ชาเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไต้หวัน พื้นที่ปลูกปี 2023 ราว 12,000 เฮกตาร์ ผลผลิตประมาณ 14,000 ตัน ส่วนใหญ่เป็นชากึ่งหมักคุณภาพสูง แต่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ตลาดชาเย็นพร้อมดื่มและชานมไข่มุกเติบโตรวดเร็ว ทำให้ชาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการนี้ สถานีวิจัยฯ จึงพัฒนาสายพันธุ์เชิงพาณิชย์ที่ให้ผลผลิตสูง คุณภาพดี และเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องจักร ชาไต้หวันเบอร์ 26 หรือ ฟงเฮ่อ(臺茶26 號—豐鶴) จึงถือเป็นผลลัพธ์สำคัญในการสร้างพลังใหม่ให้กับอุตสาหกรรมชา

ชาไต้หวันเบอร์ 26 เป็นชาพาณิชย์สายพันธุ์แรกของไต้หวัน
ต้นกำเนิดของ ชาไต้หวันเบอร์ 26 ย้อนกลับไปกว่า 50 ปี เมื่อสมัยหลังญี่ปุ่นปกครอง ไต้หวันมี สถานีทดลองการผลิตชา ซึ่งเป็นต้นแบบของสถานีวิจัยพันธุ์ชาในปัจจุบัน ที่นี่เริ่มปรับปรุงพันธุ์ชาอย่างเป็นระบบ หลังปี 1953 มุ่งพัฒนาชาเขียวและชาแดง ผ่านการคัดเลือกต้นเดี่ยวและทดลองสายพันธุ์ จนได้สายพันธุ์จากการผสมตามธรรมชาติของ “ฉีเหมิน” รหัส 5313 มียอดแตกหนาแน่น ผลผลิตสูง และอัตรารอดปลูกเกิน 90% ซึ่งคือจุดเริ่มต้นของชาไต้หวันเบอร์ 26 อย่างไรก็ตาม ต่อมา ตลาดชาภายในประเทศหันไปเน้น ชากึ่งหมักคุณภาพสูง ทำให้สายพันธุ์ 5313 ถูกเก็บไว้ในสวนพันธุ์ของสถานีวิจัยจนหลายปีมานี้ แต่เมื่อความต้องการชาเครื่องดื่มพร้อมดื่มเพิ่มขึ้น พร้อมแรงกดดันจากสภาพภูมิอากาศและแรงงานขาดแคลน สายพันธุ์นี้จึงถูกนำกลับมาพัฒนาใหม่

ชาเขียว(ภาพบน) ชาแดง(ภาพล่าง)
ปี 2010 ชิวฉุยฟง (邱垂豐) นักวิจัยชาและรองผู้อำนวยการสถานีวิจัยชา ได้นำสายพันธุ์ 5313 มาฟื้นฟู พร้อมเริ่มทดลองและประเมินผลใหม่ ก่อนที่ทีมวิจัยรุ่นใหม่จะสานต่ออย่างเป็นทางการ ซึ่งจากความทุ่มเทของทีมงาน “ชาไต้หวันเบอร์ 26” จึงได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2024 กลายเป็นสายพันธุ์ชาแรกในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมชาไต้หวันที่ถูกนิยามว่าเป็น “ชาพาณิชย์” ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างคนสองรุ่น ผสานรากฐานการปรับปรุงพันธุ์เดิมกับความคิดสร้างสรรค์ของนักวิจัยรุ่นใหม่ และหลังผ่านการโหวตสาธารณะ ชาสายพันธุ์นี้ได้รับชื่อทางการค้า “ฟงเฮ่อ (豐鶴)” โดยคำว่า “ฟง-豐” หมายถึงความอุดมสมบูรณ์และผลผลิตสูง ส่วนคำว่า “เฮ่อ-鶴” หมายถึงนกกระเรียนจากยอดอ่อนสีแดงอมม่วงที่ตั้งตรงดุจปีกกระเรียน ถือเป็นการบ่งบอกถึงการที่อุตสาหกรรมชาไต้หวันกำลังโผสู่อนาคตบนรากฐานแห่งการสืบสาน
เมื่อใช้คู่กับเทคโนโลยี การแปรรูปชาสกัดเร็ว และกระบวนการ “การตัดเปียก” (Wet Cutting) ชาไต้หวันเบอร์ 26 สามารถผลิตชาเขียวและชาแดงเชิงพาณิชย์ที่รสเข้มข้น กลิ่นรสคงอยู่ยาวนาน และคุณภาพดีกว่าสายพันธุ์ชาเขียวทั่วไป

ชาเขียว(ภาพซ้าย) ชาแดง(ภาพขวา)
จากการวิเคราะห์ พบว่าเบอร์ 26 มีอัตราส่วนคาเทชินไม่อิสระต่ออิสระสูง และคาเฟอีนมากกว่า จึงใช้ปริมาณน้อยก็ชงรสเข้มข้น ตอบโจทย์ตลาดเครื่องดื่มเชิงพาณิชย์ ชาพร้อมดื่ม และชานมไข่มุกได้อย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยทดแทนการนำเข้าบางส่วน ขยายโอกาสส่งออก เพิ่มรายได้เกษตรกร และเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของอุตสาหกรรมชาไต้หวัน