1.ชวนส่องวันสารทจีนไต้หวัน เทศกาลแห่งความกตัญญูและความเชื่อดั้งเดิมที่ยังคงสืบทอดในไต้หวัน
หากพูดถึงวันสารทจีน ทุกคนจะนึกอะไร ? บางคนอาจนึกถึงพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ บางคนนึกถึงวันประตูยมโลกเปิด ใครที่อยู่ไต้หวันมานาน อาจนึกถึงภาพโต๊ะเซ่นไหว้ที่ตั้งอยู่ตามหน้าร้านค้าหรือบ้านเรือนต่างๆ เพื่อเซ่นไหว้ผีเร่ร่อน หรือภาพพิธีเซ่นไหว้วิญญาณไร้ญาติในช่วงเทศกาลสารทจีนที่วัดต่างๆในไต้หวันมักจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และมีการเผากระดาษเงิน กระดาษทองเยอะแยะมากมาย
วันสารทจีนในภาษาจีนเรียกว่า 中元節 (จงหยวนเจี๋ย) บางคนเรียกเทศกาลนี้ว่า 七月半 (ชีเยว่ป้าน) แปลว่า ครึ่งเดือน 7 เนื่องจากวันสารทจีนตรงกับวันที่ 15 ค่ำเดือน 7 ตามปฏิทินจีน โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 6 กันยายน ถือเป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนและลูกหลานชาวจีนทั่วโลกใช้แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณที่ไร้ญาติ ซึ่งมีที่มาจากความเชื่อทางพุทธศาสนาและลัทธิเต๋า
วันสารทจีนมีชื่อเรียกในพุทธศาสนาว่า เทศกาลอุลลัมพน (盂蘭盆節 อวี๋ หลัน เผิน เจี๋ย) มีที่มาจากตำนาน “พระโมคคัลลานะโปรดมารดา” (目連救母) เรื่องราวเล่าว่า พระโมคคัลลานะได้เห็นมารดาผู้ล่วงลับต้องทนทุกข์อยู่ในภูมิเปรตจากกรรมชั่วที่ทำไว้ จึงขอคำแนะนำจากพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสอุลลัมพนสูตรซึ่งว่าด้วยการถวายอาหาร ธูปเทียน และเครื่องไทยทานแด่พระสงฆ์ในวันที่ 15 ค่ำเดือน 7 ผลบุญจากการถวายภัตตาหารนี้ได้ช่วยปลดปล่อยดวงวิญญาณของมารดาให้พ้นจากความทุกข์ เรื่องราวนี้จึงถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญู และกลายเป็นธรรมเนียมทำบุญเลี้ยงพระและอุทิศบุญให้บรรพบุรุษในวันสารทจีน
ตามความเชื่อของลัทธิเต๋า วันสารทจีนเป็นวันเทวสมภพของเทพตี้กวนต้าตี้ (地官大帝) เทพเจ้าผู้ดูแลผืนดิน หนึ่งในสามเทพเจ้าใหญ่ของลัทธิเต๋า หรือซานกวนต้าตี้ (三官大帝) เทพเจ้าสามองค์ที่ปกครองฟ้า ดิน และน้ำ ตามคัมภีร์ลัทธิเต๋าระบุว่า เชื่อว่าเทพตี้กวนต้าตี้มีหน้าที่ตรวจสอบความดีความชั่วของมนุษย์และประทานอภัยโทษแก่ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับ ในวันนี้จึงถือว่าเป็นวันที่เทพจะปล่อยดวงวิญญาณขึ้นมารับส่วนบุญ ผู้คนจะประกอบพิธี “ผู่ตู้” (普渡) หรือในพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดภูเก็ตเรียกว่าประเพณีพ้อต่อ เป็นพิธีอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติหรือ สัมภเวสี หรือที่ไต้หวันเรียกกันว่า ห่าวซงตี้ (好兄弟) แปลว่า พี่น้องพี่ดี
เมื่อความเชื่อในพระพุทธศานากับความเชื่อลัทธิเต๋า หลอมหลวมเข้ากับความเชื่อพื้นบ้าน จึงเกิดเป็นประเพณีที่ผสมผสานพิธีกรรมเข้าด้วยกันและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ไม่เพียงในจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า แต่ยังแพร่หลายในหลายประเทศที่มีชาวจีนอพยพ เช่น ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งในในปัจจุบัน นอกจากประชาชนจะทำพิธีเซ่นไหว้ในบ้านหรือตามวัดแล้ว ยังพบว่าผู้ประกอบการ ธุรกิจร้านค้าต่างๆ ก็มักจะทำพิธีไหว้วันสารท เพื่อขอพรให้เกิดความเป็นสิริมงคลและขอพรให้กิจการเจริญรุ่งเรืองด้วยเช่นกัน
