1. สภาตรวจสอบจี้ทบทวนให้แรงงานต่างชาติกว่า 500,000 คน มีสิทธิ์รับเงินบำนาญเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น กระทรวงแรงงานรับพิจารณา
ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ผู้ใช้แรงงานที่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายฉบับนี้ นอกจากได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงานแล้ว ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญที่นายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบตามสัดส่วนกำหนดเข้ากองทุนประกันภัยแรงงานด้วย แต่สำหรับแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและก่อสร้าง ยกเว้นแรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ เมื่ออายุถึงเกณฑ์ มีสิทธิ์รับเงินบำเหน็จชราภาพอย่างเดียว ไม่สามารถรับเงินบำนาญได้ ประเด็นนี้กลายเป็นที่มาของการตรวจสอบ

แรงงานไทยในโรงงานทำล้อแม็กแห่งหนึ่งทางภาคเหนือของไต้หวัน
กฎหมายบำเหน็จบำนาญแรงงานระบบใหม่ มีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2548 ระบบใหม่มีข้อแตกต่างจากระบบเก่าคือ สามารถสะสมและนำติดตัวไปได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนงานหรือนายจ้างเลิกกิจการก็ไม่มีผลกระทบ แต่รายงานการตรวจสอบเรื่องเงินบำนาญของแรงงานต่างของสมาชิกสภาตรวจสอบพบว่า แรงงานต่างชาติทั่วไปที่ทำงานในโรงงานและไซต์งานก่อสร้างในไต้หวันมากกว่า 500,000 คน แม้จะทำงานในไต้หวันมานานหลายปี แต่ไม่มีสิทธิ์รับเงินบำนาญทั้งระบบเก่าและระบบใหม่ ซึ่งไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงขอให้กระทรวงแรงงานทบทวนนโยบายใหม่ ทางกระทรวงแรงงานตอบรับว่า ระบบใหม่ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ใช้แรงงานสัญชาติไต้หวันเท่านั้น แรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ มีสิทธิ์รับเช่นกัน หากได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร เฉพาะในส่วนของแรงงานต่างชาติทั่วไปที่มีปัญหา อย่างไรก็ตามรับจะพิจารณาระบบเงินบำนาญของแรงงานต่างชาติต่อไป แต่ทางด้านองค์กรตัวแทนของกลุ่มนายจ้าง ได้แก่สมาคมนายจ้างผู้ดูแลคนพิการในไต้หวัน ได้แสดงความกังวลว่า สมาชิกสภาตรวจสอบให้ความสำคัญกับแรงงานต่างชาติมากเกินไปหรือเปล่า?

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา หวังเหม่ยอวี้ และ หวังโย่วหลิง 2 สมาชิกสภาตรวจสอบจัดแถลงข่าวระบุว่า กฎหมายบำเหน็จบำนาญแรงงานระบบใหม่ ยังไม่ครอบคลุมถึงแรงงานต่างชาติ แรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติที่ยังไม่ได้หรือไม่สามารถขอถิ่นที่อยู่ถาวรหรือยังไม่ได้รับบัตร APRC ส่งผลให้แรงงานชาวต่างชาติกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้าถึงระบบสะสมเงินบำนาญได้ โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติภาคการผลิตที่ทำงานในโรงงานหรือไซต์งานก่อสร้างกว่า 500,000 คนที่ถูกตัดสิทธิ์ใช้ระบบบำนาญแบบเก่า ส่วนแรงงานกึ่งฝีมือทั้งหมดและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติบางส่วน แม้จะมีสิทธิ์เข้าถึงเงินบำนาญระบบเก่า แต่หากมีการเปลี่ยนนายจ้างหรือยกเลิกสัญญา ไม่ได้ทำงานกับนายจ้างรายเดิมจนเกษียณ ก็แทบไม่มีโอกาสจะได้รับเงินบำนาญระบบเก่าตามกฎเกณฑ์ นโยบายนี้ ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าแรงงานต่างชาติจะไม่อยู่ทำงานในไต้หวันจนเกษียณอายุ ไม่สะท้อนความเป็นจริงของแรงงานต่างชาติที่ทำงานระยะยาวในไต้หวัน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านแรงงาน

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน
สมาชิกสภาตรวจสอบ ยังเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานทบทวนคำสั่งกระทรวงฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2549 ยกเว้นให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินสำรองเข้ากองทุนบำเหน็จ/บำนาญแรงงาน เพื่อใช้เป็นเงินบำนาญของแรงงานต่างชาติ โดยกล่าวว่า คำสั่งฉบับนี้ อาจเกินขอบเขตอำนาจและขัดต่อหลักความชัดเจนของกฎหมาย พร้อมเสนอให้พิจารณาจัดให้กองทุนบำนาญแรงงานระบบใหม่ให้ครอบคลุมแรงงานต่างชาติ แรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ รวมถึงผู้อนุบาลหรือผู้ใช้แรงงานในครัวเรือ แม้ยังไม่ได้ถิ่นที่อยู่ถาวร โดยเสนอให้หารือร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติ เพื่อประเมินอย่างรอบด้าน ภายใต้แนวนโยบายการพัฒนาประเทศโดยรวมในทุกมิติ

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
รายงานตรวจสอบยังระบุว่า คำสั่งกระทรวงแรงงานดังกล่าว ถูกใช้มานานกว่า 18 ปี ปัจจุบันแรงงานต่างชาติสามารถทำงานในไต้หวันได้ยาวนานถึง 12 ปี และหากเปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ก็สามารถทำงานต่อไปโดยไม่จำกัดเวลา ซึ่งหมายความว่าพวกเขามีโอกาสเข้าสู่ระบบเกษียณได้แล้ว และกฎหมายมาตรฐานแรงงานในปัจจุบัน ไม่ได้แยกแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติออกจากกัน รวมถึงในด้านเงินบำนาญ สมาชิกสภาตรวจสอบยังชี้ว่า การที่กระทรวงแรงงานยกเว้นให้นายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญ แม้จะช่วยลดต้นทุนแรงงานได้ แต่เป็นการลดการคุ้มครองด้านเงินบำนาญลง อาจขัดต่อหลักการใช้อำนาจตามกฎหมายแม่บท อีกทั้งอนุสัญญาระหว่างประเทศฉบับต่าง ๆ ก็ส่งเสริมให้ขจัดการเลือกปฏิบัติในเรื่องงานและอาชีพ ต้องให้การคุ้มครองผู้ใช้แรงงานทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเชื้อชาติ เพศ หรือศาสนา และควรให้สิทธิอย่างเสมอภาคแก่แรงงานต่างชาติ ปัจจุบันระบบเงินบำนาญของแรงงานยังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของไต้หวันในนโยบายการย้ายถิ่นฐานและการดึงดูดบุคลากรต่างชาติ

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
ด้านกระทรวงแรงงานตอบว่า แรงงานที่อยู่ภายใต้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานชาวไต้หวันหรือต่างชาติ ล้วนมีสิทธิในระบบเงินบำนาญตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานและกฎหมายกองทุนบำเหน็จบำนาญแรงงาน และระบบบำนาญแบบใหม่ เริ่มทยอยครอบคลุมแรงงานต่างชาติที่แต่งงานกับคนไต้หวัน หรือที่เรียกกันว่าผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ได้รับอนุญาตให้พำนักและทำงานในประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติที่ได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานให้คำมั่นว่า จะพิจารณาระบบเงินบำนาญของแรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยอิงจากรายงานของสภาตรวจสอบ พร้อมประสานกับคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติในด้านนี้

