เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนประถมศึกษาเซิ่งลี่ (勝利國小) ในเมืองผิงตง เมื่อนักเรียนได้ค้นพบว่ามีดักแด้จำนวนมากเกาะอยู่ตามมุมต่างๆ ของโรงเรียน เหล่านักเรียนและคุณครูจึงตัดสินใจทำภารกิจ "ช่วยเหลือดักแด้" เพื่อช่วยให้ผีเสื้อฟักตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย

คุณครูได้ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่เรียกว่า DFC (Design For Change) ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ :
1. สัมผัส (感受)
เริ่มจากการตั้งคำถามว่า "จะทำอย่างไรเพื่อสร้างห้องดักแด้ที่ปลอดภัยให้กับเหล่าผีเสื้อดี?" คุณครูกระตุ้นให้นักเรียนลองคิดถึงพฤติกรรมของผีเสื้อในระบบนิเวศ และผลกระทบจากการถูกรบกวนจากมนุษย์ จากนั้นทำความเข้าใจกระบวนการเปลี่ยนจากดักแด้เป็นผีเสื้ออย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างสรรค์ไอเดีย โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาจากมุมมองของมนุษย์
2. จินตนาการ (想像)
จากปัญหาที่สรุปได้ในขั้นตอนแรก นักเรียนเริ่มจินตนาการถึงทางออกที่เป็นไปได้ เช่น "จะทำอย่างไรให้ผีเสื้อฟักตัวและขยายพันธุ์ได้สำเร็จ?" "วัสดุอะไรที่สามารถนำมาทำโพรงเทียมให้ดักแด้ได้บ้าง?" และ "อุปสรรคและปัญหาที่อาจจะเจอในภารกิจนี้คืออะไร?" คุณครูยังชวนนักเรียนให้จินตนาการภาพวาดที่มีผีเสื้อบินว่อนอยู่ทั่วรั้วโรงเรียน และช่วยกันรวบรวมแนวคิดต่างๆ จนกลายเป็น "แผนที่ทางเดินผีเสื้อในรั้วโรงเรียน"
3. ลงมือทำ (實踐)
ในขั้นตอนการลงมือทำคุณครูสนับสนุนให้นักเรียนค้นคว้าข้อมูลและยังฝึกฝนนักอธิบายตัวน้อย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ โดยมีการวางแผนกิจกรรมอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านทรัพยากร งบประมาณ จำนวนคน และระยะเวลาในการทำภารกิจ ปลูกฝังทัศนคติที่ไม่กลัวต่อความล้มเหลวและกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นกับผู้อื่นแก่เด็กๆ โดยมีคุณครูคอยเป็นที่ปรึกษาตลอดการดำเนินภารกิจ
4. แบ่งปัน (分享)
ในขั้นตอนนี้ นักเรียนได้เรียนรู้ว่าการได้ทำสิ่งที่มีความหมายจะทำให้พวกเขารู้สึกภูมิใจ โดยได้ส่งเสริมให้ทุกคนบอกเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง และแบ่งปันประสบการณ์แก่คุณครู เพื่อนๆ และครอบครัวฟัง นอกจากนี้ ยังได้นำเรื่องราวนี้ไปแบ่งปันให้กับครูและนักเรียนทั่วทั้งโรงเรียน ส่งผลให้มีปลอกสวมแก้วกระดาษที่คนในโรงเรียนนำมาบริจาคมากขึ้น และรวบรวมเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ แถมยังนำกล่องปักชำจากขวดพลาสติก ไปแจกจ่ายให้กับโรงเรียนอื่นๆ ในท้องถิ่นด้วย ซึ่งตลอดภารกิจ พวกเขาได้ทบทวนอยู่เสมอว่า จะทำอย่างไรให้แนวคิดและกิจกรรมของพวกเขาสามารถขยายผลและสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับคนอื่นๆ ได้อีกค่ะ

จากการสังเกต เหล่านักเรียนพบว่าวงจรชีวิตของผีเสื้อหนอนใบรักธรรมดาใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน และถ้าหากตัวอ่อนที่ฟักตัวออกมามีจำนวนมาก ต้นไฟเดือนห้า ซึ่งเป็นพืชอาหารหลักของผีเสื้อมักจะถูกกินจนหมด ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร ด้วยเหตุนี้นักเรียนและคุณครูจึงได้คิดค้น "กล่องปักชำจากขวดพลาสติก" กล่องนี้ไม่เพียงแต่ช่วยขยายพันธุ์พืชได้สำเร็จ แต่ยังช่วยป้องกันไม่ให้ผีเสื้อเข้ามาวางไข่อีกด้วย เมื่อต้นไฟเดือนห้าเติบโตจนสมบูรณ์แล้ว ก็สามารถย้ายไปปลูกที่อื่นต่อได้ หรือจะนำไปแจกจ่ายให้กับโรงเรียนและชุมชนใกล้เคียงก็ได้
หลังจากภารกิจนี้ดำเนินไปได้ 1 ปี ก็เกิดผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ จำนวนผีเสื้อในโรงเรียนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีพืชอาหารที่อุดมสมบูรณ์และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการขยายพันธุ์ ทำให้สามารถพบเห็นผีเสื้อบินว่อนในโรงเรียนได้แทบทุกฤดูตลอดทั้งปี และทางเดินหน้าห้องเรียนก็กลายเป็นทางเดินผีเสื้อที่สวยงาม
Photo: 湯奇霖(屏東縣勝利國小教務主任)