AI ช่วยยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ลดต้นทุนและความเสี่ยง เพิ่มคุณภาพ
กระทรวงเกษตรไต้หวันได้ผลักดันเกษตรอัจฉริยะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนมีผลงานวิจัยพัฒนากว่า 100 รายการ โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ช่วยลดต้นทุนด้านแรงงาน เวลา และความเสี่ยง ขณะเดียวกันก็ช่วยยกระดับคุณภาพการผลิต
กระทรวงเกษตรระบุว่า ไต้หวันได้รับการยกย่องว่าเป็น “อาณาจักรสัตว์น้ำ” การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญ แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นลักษณะครัวเรือนหรือขนาดกลางและขนาดเล็ก การถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการเพาะเลี้ยงจึงทำได้ยาก
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กระทรวงเกษตรได้ผลักดัน ระบบ AI ตรวจจับสภาพในน้ำ ที่สามารถวัดความยาวตัวปลาได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหาการบาดเจ็บจากการวัดแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งพัฒนา ระบบให้อาหารอัจฉริยะ ที่มีการวิเคราะห์ภาพ เพื่อประเมินกิจกรรมของปลา ตรวจจับการสั่นสะเทือนของคลื่นน้ำ และการเก็บเสียงใต้น้ำ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการให้อาหาร ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ค่าน้ำ ค่าไฟ และแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านการป้องกันโรค สถาบันวิจัยประมง ได้พัฒนาโมดูลตรวจเชื้อโรคแบบรวดเร็วและระบบจำแนกด้วยแสง ร่วมกับการออกแบบการเก็บตัวอย่างเพื่อเสริมประสิทธิภาพด้านการเฝ้าระวังและการรักษา ลดความสูญเสียของอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม “Cloud Market – การเกษตร” (「雲市集-農業館) ของกระทรวงเกษตร เพื่อนำเสนอเครื่องมือการตลาดดิจิทัล ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซและสร้างแบรนด์ของตนเอง
กระทรวงเกษตรชี้ว่า เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในไต้หวันส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยค่อนข้างสูงและดำเนินการในรูปแบบครอบครัว ที่ผ่านมาเกษตรกรมักกังวลเรื่องเหตุฉุกเฉินในบ่อเลี้ยงจึงต้องคอยเฝ้าดูใกล้ชิด ทำให้การใช้ชีวิตมีข้อจำกัด แต่ด้วยระบบเพาะเลี้ยงอัจฉริยะ ไม่เพียงช่วยประหยัดแรงงานและเวลา แต่ยังเปลี่ยนประสบการณ์ของเกษตรกรให้เป็นข้อมูลที่ถ่ายทอดต่อไปยังเกษตรอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น
หนึ่งในตัวอย่างคือ ระบบเพาะเลี้ยงกุ้งอัจฉริยะ ที่ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาสมุทรแห่งชาติไต้หวันพัฒนา โดยมุ่งเน้นที่การเลี้ยงกุ้งขาว ที่มีระบบสามารถตรวจวัดคุณภาพน้ำและสภาพแวดล้อมได้แบบเรียลไทม์ เกษตรกรสามารถใช้ทั้งอุปกรณ์ตรวจน้ำแบบติดตั้งถาวรและแบบพกพาเพื่อเฝ้าติดตามสภาพบ่อและการให้อาหาร พร้อมรับการแจ้งเตือนเมื่อมีความผิดปกติ ช่วยลดความเสี่ยงในการเลี้ยงได้อย่างมาก
นอกจากนี้ ระบบยังรองรับ การอัปโหลดภาพถ่ายโรคของสัตว์น้ำ และให้คำแนะนำด้านการวินิจฉัย โดยผสานการตัดสินของผู้เชี่ยวชาญเข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูล เสริมประสิทธิภาพการจัดการระยะไกล ทั้งยังมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์แล้ว
กระทรวงเกษตรแถลงด้วยว่า เพื่อรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนแรงงาน และการแข่งขันในตลาดโลก ตั้งแต่ปี 2017 (พ.ศ. 2560) ได้มีการผลักดันโครงการเกษตรอัจฉริยะ จนได้ผลงานวิจัย 194 รายการ และได้บูรณาการเป็น 13 ชุดเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่
โดยเฉพาะชุดเทคโนโลยี “ต้าจื้อนั่วอวี๋ (大智若漁包)” ที่รวบรวมเทคโนโลยีด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น การตรวจสอบคุณภาพน้ำ การติดตามการเจริญเติบโต ระบบให้อาหารแม่นยำ การตรวจเชื้อโรคอย่างรวดเร็ว และการตลาดดิจิทัล เพื่อให้ผู้ประกอบการเลือกใช้ ช่วยควบคุมข้อมูลสิ่งแวดล้อม เพิ่มคุณภาพและความสามารถในการแข่งขัน รองรับการปรับตัวและยกระดับอุตสาหกรรมในอนาคต