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียงในนครนิวไทเป (ภาพจาก Kung Sing Engineering Corporation)
หลังมีการแถลงข่าวข้างต้น สมาคมนายจ้างผู้ดูแลคนพิการฯ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กแสดงจุดยืนที่ไม่เห็นด้วย โดยระบุว่า สภาตรวจสอบไม่เคยทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติเลย เอาแต่ปกป้องแรงงานต่างชาติ และวิจารณ์สมาชิกสภาตรวจสอบทั้งสองว่า คิดแต่จะปกป้องคนต่างชาติ ไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร?
2. โหด! กลุ่มอนุรักษ์สัตว์พบสัตว์ป่าที่เหมียวลี่ถูกฆ่าจำนวนมาก ยึดเนื้อกวางป่า อีเห็นและเนื้อสุนัขกว่า 800 กก. ตำรวจตามล่าแรงงานเวียดนามที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดี
กลุ่มอนุรักษ์สัตว์พบเพิงพักเก่าหลังหนึ่งในป่าลึกของเมืองเหมียวลี่ มีตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ 6 ตู้ อัดแน่นด้วยเนื้อสัตว์ป่าหลากชนิด น้ำหนักรวมกันกว่า 800 กิโลกรัม พบเป็นฝีมือของแรงงานเวียดนามกลุ่มหนึ่ง จับกุมได้บางส่วน ยังมีหลายคนอยู่ระหว่างหลบหนี ตำรวจกำลังตามล่ามาดำเนินคดี

สมาคมรักสัตว์จรจัดซินจู๋ พบว่าแรงงานเวียดนามกลุ่มหนึ่งลักลอบล่าสัตว์ป่า รวมถึงสัตว์สงวน ยังฆ่าสุนัขและแมวจรจัดเพื่อนำไปขาย หลังจากติดตามเรื่องนี้นานถึงครึ่งปี ได้ประสานกับสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคสัตว์เมืองเหมียวลี่ ซินจู๋และตำรวจป่าไม้ได้บุกค้นเพิงพักหลังดังกล่าว ซึ่งอยู่ในป่าลึกที่ตำบลโถวเฟิ่น เมืองเหมียวลี่ พบตู้แช่แข็ง 6 ตู้ภายในอัดแน่นไปด้วยเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ มีตั้งแต่สัตว์ป่าสงวนระดับ 1 และ 2 เช่น กวางป่าไต้หวัน เก้ง ชะมด หมาหริ่ง ตัวนิ่มและเนื้อสุนัข รวมถึงหางสุนัข ขณะนี้ได้ส่งตัวอย่างเนื้อไปตรวจวิเคราะห์ คาดว่าจะทราบผลภายใน 10 วัน

กลุ่มอนุรักษ์สัตว์พบสัตว์ป่าที่เหมียวลี่ถูกฆ่าจำนวนมาก ยึดเนื้อกวางป่า อีเห็นและเนื้อสุนัขกว่า 800 กก. (Cr: 社團法人新竹縣流浪動物珍愛協會
นายหวงเซวียนฟู่ รองประธานสมาคมรักสัตว์จรจัดซินจู๋กล่าวว่า การตรวจค้นครั้งนี้ เป็นผลจากความพยายามของหลายฝ่าย และถือเป็นการตรวจยึดตู้แช่แข็งของเครือข่ายขายเนื้อสุนัขผิดกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในไต้หวัน เพิงพักเก่าแห่งนี้ตั้งอยู่ในเส้นทางป่าห่างไกลและแทบไม่สะดุดตา ทางสมาคมได้รับแจ้งเบาะแสและติดตามร่องรอยนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว

กลุ่มอนุรักษ์สัตว์พบสัตว์ป่าที่เหมียวลี่ถูกฆ่าจำนวนมาก ยึดเนื้อกวางป่า อีเห็นและเนื้อสุนัขกว่า 800 กก. (Cr: 社團法人新竹縣流浪動物珍愛協會
เมื่อเจ้าหน้าที่จู่โจมเข้าไปในเพิงพัก ภายในบ้านพบซากสัตว์จำนวนมาก สภาพน่าสยดสยอง บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดรุนแรง ท่ามกลางอากาศร้อนจัด ยิ่งส่งกลิ่นเหม็นฉุนอย่างหนัก เจ้าหน้าที่พบตู้แช่แข็งทั้งหมด 8 ตู้ ในจำนวนนี้มี 6 ตู้มีเนื้อสัตว์ป่าหลากชนิดเต็มแน่น เป็นการยืนยันได้ว่าที่นี่มีการฆ่าสัตว์อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จากการตรวจค้น พบทั้งซากเก้งทั้งตัว กวางป่า หมูป่า และหางสุนัขนับสิบ รวมทั้งเนื้อสัตว์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา น้ำหนักรวมกว่า 800 กิโลกรัม ยังพบเนื้อที่สงสัยว่าเป็นเนื้อสุนัขอีกจำนวนหนึ่ง ส่งตรวจวิเคราะห์ที่สำนักงานพิทักษ์สัตว์ในเหมียวลี่แล้ว

กลุ่มอนุรักษ์สัตว์พบสัตว์ป่าที่เหมียวลี่ถูกฆ่าจำนวนมาก ยึดเนื้อกวางป่า อีเห็นและเนื้อสุนัขกว่า 800 กก. (Cr: 社團法人新竹縣流浪動物珍愛協會
สมาคมรักสัตว์จรจัดซินจู๋ยังกล่าวอีกว่า คดีนี้มีแรงงานเวียดนามเกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งบางรายถูกจับกุมและรับสารภาพแล้ว แต่ยังมีบางส่วนที่หลบหนีไปได้ จึงหวังว่ารัฐบาลจะเพิ่มมาตรการควบคุมและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สืบสวนอย่างจริงจัง ทางสมาคมยังมีข้อมูลอีกหลายกรณีที่เตรียมจะเปิดเผยต่อไป เพราะนี่ไม่ใช่เหตุการณ์เดียว แต่เป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งเกาะ จากข้อมูลที่มี กลุ่มนี้ขายเนื้อสุนัขมากกว่า 29,000 กิโลกรัมต่อปี ทำรายได้ผิดกฎหมายราว 20 ล้านเหรียญไต้หวัน สันนิษฐานได้ขยายเครือข่ายไปทั่วทั้งไต้หวันแล้ว

เพิงพักกลางป่าลึกในตำบลโถวเฟิ่น เมืองเหมียวลี่ที่แรงงานเวียดนามใช้เป็นที่เก็บเนื้อสัตว์ป่า (Cr: 社團法人新竹縣流浪動物珍愛協會
3. แก๊งค้ายาข้ามชาติจ้าง 2 แรงงานไทยที่เถาหยวน รับพัสดุกระปุกโลชั่นที่ส่งมาจากประเทศลาว ภายในซุกเฮโรอีน 14.4 กก. มีหวังติดคุกตลอดชีวิต
กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม สำนักงานตำรวจ ได้รับแจ้งจากสำนักงานศุลกากรไทเปว่า มีพัสดุ 3 กล่องที่ส่งมาจากประเทศลาวมายังไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งในเถาหยวนต้องสงสัยว่า มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ เมื่อตรวจสอบพบว่าในกระปุกเซรั่มคอลลาเจนฟื้นฟูผิวจำนวน 400 กระปุก มีเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่รวม 14.4 กิโลกรัม ตำรวจติดตามจากพัสดุไปยังผู้รับ จนสามารถจับกุมแรงงานไทย 2 รายได้ที่หน้าหอพักแรงงานต่างชาติที่ต้าถาน เขตกวนอิน นครเถาหยวน หลังสอบสวนได้นำตัวส่งอัยการสำนักงานอัยการไทเปตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และศาลอนุญาตให้ควบคุมตัวสองผู้ต้องแรงงานไทยดังกล่าวแล้ว