ประเพณีวันสารทจีนในไต้หวันที่สำคัญ อย่างแรกคือ พิธีผู่ตู้ หรือพิธีเซ่นไหว้วิญญานไร้ญาติและบูชาบรรพบุรุษ ในช่วงนี้ ตามถนนหนทางจะมีการตั้งโต๊ะเซ่นไหว้อยู่หน้าร้านหรือหน้าบ้าน กลิ่นธูปหอมและควันจากการเผากระดาษเงินกระดาษทองลอยอยู่กลางอากาศ เป็นบรรยากาศช่วงเทศกาลวันสารทจีนในไต้หวัน วัดต่างๆหลายแห่งในไต้หวัน จะมีการจัดพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ โดยเฉพาะที่เมืองจีหลง เป็นหนึ่งในสถานที่จัดพิธีจีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไต้หวัน
เทศกาลวันสารทจีนแห่งเมืองจีหลง (鷄籠中元祭) มีประวัติยาวนานกว่า 171 ปี ถือเป็นหนึ่งในพิธีกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของไต้หวัน และได้รับการขึ้นทะเบียนจากกระทรวงวัฒนธรรมไต้หวันในปี 2008 ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ เทศกาลนี้ไม่เพียงแต่สืบสานประเพณีดั้งเดิม แต่ตลอดช่วงเทศกาล ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมหลากหลาย ทั้งงานเฉลิมฉลองและขบวนแห่โคมไฟอันงดงาม ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไต้หวันและชาวต่างชาติ ให้หลั่งไหลมาชมงานนับแสนคน กลายเป็นเทศกาลที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จีหลงและไต้หวันอย่างกว้างขวาง

การเต้นจงขุยเพื่อส่งดวงวิญญาณที่ติดอยู่ในโลกมนุษย์ให้กลับสู่ยมโลก (ภาพ CNA)
ประเพณีต่อมาคือ ประเพณีชิงเปรตแบบจีนที่เรียกว่า "เฉี่ยงกู" (搶孤) เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่โดดเด่นในวันสารทจีน หลายคนอาจเคยเห็นภาพในข่าวทางทีวีที่ผู้เข้าแข่งขันจากแต่ละทีม ต้องแข่งกันปีนเสาน้ำมัน เพื่อชิงเครื่องเซ่นไหว้ จริง ๆ แล้ว ประเพณี “ชิงเปรต” เป็นพิธีกรรมเกี่ยวกับการขอพรให้เทพเจ้าและดวงวิญญาณคุ้มครอง และขับไล่ดวงวิญญาณเร่ร่อนที่ไม่ยอมกลับสู่นรก รวมถึงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ในยุคปัจจุบัน ประเพณีนี้ได้พัฒนาเป็นการแข่งขันที่ช่วยเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ และมีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยเข้าร่วม กลายเป็นการแข่งขันในระดับนานาชาติ
ประเพณีชิงเปรตจะจัดขึ้นในช่วงเวลาเวลาประมาณ 5 ทุ่มถึงตี 1 โดยเริ่มจากการตั้งเสาที่มีความสูงสิบกว่าเมตร บนยอดเสาจะสร้างพื้นที่สำหรับวางของเซ่นไหว้และธง และใช้น้ำมันวัวทาตัวเสาให้ลื่น ประเพณีชิงเปรตที่มีชื่อเสียงที่สุดในไต้หวัน จัดขึ้นเขตโถวเฉิง เมืองอี๋หลัน และแหลมเหิงชุนในเมืองผิงตง

ประเพณีลอยประทีป อุทิศกุศบแก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับ (ภาพ 自由時報)
ประเพณีถัดมาคือ การลอยประทีป หรือในภาษาจีนเรียกว่า (放水燈) เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญในวันสารทจีนของไต้หวัน เชื่อกันว่าเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณผู้ล่วงลับ และเป็นการช่วยชี้ทางให้ดวงวิญญาณที่จมน้ำมารับเครื่องเซ่นไหว้ โดยทั่วไปแล้ว พิธีลอยประทีป มักจะจัดขึ้นในคืนก่อนวันสารทจีน โดยประทีปจะทำมาจากโครงไม้ไผ่และกระดาษ ประดิษฐ์เป็นรูปพระราชวังหรือบ้าน ด้านในจุดเทียน ด้านนอกเขียนคำอวยพรวันสารทจีนและชื่อของผู้ขอพร จากนั้นให้นำไปลอยในแม่น้ำให้ไหลไปตามกระแสน้ำ
