ธีระ หยาง 亓淞 และบันเทิงดอทคอม 娛樂達康 ประจำสัปดาห์นี้ (2025-08-17)
- ทักทายกันด้วยผลงานของวง Men Envy Children ที่ประกอบด้วยหัวหน้าวง ชางเกอ (昌哥), นักร้องนำ หมี่เฟย (米非), มือกีตาร์ ฮั่นซือ (漢斯) และมือกลอง อาจง (阿中) ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 นับตั้งแต่เดบิวต์ ล่าสุดพวกเขาได้ปล่อยอัลบั้มลำดับที่ 5 Dark Side of the Sun ซึ่งใช้แนวคิดความแตกต่างระหว่างแสงและเงา เป็นแกนหลัก เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการเผชิญหน้ากับความอ่อนแอของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา จากภาพลักษณ์ที่สดใส เร่าร้อน และเต็มไปด้วยพลังวัยรุ่นในอดีต ครั้งนี้พวกเขาเลือกที่จะถอดเปลือกนอกที่สวยงามออก แล้วเดินเข้าสู่ด้านมืด เพื่อแบ่งปันเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงจากความล้มเหลวด้วยวิธีการเล่าแบบย้อนกลับ หมี่เฟย นักร้องนำ กล่าวว่า พวกเราไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง เธอหวังที่จะพาผู้ฟังก้าวผ่านช่วงเวลาสีเทาของชีวิตไปด้วยกัน เพื่อค้นหาความมั่นใจและมีความหวังอีกครั้ง ขณะที่อาจงเสริมว่า เรามักจะแสดงแต่ด้านที่สดใสสวยงาม แต่มีคนน้อยมากที่จะรู้ว่าความเข้มแข็งเหล่านั้นเป็นของขวัญที่หลงเหลือจากบาดแผลในอดีต เพลง Hey My Sweetii (คลิกชม MV) เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ ชางเกอ แต่งให้กับลูกสาว จื่อซาน (子珊) โดยถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่ซ่อนความเปราะบางไว้ ในแบบของ ยิ่งเข้าใกล้ อาจยิ่งสูญเสียมากขึ้น เพลงนี้ไม่ใช่เป็นเพียงบทสนทนาอันอ่อนโยน แต่ยังเป็นการเรียนรู้ที่จะเคารพและยอมถอยห่างอย่างมีศิลปะ การร้องคู่กันระหว่างหมี่เฟยและจื่อซาน สื่ออารมณ์ราวกับเป็นทั้งพี่น้องและเพื่อนสนิท ถ่ายทอดความรักแบบพ่อ-ลูกให้ขยายกว้างออกไปถึงความสัมพันธ์ในรูปแบบอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยรุ่น, คนรักที่กลายเป็นคนแปลกหน้า หรือแม้แต่เพื่อนสนิทที่ค่อย ๆ ห่างหายกันไป Sometimes it’s hard to say yes or no... ไม่ว่าตอนนี้คุณจะเลือกเดินห่างออกไป หรือความสัมพันธ์นั้นกำลังเปลี่ยนแปลง เสื่อมสลาย หรือถูกสร้างขึ้นใหม่ ความรักบางอย่างถึงไม่พูดออกมา… ก็ยังคงอยู่เสมอ เพราะสุดท้ายแล้ว ฉันก็ยังรักเธอเหมือนเดิม พร้อมฟังอีกหนึ่งผลงานของพวกเขาในเพลง Reincarnation (คลิกชม MV)

- เต้าหมิงซื่อไปเยี่ยม ซันไช่ แต่เจอเรื่องสุดซึ้งของกูจุนยอบ! หลังการจากไปของ ต้าเอส นานถึงครึ่งปี ในที่สุด เต้าหมิงซื่อ ก็ได้เดินทางไปเยี่ยม ซันไช่ ! ตามรายงานของสื่อไต้หวัน (Next-Apple News) บอกว่า เจอร์รี และคู่สามีภรรยา เจี๋ยหย่งเจี๋ย ได้นัดกันไปที่สุสานจินเป่าซานเพื่อรำลึกถึงต้าเอส ทั้งสามคนใช้เวลาสั้น ๆ เพียงสิบกว่านาที ก่อนจะเดินทางกลับ เจี๋ยหย่งเจี๋ยเล่าว่า “พวกเราแค่นัดกันไปเยี่ยมต้าเอส แต่เจอร์รี สังเกตเห็นว่ามีตะปูสำหรับตั้งแคมป์ปักอยู่ข้างๆ สุสาน พอถามเจ้าหน้าที่ถึงได้รู้ว่าเป็นฝีมือของ โอบา (กูจุนยอบ อดีตสามีของต้าเอส) ที่ทำไว้ ใช้สำหรับกางเต็นท์บังแดดในเวลาที่เขามาเยี่ยมต้าเอส และเมื่อจะกลับบ้านเขาก็จะเก็บเต็นท์กลับ แต่จะทิ้งตะปูไว้เพื่อใช้งานในครั้งถัดไป โดยในวันที่พายุไต้ฝุ่นหยางหลิว พัดถล่มไต้หวันและทำให้บริเวณสุสานจินเป่าซานมีลมแรงมาก แต่เจอร์รีก็ยังคงเลือกวันนี้เพื่อขึ้นไปรำลึกถึงต้าเอส ซึ่งถือเป็นภาพที่หาดูได้ยากและมีความหมายอย่างยิ่ง ย้อนกลับไปสมัยที่เขากับต้าเอสแสดงซีรีส์เรื่องรักใสใสหัวใจสี่ดวง แม้จะโด่งดังไปทั่วเอเชีย แต่ในชีวิตจริงทั้งคู่กลับไม่ค่อยลงรอยกันนัก และแทบไม่ได้ติดต่อกันเลยหลังจากนั้น จนกระทั่งภายหลังเมื่อเจอร์รีไปออกรายการ Call Me By Fire ที่เมืองจีน และทีมงานได้เปิดคลิปเซอร์ไพรส์ที่ต้าเอสส่งกำลังใจมาให้จากไต้หวัน เขาก็ถึงกับร่ำไห้ออกมากลางรายการ

- ภาพยนตร์รักวัยรุ่นไต้หวันเรื่อง ต้องเพี้ยนถึงจะรักเธอ (Lovesick) เข้าฉายอย่างเป็นทางการที่เกาหลีใต้เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยได้รับการกล่าวถึงจากสื่อเกาหลีหลายสำนัก และยังได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์ที่ผู้ชมเฝ้ารอที่สุดในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนสิงหาคม ด้วยคะแนนโหวตท่วมท้นถึง 57% คว้าอันดับหนึ่งไปครองได้อย่างงดงาม