กระปุกโลชั่น 3 ลัง จำนวน 400 กระปุก จากประเทศลาว ภายในซุกเฮโรอีน 14.4 กก. (ภาพจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม)
ตำรวจเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากด่านศุลกากรไทเปว่ามีพัสดุ 3 กล่องที่นำเข้าจากประเทศลาวต้องสงสัยว่ามียาเสพติด หลังร่วมกันตรวจสอบพบว่า ในกระปุกเซรั่มคอลลาเจนฟื้นฟูผิวจำนวน 400 กระปุก มีเฮโรอีนชนิดผลึกซ่อนอยู่ น้ำหนักรวม 14.4 กิโลกรัม มูลค่าตลาดกว่า 57 ล้านเหรียญไต้หวัน ขบวนการค้ายาเสพติดใช้กลอุบายแหกตาตำรวจ โดยบรรจุโลชั่นไว้เล็กน้อย แล้วซ่อนยาไว้ในกระปุก เมื่อกดหัวสเปรย์จะมีโลชั่นออกมาจริง เพื่อหลอกให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าใจว่าเป็นสินค้าปกติ แต่สุดท้ายก็ถูกตรวจพบ ตำรวจติดตามเส้นทางจุดหมายปลายทางของพัสดุ จนไปถึงหอพักแรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งในเขตกวนอิน ใกล้บริเวณโรงไฟฟ้าต้าถานในนครเถาหยวน

กระปุกโลชั่น 3 ลัง จำนวน 400 กระปุก จากประเทศลาว ภายในซุกเฮโรอีน 14.4 กก. (ภาพจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม)
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พัสดุถูกส่งไปถึงห้องรับ-ส่งเอกสารและพัสดุของหอพัก เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการของหอพักเป็นผู้รับแทน วันถัดมา นายทักนากร แรงงานไทยวัย 24 ปี จากจังหวัดเชียงราย เป็นผู้มารับพัสดุกลับไปยังห้องพัก รุ่งเช้าวันที่ 10 มีนายอเนก (นามสมมุติ) แรงงานไทยวัย 42 ปี จากไซต์งานอื่นเดินทางโดยแท็กซี่มารับพัสดุต่อ เนื่องจากค่อนข้างหนัก นายทักนากรได้ขอให้เพื่อนร่วมห้องอีกรายหนึ่งช่วยขนไปยังหน้าหอพัก ขณะที่กำลังส่งมอบของ ตำรวจที่ดักรออยู่แล้วก็กรูกันออกมาจับกุม นายทักนากรตาไว เผ่นหนีไปได้ ตำรวจจับกุมแรงงานที่ช่วยขนของและที่นั่งแท็กซี่มารับของได้เพียง 2 คน แต่หลังจากตรวจสอบแล้ว พบว่า 1 ในนั้น คือคนที่ช่วยขนของไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ปล่อยตัวออกมา แต่ยึดโทรศัพท์เพื่อทำการตรวจสอบจากโปรแกรมโซเชียลต่อไป ส่วนนายทักนากร หนีเข้าป่า เนื่องจากช่วงนั้น มีลมหนาวพัดมา อากาศหนาวจัด ประกอบกับมือถือแบตหมด ไม่สามารถติดต่อใครได้ นายทักนากรทนความหนาวเย็นและหิวโหยไม่ไหว เดินออกจากป่าเข้ามอบตัวต่อตำรวจที่ปิดล้อมบริเวณพื้นที่หลบหนี ตำรวจสอบสวนพบว่า นายทักนากร ซึ่งรับจ้างรับพัสดุและนายเอนกที่นั่งแท็กซี่มารับของ ทั้งคู่เป็นแรงงานถูกกฎหมายในไซต์งานก่อสร้างที่เถาหยวน และไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ต่างถูกขบวนการค้ายาเสพติดจ้างให้รับและส่งพัสดุ โดยนายทักนากรได้รับค่าจ้าง 550,000 บาท (ประมาณ 520,000 เหรียญไต้หวัน) ส่วนนายเอนกได้รับค่าจ้าง 200,000 บาท (ประมาณ 190,000 เหรียญไต้หวัน)

