ข้าวเป็นอาหารหลักของชาวไต้หวัน โดยนิยมบริโภค “ข้าวเผิงไหล” (蓬萊米) ข้าวเมล็ดสั้นที่มีรสหวาน หอม เหนียวนุ่ม จนทำให้ไต้หวันได้ชื่อว่า “เกาะสวรรค์เผิงไหล” (蓬萊仙島) อีกทั้งรัฐบาลยังควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การปลูกจนถึงการตลาด ทำให้ข้าวไต้หวันมีชื่อเสียงและคุณภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนข้าว “ไจ้ไหล” (在來米) ซึ่งเป็นเมล็ดยาว มักใช้ทำอาหารดั้งเดิม เช่น ขนมผักกาด ขนมวาก้วย หรือเส้นหมี่ เป็นต้น
ข้าวเผิงไหลถือกำเนิดในยุคญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน เพราะคนญี่ปุ่นไม่คุ้นเคยกับการบริโภคข้าวเมล็ดยาวหรือข้าวไจ้ไหลที่ค่อนข้างแข็ง จึงมีการวิจัยและพัฒนาข้าวเมล็ดสั้นหรือข้าวเผิงไหล และตลอดกว่า 100 ปีที่ผ่านมา ข้าวเมล็ดสั้นก็ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จนมีมากกว่า 200 ชนิด ทั้งข้าวบริโภคทั่วไป ข้าวฟังก์ชันนัล ไปจนถึงข้าวสร้างสรรค์ลวดลายในนาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยมีจุดเริ่มต้นจาก “จู๋จื่อหู” (竹子湖)
จู๋จื่อหู คือหุบเขาระหว่างภูเขาต้าถุนและภูเขาชีชิง ในอุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน เขตเป่ยโถว กรุงไทเป สูงราว 670 เมตร อากาศเย็นชื้น ดินอุดมสมบูรณ์ และมีน้ำพุภูเขา จึงเหมาะแก่การเกษตรและเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เดิมทีเคยเป็นทะเลสาบกั้นน้ำจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อราว 350,000 ปีก่อน แต่ภายหลังแห้งไป และเคยมีป่าไผ่ลูกศรกับไผ่ม่งจงหนาทึบ เมื่อลมพัด ไผ่ไหวพลิ้วคล้ายเกลียวคลื่น จึงได้ชื่อว่า “ทะเลสาบไผ่” นั่นเอง
จู๋จื่อหูยังมีชื่อเสียงเรื่องงานเทศกาลชมดอกคาลลาลิลี่ในฤดูใบไม้ผลิ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และตั้งแต่ปี 2011 ชาวบ้านได้ฟื้นฟูการปลูกข้าวเผิงไหลพันธุ์ดั้งเดิม โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน จนปี 2016 สามารถปลูกพันธุ์ “นาคามูระ” ที่เคยสูญหายไปหลายสิบปี ฟื้นภาพวิถีข้าวดั้งเดิมกลับมาอีกครั้ง

การฟื้นฟูการปลูกข้าวเผิงไหลพันธุ์ดั้งเดิมที่จู๋จื่อหู