Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

อย่างงี้คุณจะว่าไง วันเสาร์ที่ 4 ต.ค.2568

งาน “แลกหนังสือดี” ไม่เพียงทำให้หนังสือเก่าได้เจอเจ้าของใหม่ ลดการสิ้นเปลืองกระดาษ แต่ยังส่งเสริมให้ประชาชนแบ่งปันความรู้ และช่วยผลักดันวัฒนธรรมการอ่านอย่างยั่งยืน(ภาพจากห้องสมุดเถาหยวน)
งาน “แลกหนังสือดี” ไม่เพียงทำให้หนังสือเก่าได้เจอเจ้าของใหม่ ลดการสิ้นเปลืองกระดาษ แต่ยังส่งเสริมให้ประชาชนแบ่งปันความรู้ และช่วยผลักดันวัฒนธรรมการอ่านอย่างยั่งยืน(ภาพจากห้องสมุดเถาหยวน)

ห้องสมุดนครเถาหยวนคึกคักสุด ๆ! งาน แลกหนังสือดี หมุนเวียนเกิน 2 หมื่นเล่ม สร้างสถิติใหม่

ห้องสมุดในนครเถาหยวนจัดกิจกรรมใหญ่ประจำปี แลกหนังสือดี ปี 2025พร้อมกันทั้ง 13 สาขาทั่วเมือง บรรยากาศคึกคัก มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 5,591 คน ร่วมกันนำหนังสือเก่ามาแลกเปลี่ยน รวมสะสมหนังสือที่นำมาแลกได้ถึง 25,828 เล่ม และมีการแลกเปลี่ยนสำเร็จ 23,949 เล่ม เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 53% ส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมก็พุ่งสูงเกือบ 50% สะท้อนพลังรักการอ่านและการแบ่งปันของชาวเถาหยวนอย่างแท้จริง

好書交換活動吸引小朋友參加,每個孩子都有不同的喜好。 圖/桃園市立圖書館提供

เด็กๆ ให้ความสนใจกับงานแลกหนังสือ

สำนักงานการศึกษา เผยว่า ตั้งแต่เช้าหลังจากที่ห้องสมุดเปิด ก็มีประชาชนจำนวนมากแห่เข้ามา หลายคนถึงกับหิ้วกระเป๋าลาก รถเข็น หรือกล่องกระดาษใหญ่ ๆ มา “ตะลุยหาหนังสือ” บรรยากาศคึกคักสุด ๆ โดยที่ห้องสมุดใหญ่ มีประชาชนคนแรกมาต่อคิวตั้งแต่ 8.30 น.ของวัน 9 สิงหาคม และสามารถแลกหนังสือที่ถูกใจได้สำเร็จ

ทางห้องสมุดระบุว่า ปีนี้ทั้งห้องสมุดใหญ่และสาขาต่าง ๆ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น รวมจำนวนผู้ร่วมแลกหนังสือสูงถึง 3,409 คน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่เคยจัดมาเลยทีเดียว

สำนักงานการศึกษาเผยว่า แต่ละสาขาของห้องสมุดไม่ได้มีเพียงการแลกเปลี่ยนหนังสือเท่านั้น แต่ยังผสมผสานเอกลักษณ์ท้องถิ่นและทรัพยากรสังคม จัดกิจกรรมเชิงเรียนรู้และความบันเทิงเพื่อกระตุ้นการอ่านอย่างสร้างสรรค์ ยกตัวอย่าง ห้องสมุดสาขาต้าหยวน(大園) จัดซุ้มเล่านิทานภาพ พร้อมเกมฐานความรู้ร่วมกับหน่วยงานด้านผู้พิการ ศูนย์ฟื้นฟูก่อนวัยเรียน และศูนย์ครอบครัว สร้างบรรยากาศการอ่านที่เป็นมิตรและมีส่วนร่วม, ห้องสมุดสาขาฮุ่ยจี(會稽) ชูจุดเด่นด้วยหนังสือเด็กหลากหลายเล่ม ดึงดูดน้อง ๆ ให้เลือกหนังสือด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ, ห้องสมุดสาขาหลูจู๋(蘆竹) มีผู้อ่านสายเหนียวแน่นมาแลกทีเดียวถึง 161 เล่ม กลับบ้านอย่างจุใจ และห้องสมุดสาขาหยางเหมย(楊梅) ได้รับหนังสือชุดนิยายกำลังภายในของ จินหยง (金庸小說)เกือบครบชุด สภาพใหม่เอี่ยม มีเด็ก ๆ ดีใจสุด ๆ เมื่อได้การ์ด “เหมียวซูหลาง”(喵書郎) ไปเปิดกล่องกันสด ๆ สร้างสีสันให้บรรยากาศครึกครื้น

桃園市立圖書館總館一早滿場換書人潮。 圖/桃園市立圖書館提供

ห้องสมุดเต็มไปด้วยผู้คนที่สนใจกิจกรรมแลกหนังสือ

นอกจากนี้ ยังมี “นักอ่านมาราธอน” ขาประจำที่ร่วมทุกปี ตระเวน 4 เขต ใช้รถเข็นขนกลับไปถึง 166 เล่ม เรียกเสียงฮือฮาจากทุกคน ส่วนที่ห้องสมุดสาขาจงลี่(中壢) ก็มีคุณพ่อคนหนึ่งพาลูกสามคนมาต่อคิวเป็น “คนแรกของห้องสมุด” ทุกปี ปีนี้ได้หนังสือกลับบ้านถึง 127 เล่ม เจ้าตัวบอกว่า “พออ่านกันได้ทั้งบ้านไปอีกปี”

ซือเจ้าฮุย(施照輝) ผู้อำนวยการห้องสมุดสาขาเถาหยวน กล่าวปิดท้ายว่า กิจกรรมนี้ไม่เพียงทำให้หนังสือเก่าได้เจอเจ้าของใหม่ ลดการสิ้นเปลืองกระดาษ แต่ยังส่งเสริมให้ประชาชนแบ่งปันความรู้ และช่วยผลักดันวัฒนธรรมการอ่านอย่างยั่งยืน หลายครอบครัวยังมองว่า “แลกหนังสือดี” กลายเป็นกิจกรรมสำคัญที่เฝ้ารอในทุกปี และอยากเห็นการพัฒนาระบบการแลกให้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อให้คนได้มีส่วนร่วมมากขึ้นในอนาคต

การสร้างเด็กหนอนหนังสือยังต้องอาศัย บ้าน-โรงเรียน-ครู ทำงานร่วมกัน 

อย่างไรก็ตาม แม้ห้องสมุดในไต้หวันมีการจัดกิจกรรม “เทศกาลการอ่าน” เพื่อส่งเสริมการอ่านในวงกว้าง เปิดโอกาสให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้สนุกกับการอ่านไปพร้อมกัน พร้อมสร้างนิสัยรักการอ่านในระยะยาว ตั้งแต่ปี 2013 แต่ผลสำรวจ “นิสัยการอ่านของเยาวชน” ปี 2025 ที่จัดขึ้นโดย CommonWealth Education Media and Publishing(親子天下) พบว่า ปัจจุบัน เด็กที่หยิบหนังสือมาอ่านเองมีน้อยลงทุกที ตรงกันข้าม มือถือจอเล็กไม่ถึง 7 นิ้วกลับดึงดูดความสนใจได้มากกว่า การสำรวจครั้งนี้ครอบคลุมนักเรียนกว่า 1,300 คน ตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.3 ทั่วไต้หวัน เพื่อค้นหาว่า “เส้นทางสู่นักอ่านตัวจริง” เริ่มต้นอย่างไร

ครูจำนวนไม่น้อยสะท้อนว่า เด็ก ๆ มักเปิดหนังสือแค่ผ่าน ๆ อ่านไม่กี่หน้าแล้ววาง หรืออ่านแบบข้ามไปมา ไม่ค่อยมีสมาธิจดจ่อทีละบรรทัด โดยเฉพาะหลังโควิด ที่ต้องเรียนออนไลน์ยาวนานกว่าครึ่งปี รวมถึงการใช้มือถือและโซเชียลมากเกินไป ส่งผลให้พวกเขากลายเป็น “เจเนอเรชันขาดสมาธิ”

แม้ AI จะสร้างคอนเทนต์ได้เพียงเสี้ยววินาที แต่ทักษะการอ่านยังคงเป็น “พื้นฐานที่ทดแทนไม่ได้” และคือรากฐานสำคัญของการใช้ AI อย่างมีคุณภาพ เด็กที่ยังเลือกหยิบหนังสือนอกเวลาอ่านในเวลาว่างจึงแทบจะกลายเป็น “สายพันธุ์หายาก” ของยุคนี้

調查國小、國中生閱讀習慣,有6成在國小低年級前就愛上閱讀。圖為虎尾國中自主學習閱覽區。圖/取自教育部官網

การสำรวจนิสัยการอ่านของนักเรียนประถมและมัธยมพบว่า ราว 60% รักการอ่านตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ชั้นประถมต้น

ยุคดิจิทัลเปลี่ยนวิธีอ่าน เด็กมัธยมเริ่มดูรีวิวหนังสือจาก YouTube และโซเชียล มากขึ้น การอ่านผ่าน นิยายออนไลน์ การ์ตูนญี่ปุ่น(มังงะ) และ e-book เพิ่มขึ้น เด็กประถม–มัธยม 60% อ่านออนไลน์ และ 40% อ่าน e-book และการอ่านกลายเป็น กิจกรรมแชร์และแลกเปลี่ยน เด็กชอบพูดคุยกับเพื่อนมากกว่าครอบครัวและครู

  แม้โลกจะเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล แต่เยาวชนยังรักการอ่าน เพียงแต่รูปแบบเปลี่ยนเป็น ออนไลน์, แชร์, และเลือกตามความสนใจ การสร้างเด็กหนอนหนังสือยังต้องอาศัย บ้าน-โรงเรียน-ครู ทำงานร่วมกัน เพื่อจุดประกายความรักหนังสือให้ต่อเนื่อง

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解