ผู้ที่นับถือพุทธศาสนาและลัทธิเต๋าในไต้หวันมักจัดโต๊ะอาหารเพื่อเซ่นไหว้ “ผีไร้ญาติ” และบูชาดวงวิญญาณบรรพบุรุษในช่วงเทศกาลผี ทั้งนี้ ผีเป็นความเชื่อที่อยู่คู่มนุษย์ทุกเชื้อชาติมาช้านาน มักถูกมองว่าเป็นสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติ เกิดจากความเชื่อว่าวิญญาณยังคงดำรงอยู่หลังความตาย บางตนให้คุณ คุ้มครอง หรือได้รับการยกย่องเป็นเทวดา ขณะที่บางตนอาจให้โทษ เป็นทั้งผีดีและผีร้ายตามแต่ความเชื่อ
ที่ไต้หวันมีนักสื่อวิญญาณชื่อ Jessica ผู้คร่ำหวอดในสายงานมากว่า 20 ปี เธอทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างคนเป็นกับผู้ล่วงลับ ช่วยให้หลายครอบครัวคลายความคิดถึง แก้ไขความคาใจ หรือแม้แต่คลี่คลายความเข้าใจผิดกับญาติที่จากไปแล้ว และยังได้แบ่งปันถึงความเข้าใจผิดและความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ “ผี” พร้อมหยิบยกเรื่องราวจริงจากประสบการณ์การทำงานมายืนยัน
Jessica เล่าว่า ตอนวัยรุ่นเธอไม่ชอบความสามารถในการมองเห็นวิญญาณนัก เพราะอยากใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา แต่เมื่อค้นพบว่าสามารถสนทนา และบางครั้งให้วิญญาณสื่อสารผ่านร่างกายได้ เธอกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างครอบครัวกับผู้ล่วงลับ ช่วยคลี่คลายความค้างคาใจและทำให้ต่างฝ่ายก้าวต่อไปได้
เธอเล่าว่า เคยมีวิญญาณบอกอย่างซาบซึ้งว่า การพบเธอเหมือนได้เจอ “สายโทรศัพท์” ส่งความรักถึงครอบครัวอีกครั้ง สำหรับผู้ที่ยังมีชีวิต นั่นคือการปลอบประโลมใจครั้งใหญ่ ทำให้เธอตระหนักถึงคุณค่าของพรสวรรค์ และมองชีวิตกับคนรอบตัวด้วยความหวงแหนมากขึ้น เพราะทุกสิ่งล้วนเปราะบางและมีค่า และท้ายที่สุด เธอสรุปว่า “ความงดงาม ความซาบซึ้ง การช่วยเหลือ เกื้อกูล และความรัก” คือพลังงานที่วิญญาณจดจำได้ หากสะสมสิ่งเหล่านี้ไว้มากพอ ก็จะกลายเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงวิญญาณต่อไปในอนาคต