปี ถึงกว่า 60 ปี แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 12 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ 24 ราย ซึ่งทั้งหมดเดินทางมาจากเวียดนาม โดยจำนวนผู้ป่วยทั้งในและนอกประเทศปีนี้ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 6 ปีสำหรับช่วงเวลาเดียวกัน

      การเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคแสดงให้เห็นว่า โรคหัดยังแพร่ระบาดอย่างรุนแรงในระดับโลก แม้สถานการณ์ในเวียดนามจะเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง แต่จำนวนผู้ป่วยยังคงสูง จนถึงปลายเดือนเมษายนปีนี้ เวียดนามมีรายงานผู้ป่วยสะสมกว่า 81,000 ราย และยังคงมีผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ใครมีเพื่อนเป็นชาวเวียดนาม หากเขาเพิ่งเดินทางกลับจากบ้าน ต้องระวัง

4. เพจสำนักงานแรงงานไทยเข้าไม่ได้ โปรดใช้บริการเพจใหม่ในชื่อ สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ไต้หวัน

      เนื่องจากเพจ Facebook ของสำนักงานแรงงานไทย ไทเป เกิดเหตุขัดข้อง ทำให้พี่น้องแรงงานไทยในไต้หวันจำนวนมาก ไม่สามารถติดตามข่าวสาร หรือสอบถามข้อมูลได้ตามปกติ เพื่อไม่ให้ขาดการสื่อสารและการให้บริการ สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ขอแจ้งช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านเพจใหม่ Facebook ชื่อว่า สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ไต้หวัน

        สำนักงานแรงงานไทย ไทเป จึงขอประชาสัมพันธ์มายังแรงงานไทย หากมีเรื่องเร่งด่วนหรือเรื่องร้องทุกข์ สามารถใช้เพจใหม่ดังกล่าวได้ หรือช่องทางติดต่ออื่น ๆ เช่น📞 โทรศัพท์: 02-2701-1413 📧 อีเมล: taipei@mol.mail.go.th 📲 TikTok : สำนักงานแรงงานไทย ไทเป@thailabour_taipeioffice

       สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ขอขอบคุณพี่น้องแรงงานทุกท่านที่ติดตามและไว้วางใจ โดยย้ำว่า สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ยังคงให้บริการด้วยความเต็มใจและเต็มกำลังเช่นเดิม

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解