1. กระทรวงแรงงานเตือนแรงงานต่างชาติ! ห้ามทารุณหรือฆ่าสุนัขและแมว ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี !
ช่วงนี้มีข่าวแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานเวียดนาม ฆ่าและชำแหละเนื้อสัตว์ทั้งสุนัข แมวและสัตว์ป่าอื่น ๆ เพื่อจำหน่ายมากมายหลายข่าว สร้างความไม่พอใจให้กับชาวไต้หวันอย่างมาก อย่างเช่นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กลุ่มอนุรักษ์สัตว์พบแรงงานเวียดนามกลุ่มหนึ่งลักลอบล่าสัตว์ป่า รวมถึงสัตว์สงวน ยังฆ่าสุนัขและแมวจรจัดเพื่อนำไปขาย หลังจากติดตามเรื่องนี้นานถึงครึ่งปี ได้ประสานกับสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคสัตว์เมืองเหมียวลี่ ซินจู๋และตำรวจป่าไม้บุกค้นเพิงพัก ซึ่งอยู่ในป่าลึกที่ตำบลโถวเฟิ่น เมืองเหมียวลี่ พบตู้แช่แข็ง 6 ตู้ภายในอัดแน่นไปด้วยเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ มีตั้งแต่สัตว์ป่าสงวนระดับ 1 และ 2 เช่น กวางป่าไต้หวัน เก้ง ชะมด หมาหริ่ง ตัวนิ่มและเนื้อสุนัข รวมถึงหางสุนัข ตำรวจจับกุมแรงงานเวียดนามกลุ่มนี้ได้บางส่วน ยังมีหลายคนอยู่ระหว่างหลบหนี ตำรวจกำลังตามล่ามาดำเนินคดี

กลุ่มอนุรักษ์สัตว์พบสัตว์ป่าที่เหมียวลี่ถูกฆ่าจำนวนมาก ยึดเนื้อกวางป่า อีเห็นและเนื้อสุนัขกว่า 800 กก. (Cr: 社團法人新竹縣流浪動物珍愛協會)
สมาคมรักสัตว์จรจัดซินจู๋ องค์กรอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ภาคเอกชนเรียกร้องหน่วยงานรัฐว่า รัฐบาลควรเพิ่มมาตรการควบคุมและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สืบสวนประเด็นนี้อย่างจริงจัง ทางสมาคมยังมีข้อมูลอีกหลายกรณีที่เตรียมจะเปิดเผยต่อไป เพราะกรณีที่เหมียวลี่ไม่ใช่เหตุการณ์เดียว แต่เป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งเกาะ จากข้อมูลที่มี กลุ่มนี้ขายเนื้อสุนัขมากกว่า 29,000 กิโลกรัมต่อปี ทำรายได้ผิดกฎหมายราว 20 ล้านเหรียญไต้หวัน สันนิษฐานได้ขยายเครือข่ายไปทั่วทั้งไต้หวันแล้ว
แรงงานเวียดนามที่หยุนหลินลอบขายเนื้อสุนัข กก. ละ 400 เหรียญ ถูกตำรวจสะกดัจับ (ภาพจาก สมาคมรักสัตว์จรจัดซินจู๋)
ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์เข้มงวดที่สุดในเอเชีย การฆ่าหรือทารุณสัตว์ไม่เพียงแต่มีโทษปรับสูง แต่ยังมีโทษจำคุกที่ชัดเจนด้วย ในกฎหมายคุ้มครองสัตว์มีการกำหนดห้ามการทารุณกรรมสัตว์ การฆ่าสุนัขและแมว การบริโภคเนื้อสุนัขและแมว และการใช้ยานพาหนะลากจูงสัตว์ ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกจำคุกสูงสุด 2 ปี และปรับเป็นเงินจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีบทลงโทษสำหรับแรงงานต่างชาติที่ละเมิดกฎหมาย เช่น การยกเลิกใบอนุญาตทำงาน ส่งกลับประเทศ และห้ามกลับมาทำงานในไต้หวันอีก กฎหมายยังกำหนดให้สัตว์เลี้ยงต้องมีการฝังไมโครชิปและขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง

กฎหมายคุ้มครองสัตว์ของไต้หวัน มีข้อห้ามสำคัญสรุปดังนี้
- ห้ามฆ่าสัตว์โดยไม่มีเหตุผลทางกฎหมาย (เช่น ป้องกันภัยฉุกเฉิน, การควบคุมโรคระบาด, การวิจัยตามขั้นตอนที่กฎหมายอนุญาต)
- ห้ามทำร้ายสัตว์เลี้ยง สัตว์จรจัด หรือสัตว์ที่มีเจ้าของ
- ห้ามทอดทิ้งสัตว์เลี้ยงจนทำให้เกิดการเจ็บป่วยหรือตาย
- ห้ามจัดกิจกรรมที่ทำให้สัตว์ทรมาน (เช่น การต่อสู้ของสุนัข ไก่ชน ฯลฯ)
- ห้ามขับรถชนสัตว์แล้วไม่หยุดช่วยเหลือ (ในกรณีที่สามารถทำได้อย่างปลอดภัย)
- ห้ามฆ่าและห้ามซื้อขายหรือกินเนื้อสุนัข-แมวโดยเด็ดขาด

ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์มีโทษดังนี้
- การทารุณกรรมหรือฆ่าสุนัขและแมว มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับ 200,000 - 2,000,000 เหรียญไต้หวัน
- การฆ่าสัตว์โดยไม่มีเหตุผลอันควร จำคุกตั้งแต่ 1 ปี – 5 ปี ปรับไม่เกิน 5,000,000 เหรียญไต้หวันไต้หวัน
- การจำหน่ายหรือบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของสุนัขหรือแมว มีโทษปรับ 50,000 - 250,000 เหรียญไต้หวัน
- การทอดทิ้งสัตว์ จนสัตว์บาดเจ็บหรือตาย มีโทษปรับตามแต่กรณีและอาจถูกดำเนินคดีอาญา
- หากถูกศาลตัดสินว่ามีความผิด จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ถูกส่งกลับประเทศและห้ามกลับมาทำงานในไต้หวันอีก
จึงขอให่แรงงานไทย ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์อย่างเคร่งครัด รักและเมตตาต่อสัตว์ทุกชนิด

2. จับแรงงานเวียดนามที่เหมียวลี่ก่อเหตุสุดโหด ไม่พอใจแมวท้องแก่เข้าห้อง ใช้มีดผ่าท้องตายทั้งแม่แมวและลูกน้อยรวม 4 ชีวิต
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา สมาคมพิทักษ์สัตว์จรจัดซินจู่ได้รับแจ้งเหตุว่า มีแมวถูกทำร้ายอย่างสาหัสที่ตำบลจู๋หนาน เมืองเหมียวลี่ เจ้าหน้าที่รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุพบว่า แมวยังมีลมหายใจ แต่ท้องถูกผ่าเป็นแผลยาว อวัยวะภายในรวมถึงลูกแมวที่อยู่ในครรภ์หลุดออกมา แม้จะนำส่งสัตวแพทย์รักษาเป็นการเร่งด่วน แต่สุดท้ายแม่แมวไม่รอดชีวิต และลูกแมว 3 ตัวที่ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ก็ตายทั้งหมด

ตำรวจจับแรงงานเวียดนามที่เหมียวลี่ก่อเหตุสุดโหด ไม่พอใจแมวท้องแก่เข้าห้อง ใช้มีดผ่าท้องตายทั้งแม่แมวและลูกน้อยรวม 4 ชีวิต (ภาพจาก chinatimes.com)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อแม่แมวสีขาวลายเสือได้หลงเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งบนถนนกงอี้ ในตำบลจู๋หนาน ก่อนจะถูกกล้องวงจรปิดจับภาพขณะรีบวิ่งออกจากบ้านและเข้าไปหลบใต้รถยนต์ ไม่นานนักก็ปรากฏว่ามีสิ่งของขนาดใหญ่หล่นออกมาจากช่องท้องของแมว ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นอวัยวะและลูกแมวที่ยังอยู่ในครรภ์

ตำรวจจับแรงงานเวียดนามที่เหมียวลี่ก่อเหตุสุดโหด ไม่พอใจแมวท้องแก่เข้าห้อง ใช้มีดผ่าท้องตายทั้งแม่แมวและลูกน้อยรวม 4 ชีวิต (ภาพจาก chinatimes.com)
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายหวงเซวียนฟู่ รองประธานสมาคมพิทักษ์สัตว์จรจัดซินจู๋ พร้อมด้วยนายจูเจี้ยนหมิง สมาชิกสภาเทศบาลเมืองซินจู๋ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุเพื่อสืบหาต้นตอ และสามารถติดตามผู้ก่อเหตุได้ เป็นแรงงานชาวเวียดนาม อายุ 40 ปี ซึ่งยอมรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุเกิดความไม่พอใจเมื่อเห็นแมวตัวดังกล่าว จึงเตะไปหนึ่งครั้ง แต่ยังไม่หายโกรธ ก่อนหยิบมีดทำครัวขึ้นมาแล้วใช้กรีดเข้าที่ท้องของแมวจนเกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าว

แมวท้องแก่เข้าห้อง ถูกแรงงานเวียดนามใช้มีดผ่าท้องตายทั้งแม่แมวและลูกน้อยรวม 4 ชีวิต (setn.com)
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับแรงงานเวียดนามรายนี้ในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ และส่งเรื่องต่อเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบยังพบว่าแรงงานเวียดนามรายนี้เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว แต่อยู่เลยกำหนด จึงถูกส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
3. ครึ่งแรกของปีนี้ แรงงานต่างชาติในนครไทจงประสบอุบัติบนท้องถนนกว่า 1,000 ครั้ง สถานีตำรวจจัดโครงการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน ลดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
ปัจจุบันยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันมีมากกว่า 830,000 คน และมีการใช้ยานพาหนะโดยเฉพาะรถจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์อย่างกว้างขวาง ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุทางจราจรตามมา จากสถิติของกองตำรวจจราจรนครไทจงพบว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ เกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติแล้วถึง 1,010 ครั้ง สาเหตุหลักมาจากการขับขี่โดยประมาท เช่น ไม่ระวังสถานการณ์ข้างหน้า 288 ครั้ง ไม่ชะลอความเร็วตามกฎจราจรจำนวน 188 ครั้ง และไม่เว้นระยะห่างที่ปลอดภัยจนทำให้เกิดอุบัติชนกัน 117 ครั้ง ฯลฯ