เชื่อกันว่ายิ่งประทีปลอยไปไกลและเร็วเท่าไหร่ เจ้าของประทีปก็จะยิ่งโชคดีและได้รับการคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น ประเพณีลอยประทีปในไต้หวันที่โด่งดังที่สุด คืองานที่จัดขึ้นในเมืองจีหลงและเมืองอี๋หลาน

การเต้นจงขุยเพื่อส่งดวงวิญญาณที่ติดอยู่ในโลกมนุษย์ให้กลับสู่ยมโลก (ภาพ CNA)
ประเพณีสุดท้ายในช่วงวันสารทจีนของไต้หวันที่เรานำเสนอในวันนี้ คือการเต้นเทพจงขุย หรือภาษาจีนเรียกว่า 跳鍾馗 (เที่ยวจงขุย) เป็นพิธีกรรมในลัทธิเต๋า มักจัดขึ้นหลังจากทำพิธีผู่ตู้เสร็จสิ้นแล้ว โดยวัตถุประสงค์ของการเต้นจงขุย ไม่ได้เต้นให้คนในโลกมนุษย์ชม แต่เป็นการเต้นเพื่อส่งดวงวิญญาณที่ติดอยู่ในโลกมนุษย์ให้กลับสู่ยมโลก ทางศาลเจ้าจะเชิญหมอผีหรือคณะละครมาแต่งกายเป็น “เทพจงขุย เทพผู้เป็นสัญลักษณ์ของการปราบผีปีศาจ” ผู้ซึ่งมีหนวดเคราและคิ้วแผ่ชี้รอบๆใบหน้า สวมชุดขุนนางจีนสีแดง ในมือถือกระบี่หรือบางครั้งก็ถือพัด มีความน่าเกรงขาม เพื่อบอกกล่าวให้ “วิญญาณไร้ญาติ” ได้รู้ว่าถึงเวลาที่ต้องปล่อยวางและกลับไปยังยมโลกแล้ว
การเต้นจงขุยสยบวิญาณเป็นพิธีกรรมที่มีมนต์ขลัง น่าสะพรึงกลัว เต็มไปด้วยพลังขับไล่สิ่งชั่วร้าย ดังนั้นคนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ที่ร่างกายไม่แข็งแรงหรือผู้ที่ดวงไม่ดีควรหลีกเลี่ยงเข้าใกล้พิธีกรรมนี้ ซึ่งแม้แต่ผู้ที่อยู่ในพิธีก็ต้องพกเครื่องรางหรืออมใบต้นไทรไว้ในปากเพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย และตลอดพิธีไม่อนุญาตให้พูดคุยโดยเด็ดขาด ไต้หวันมีภาพยนต์เรื่อง The Rope Curse ที่กล่าวถึงพิธีกรรมนี้ หากใครสนใจสามารถไปหามารับชมได้
เป็นยังไงกันบ้าง วันนี้เราพาทุกคนมาทำความรู้จักกับพิธีกรรมและประเพณีต่างๆในวันสารทจีนในไต้หวัน ประเพณีเหล่านี้นอกจากเป็นการแสดงความกตัญญูและความเคารพต่อบรรพบุรุษของชาวจีนแล้ว ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเชื่อดั้งเดิมที่สืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
แล้วคุณผู้ฟังล่ะ เคยมีประสบการณ์อะไรเกี่ยวกับวันสารทจีน? หรือที่บ้านของคุณมีการจัดพิธีวันสารทจีนแบบไหน หรือใครเคยเข้าร่วมพิธีที่เรากล่าวมาในวันนี้กันบ้าง มาแชร์ประสบการณ์และมุมมองของคุณเข้าสู่รายการเลยค่ะ
2. 春水堂 และ 鼎泰豐
ไต้หวันขึ้นชื่อเรื่องอาหารและเครื่องดื่มที่ทั้งอร่อยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งแน่นอนว่าเกิดจากการผสมผสานระหว่างรากเหง้าวัฒนธรรมดั้งเดิมของท้องถิ่นบวกกับความคิดสร้างสรรค์สมัยใหม่ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว รสชาติและหน้าตาของอาหารไม่เพียงสะท้อนวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ของเกาะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียด การพัฒนารสชาติและคุณภาพอย่างต่อเนื่อง จากร้านอาหารริมทางที่ส่งกลิ่นหอมเชิญชวนให้ผู้ที่เดินผ่านไปมาได้มาลิ้มลอง ไปจนถึงร้านอาหารและคาเฟ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหรามีสไตล์ ล้วนดึงดูดให้ผู้มาเยือนเกาะแห่งนี้ อยากสัมผัสประสบการณ์รสชาติท้องถิ่นแบบแท้ ๆ ของอาหารไต้หวัน
บนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ มีหลายร้านที่สร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ แต่ในบรรดาร้านเหล่านั้น มีอยู่สองชื่อที่ชาวไต้หวันมักภูมิใจนำเสนอแก่นักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ ได้แก่ 春水堂 (Chun Shui Tang) ร้านชาที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นตำรับชานมไข่มุก และ 鼎泰豐 (Din Tai Fung) ร้านติ่มซำระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องเสี่ยวหลงเปา ทั้งสองแบรนด์ไม่เพียงแต่ครองใจผู้คนในประเทศ แต่ยังเป็นอีกจุดหมายที่ผู้มาเยือนจากทั่วโลกต่างตั้งใจมาลองให้ได้สักครั้งในชีวิต
春水堂 ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1983 ที่เมืองไถจง โดยคุณ 劉漢介 สำหรับเมนูชานมไข่มุกนั้น ผู้ก่อตั้งได้แรงบันดาลใจจากชาเย็นที่เคยได้ลิ้มลองในญี่ปุ่น แล้วนำมาปรับให้เข้ากับรสนิยมของคนไต้หวัน พร้อมคิดค้นเทคนิคการ “เชคชา” (hand-shaken tea) ด้วยเชคเกอร์แบบบาร์เครื่องดื่มตะวันตก เพื่อให้ชาเย็นมีรสเข้ม กลิ่นหอมชัด และมีฟองนุ่ม ๆ ด้านบน จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1987 เมื่อร้านเพิ่มเม็ดไข่มุกที่ทำจากแป้งมันสำปะหลังหรือภาษาจีนเรียกว่า “珍珠 (ไข่มุก)” ลงไปในชาเย็น กลายเป็น 珍珠奶茶 (ชานมไข่มุก) สูตรต้นตำรับที่ภายหลังกลายเป็นสัญลักษณ์ของไต้หวัน และแพร่หลายไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก
ปัจจุบัน 春水堂 ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดนัดพบของผู้คนทุกเพศทุกวัย บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยโทนไม้และแสงอบอุ่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนหรือพูดคุยกันอย่างสบาย ๆ การผสมผสานระหว่างความคลาสสิกกับความร่วมสมัยนั้นทำให้ร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นมาก ๆ
นอกจากชานมไข่มุกสูตรต้นตำรับแล้ว ทางร้านยังมีเมนูจานเด่นหลายรายการ เช่น 私房肉排麵特餐 (Soy Sauce Braised Pork Chop Noodles Special) บะหมี่เสิร์ฟพร้อมหมูชิ้นใหญ่หมักซอสสูตรลับจนเข้าเนื้อ และ 功夫麵 (Kung-Fu Noodles) บะหมี่แห้งเส้นเหนียวนุ่มคลุกซอสกลมกล่อมที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านและโรยด้วยหมูสับพะโล้ รวมถึงเมนูยอดนิยมอื่น ๆ เช่น 御品牛肉麵 (Braised Beef Noodle Soup) น้ำซุปเข้มข้นหอมเครื่องเทศ และ 古早味蘿蔔糕(煎) (Turnip Cake) ที่กรอบนอกนุ่มใน
ร้านนี้ใช้ระบบ ชำระเงินก่อนรับประทาน ลูกค้าต้องสั่งอาหารและจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ก่อน แล้วจึงนำใบเสร็จไปนั่งรออาหารเสิร์ฟที่โต๊ะ
鼎泰豐
鼎泰豐 เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1958 ในฐานะร้านขายน้ำมันทำอาหารเล็ก ๆ ของคุณ 楊秉彝และภรรยาในไทเป ชื่อ “Din Tai Fung” ที่มาของชื่อร้านมาจากการรวมชื่อบริษัทเก่ากับชื่อซัพพลายเออร์เข้าด้วยกัน แต่เมื่อธุรกิจน้ำมันเริ่มซบเซา ทั้งคู่ตัดสินใจหันมาทำติ่มซำเต็มรูปแบบในช่วงต้นทศวรรษ 1970 โดยมี 小籠包 (เสี่ยวหลงเปา) เป็นเมนูหลักของทางร้าน
จุดเด่นของเสี่ยวหลงเปาที่ 鼎泰豐 คือความประณีตในทุกขั้นตอน แป้งต้องบางพอดีไม่หนาจนเกินไป ไส้หมูข้างในจะมีน้ำซุปร้อน ๆ ฉ่ำ ๆ เวลากัดลงไปน้ำซุปก็จะพุ่งออกมาต้องระวังเลอะ และการจีบพับที่เท่ากันทุกลูกโดยมีทั้งหมด 18 จีบ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานของทางร้าน ความใส่ใจในรายละเอียดขั้นตอนการทำนี้ทำให้เสี่ยวหลงเปาของ 鼎泰豐 ได้รับการยกย่องจากทั้งนักชิมและสื่อชื่อดัง เช่น The New York Times ที่เคยจัดให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ควรไปเยือน และหลายสาขาทั่วโลกยังได้รับรางวัล Michelin Star เป็นการยืนยันคุณภาพในระดับสากล
บรรยากาศใน 鼎泰豐 เป็นครัวเปิด ที่ลูกค้าสามารถมองเห็นเชฟที่กำลังปั้นเสี่ยวหลงเปาด้วยความชำนาญและแม่นยำราวกับงานศิลปะ นอกจากนี้ยังมีเมนูเด่นที่ครองใจลูกค้าทั้งชาวไต้หวันและนักท่องเที่ยว เช่น 排骨炒飯 (ข้าวผัดซี่โครงหมูทอด) ข้าวเม็ดร่วน หอมกลิ่นกระทะ เสิร์ฟพร้อมซี่โครงหมูทอดหมักสูตรพิเศษของทางร้าน และเมนูเด็ดที่มาทีไรก็ต้องสั่งนั่นก็คือ 紅油抄手เกี๊ยวกุ้งเสฉวน ที่เผ็ดหอมกลมกล่อมจากน้ำมันพริกสไตล์เสฉวนผสมซีอิ๊ว น้ำส้มสายชูดำ และกลิ่นของพริกเสฉวน ทำให้ได้รสเผ็ดหอมแต่ไม่รุนแรงจนเกินไป ซึ่งเหมาะกับทั้งคนรักอาหารรสจัดและผู้ที่อยากลิ้มลองรสชาติแบบเสฉวน
ทุกสาขาของ 鼎泰豐 มีมาตรฐานการบริการที่อบอุ่น สุภาพ และใส่ใจในทุกรายละเอียด จนกลายเป็นประสบการณ์ที่หลายคนบอกกันปากต่อปากว่าหากมาไต้หวันแล้ว ไม่ควรพลาดการลิ้มลองเสี่ยวหลงเปาและเมนูเด็ดเหล่านี้ เพราะมันไม่ใช่แค่การกินอาหารเท่านั้น แต่คือการสัมผัสวัฒนธรรมการกินของไต้หวันอย่างแท้จริง
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา 春水堂 และ 鼎泰豐 ได้สร้างชื่อเสียงและความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคในประเทศอย่างต่อเนื่อง 春水堂 ไม่เพียงเป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาและเครื่องดื่มให้มีความหลากหลาย แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวัฒนธรรมการดื่มชาในไต้หวัน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของผู้คนที่นิยมพบปะกันในบรรยากาศสบาย ๆ ทั้งในครอบครัวและในกลุ่มเพื่อน ขณะที่ 鼎泰豐 เป็นตัวอย่างของการรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ รสชาติ และการบริการอย่างสม่ำเสมอ ด้วยกระบวนการทำงานที่พิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียด ทำให้ได้รับการยอมรับทั้งจากผู้บริโภคในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จนกลายเป็นหนึ่งในภาพลักษณ์ทางวัฒนธรรมร่วมสมัยของไต้หวัน
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร้าน 春水堂 เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาด หากต้องการลิ้มลองชานมไข่มุกสูตรดั้งเดิม ซึ่งมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากชานมไข่มุกทั่วไป ทั้งในด้านความหอมของชา ความนุ่มหนึบของไข่มุก และการผสมผสานรสชาติที่ลงตัว หลายคนถึงกับวางแผนเดินทางไปยังสาขาแรกที่เมืองไถจง เพื่อสัมผัสบรรยากาศและรสชาติในแบบต้นตำรับโดยตรง
ขณะที่ 鼎泰豐 เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดของไต้หวัน ติดอันดับแนะนำในคู่มือท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น Lonely Planet และ Michelin Guide จุดเด่นคือเสี่ยวหลงเปาร้อน ๆ จากมือเชฟที่ปรุงกันสดใหม่ต่อหน้าลูกค้า จนกลายเป็นประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตั้งใจมาต่อคิวยาวเพื่อชิม นอกจากนี้ สาขาเก่าแก่บนถนนซิ่นอี้ (信義路本店) ยังเป็นจุดหมายยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวมักจะไม่พลาด เนื่องจากสามารถสัมผัสได้ทั้งรสชาติและบรรยากาศดั้งเดิมที่สืบทอดมาหลายทศวรรษ