ไถวานเตียว(Taiwan tilapia台灣鯛) ในความเป็นจริงคือปลานิลไต้หวัน หรือภาษาจีนเรียกกันว่า “อู๋กัวอวี๋吳郭魚”สายพันธุ์หนึ่งที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ เพื่อยกระดับคุณภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจ มีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด จึงถูกตั้งชื่อว่า “ไถวานเตียว” เพื่อให้แตกต่างจากปลานิลแบบดั้งเดิมที่มีภาพลักษณ์ในตลาดที่ไม่ดีนัก โดยมีจุดเด่นคือเนื้อปลาเนียนนุ่ม โปรตีนสูง และไขมันต่ำ สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู นำไปนึ่ง ทอด ต้ม ปิ้ง หรือใช้ทำสุกี้ก็ได้ จึงได้รับความนิยมบริโภคและกลายเป็นสินค้าส่งออกหลักในกลุ่มผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของไต้หวัน
ฟาร์มเพาะพันธุ์ ปลานิลเกาเจิ้ง (高鉦臺灣鯛繁殖場) ความสำเร็จไม่ได้มาจากเทคนิคการเพาะพันธุ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริหารจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ การใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ และการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งในมาตรฐานสินค้าและปริมาณการส่งมอบ ส่งผลให้ลูกพันธุ์มีคุณภาพสูง ทนโรค และปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมได้ดี ซึ่งเป็นต้นน้ำสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรมปลานิลไต้หวัน โดยฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ใน ตำบลปู้ไต้ เมืองเจียอี้ ครอบคลุมกว่า 17 เฮกตาร์ ฟาร์มแห่งนี้ผลิตลูกปลานิลไต้หวันมากกว่า 100 ล้านตัวต่อปี คิดเป็นกว่า 70% ของประเทศ และถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของการเพาะเลี้ยงปลานิล ด้วยการคัดพันธุ์อย่างแม่นยำ การจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ และระบบอัจฉริยะ ทำให้การส่งออกมีเสถียรภาพและยืนหยัดเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเพาะพันธุ์สัตว์น้ำของไต้หวัน
ฟาร์มก่อตั้งในปี 2010 โดย หลินตู่อี้ (林篤毅) เกษตรกรดีเด่น 10 อันดับแรกของปี 2017 ผู้สืบทอดรุ่นที่ 3 ของครอบครัวเดิมทำฟาร์มปลากระบอกในเมืองเจียอี้ ด้วยการผสานวิสัยทัศน์ ความหลงใหล และทฤษฎีการจัดการธุรกิจ เขาได้ขยายพื้นที่ฟาร์มจาก 5 เฮกตาร์เป็น 17 เฮกตาร์ และเพิ่มผลผลิตลูกพันธุ์จาก 9 ล้านตัวต่อปีเป็น 100 ล้านตัวต่อปี ใช้ประโยชน์จากสภาพภูมิอากาศและคุณภาพน้ำที่เหมาะสม ทำให้ฟาร์มมีฐานพัฒนาและความมั่นคงอย่างยาวนาน
ฟาร์มเกาจิ้งเพาะเลี้ยงลูกพันธุ์ปลานิล GIFT ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่าง Oreochromis aureus กับ Oreochromis niloticus ให้เนื้อแน่น รสชาติดี โดยลูกพันธุ์ผ่านการคัดเลือกเข้มงวดและผสมพันธุ์เชิงวิทยาศาสตร์ มีจุดเด่น 6 ประการ ได้แก่ ต้านโรคดี ลดการเจ็บป่วย, อัตราเพศผู้สูง รอดชีวิตดี ใช้เวลาเพาะ 15 วัน, ทนต่อความเครียด ลดการสูญเสียระหว่างขนส่ง, โตเร็ว 6 เดือนหนักเกิน 600 กรัม, เนื้อหลังหนา รูปร่างอ้วนกลม สีดำเงา อัตราแล่เนื้อสูง และซัพพลายเสถียร ครองตลาดลูกพันธุ์ปลานิลไต้หวันกว่า 70%
ฟาร์มเกาเจิ้ง ภายใต้การนำของ หลินตู่อี้ (林篤毅) เร่งนำ ระบบจัดการเพาะเลี้ยงอัจฉริยะ มาใช้ตั้งแต่ปี 2019 เช่น เครื่องเคลื่อนย้ายลูกปลาอัตโนมัติ เครื่องตัดอาหารอัตโนมัติ ระบบเตือนไฟดับและระดับออกซิเจนต่ำ กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ตรวจวัดอัตโนมัติ โดยมีแผนเพิ่มเครื่องเพิ่มออกซิเจนและระบบควบคุมผ่านคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของคน
แม้ต้นทุนสูง ทั้งก่อสร้างเกิน 1 ล้านเหรียญไต้หวันต่อเฮกตาร์ และบำรุงรักษาปีละกว่า 200,000 เหรียญไต้หวัน แต่การลงทุนนี้ช่วยรักษากำลังการผลิตและความสามารถในการแข่งขันของฟาร์มได้อย่างยั่งยืน