อุบัติเหตุบนถนนที่เกิดกับแรงงานต่างชาติค่อนข้างสูง สถานีตำรวจไทจงจัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน ลดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน (ภาพจากสถานีตำรวจไทจง)
เพื่อป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงคุ้มครองความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของแรงงานต่างชาติ กองตำรวจจราจรร่วมกับกองทะเบียนยานยนต์นครไทจง จัดทำโครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุกลงพื้นที่ตามบริษัทต่าง ๆ ที่มีการจ้างแรงงานต่างชาติ โดยใช้หัวข้อ “การขับขี่เชิงป้องกันและการเคารพสิทธิผู้ใช้ถนน” ถ่ายทอดความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎจราจร ผ่านการฉายวิดีโออุบัติเหตุและการจำลองสถานการณ์จริงจากกล้องวีอาร์

อุบัติเหตุบนถนนที่เกิดกับแรงงานต่างชาติค่อนข้างสูง สถานีตำรวจไทจงจัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน ลดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน (ภาพจากสถานีตำรวจไทจง)
กองตำรวจจราจร นครไทจงเปิดเผยว่า เฉพาะครึ่งปีแรกของปีนี้ ตำรวจนครไทจงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนสำหรับแรงงานต่างชาติไปแล้ว 19 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมกว่า 450 คน ขณะที่ปีก่อนจัดไป 25 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมประมาณ 600 คน ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้แรงงานเข้าร่วมอย่างกระตือรือร้น จึงได้ออกแบบกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การจำลองสถานการณ์ “ทางแยกไม่มีสัญญาณไฟ” การทดลองสวมแว่นจำลองอาการเมาแล้วขับ รวมถึงการสาธิตการขับขี่จักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์อย่างปลอดภัย เพื่อให้เข้าใจว่ารถจากถนนสายรองต้องหยุดรอ รถจากถนนหลักต้องชะลอก่อนเข้าทางแยก และทุกฝ่ายต้องระวังคนและยานพาหนะที่อยู่ด้านหน้าเสมอ

อุบัติเหตุบนถนนที่เกิดกับแรงงานต่างชาติค่อนข้างสูง สถานีตำรวจไทจงจัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน ลดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน (ภาพจากสถานีตำรวจไทจง)
แรงงานต่างชาติผู้เข้าร่วมอบรมหลายคนระบุว่า การเรียนรู้ผ่านการทดลองจริงมีประสิทธิภาพและสนุกกว่าการรับฟังเพียงอย่างเดียว และยังช่วยให้พวกเขาสามารถนำความรู้ไปเตือนเพื่อนร่วมงานให้ใส่ใจความปลอดภัยมากขึ้น

ทั้งนี้ กองตำรวจจราจรไทจงเตือนว่า รถจักรยานไฟฟ้า ซึ่งเป็นพาหนะยอดนิยมของแรงงานต่างชาติทั้งในการเดินทางไปทำงานและจับจ่ายซื้อของ ตำรวจไทจงยังได้จัดทำคู่มือประชาสัมพันธ์หลายภาษา กำหนดกฎ 7 ข้อสำคัญ ได้แก่
1. ผู้ขับขี่ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 14 ปี
2. ต้องสวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง
3. ห้ามแต่งหรือดัดแปลงระบบควบคุมไฟฟ้าหรือสเปกเดิมของรถ
4. ห้ามให้คนอื่นซ้อนท้าย

5. ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
6. ต้องขับตามเครื่องหมายและเส้นจราจร
7. ห้ามเมาแล้วขับ ห้ามเสพสารเสพติด และต้องติดแผ่นป้ายทะเบียน ทำประกันภัยรถภาคบังคับก่อนใช้งานบนถนน
นายหลิวหย่งชาง หัวหน้ากองตำรวจจราจรนครไทจงกล่าวเสริมว่า เจ้าหน้าที่จะยังคงลงพื้นที่ตามโรงงาน หอพัก และสถานที่ชุมนุมแรงงานต่างชาติ เพื่อทำการรณรงค์ต่อเนื่อง โดยเน้นว่าแรงงานต่างชาติเป็นส่วนหนึ่งของสังคมพหุวัฒนธรรมในไต้หวัน การส่งเสริมการใช้ถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย ไม่เพียงปกป้องชีวิตแรงงานเอง แต่ยังช่วยลดความสูญเสียและคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนด้วย