กระปุกโลชั่น 3 ลัง จำนวน 400 กระปุก จากประเทศลาว ภายในซุกเฮโรอีน 14.4 กก. (ภาพจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม)
แรก ๆ นายทักนากรปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง แต่หลังจากที่ตำรวจซักหนักเข้าโดยให้ล่ามแปล จึงยอมรับสารภาพว่าเกี่ยวข้องการจัดส่งพัสดุดังกล่าว โดยส่งที่อยู่หอพักให้บุคคลที่มาติดต่อตน เพื่อใช้เป็นที่ส่งพัสดุและช่วยส่งต่อให้ผู้มารับของ แต่ยังปฏิเสธว่า เขาไม่รู้ว่าภายในพัสดุมียาเสพติด เพียงแต่ได้รับข้อเสนอผ่านช่องทางที่ไม่เปิดเผยว่า จะมีงานพิเศษให้ทำ โดยแค่ช่วยรับพัสดุ 3 กล่อง ก็จะได้รับค่าตอบแทน 550,000 บาท ขณะที่นายเอนกได้รับค่าจ้าง 200,000 บาท หากสามารถรับช่วงพัสดุและส่งต่อไปยังจุดรับแห่งใหม่ได้สำเร็จ ซึ่งแก๊งค้ายาข้ามชาติเล่ห์เหลี่ยมมาก ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าว่านำไปส่งต่อแห่งใด จะได้รับแจ้งเมื่อรับของสำเร็จและอยู่ระหว่างเดินทางแล้วเท่านั้น ดังนั้นการจะได้รับค่าจ้างขนยาไม่ใช่เรื่องง่าย คดีนี้ถูกส่งให้สำนักงานอัยการไทเปดำเนินคดีตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ สำหรับโทษของการขนหรือลำเลียงเฮโรอีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 เข้าไต้หวัน ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตและปรับ 30 ล้านเหรียญไต้หวัน

กระปุกโลชั่น 3 ลัง จำนวน 400 กระปุก จากประเทศลาว ภายในซุกเฮโรอีน 14.4 กก. (ภาพจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม)
กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมระบุว่า วิธีการลักลอบครั้งนี้ซับซ้อน ผู้ค้ายาใช้แรงงานไทยที่ถูกกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ สะท้อนให้เห็นถึงการแบ่งหน้าที่อย่างเป็นระบบของขบวนการค้ายาข้ามชาติ ปัจจุบันทราบแล้วว่า เครือข่ายค้ายาแก๊งนี้ซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย โดยมีพฤติกรรมเสนอค่าตอบแทนสูงเพื่อชักชวนแรงงานไทยที่ถูกกฎหมายซึ่งทำงานในไซต์งานก่อสร้างหรือโรงงานในไต้หวัน ให้เป็นตัวแทนรับพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติด เพื่อตัดตอนและขัดขวางการสืบสวนถึงต้นตอแก๊งค้ายาในไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ไต้หวันได้ประสานและรายงานเรื่องนี้ให้หน่วยงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของฝ่ายไทยแล้ว เพื่อร่วมมือกันสืบสวนและติดตามสมาชิกเครือข่ายต่อไป

กระปุกโลชั่นที่ส่งมาจากประเทศลาว 400 กระปุก ภายในซุกเฮโรอีน 14.4 กก. (ภาพจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม)
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลวิธีลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมีความหลากหลายมากขึ้น เช่น ซุกซ่อนในกระป๋องนมผง ผ้าคลุมโต๊ะ ขวดน้ำดื่ม ฯลฯ ตำรวจยืนยันว่าจะเร่งสืบหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อกวาดล้างเครือข่ายค้ายาข้ามชาติอย่างเด็ดขาดและรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม