ธีระ หยาง 亓淞 และบันเทิงดอทคอม 娛樂達康 ประจำสัปดาห์นี้ (2025-09-28)
- ทักทายกันด้วยผลงานล่าสุดของจางเจิ้นเยว่ ร็อกเกอร์หนุ่มใหญ่คนดัง กับอัลบั้มเพลงชุด Go With The Flow ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า หลังอายุ 50 ปี คำตอบไม่ได้มีมากขึ้น คำถามก็ไม่ได้เร่งร้อนอีกต่อไป ไม่เร่งจะไปไหน ไม่ต้องการคำแนะนำจากใครคลื่นซัดช้าๆ ภูเขาให้ปีนอย่างเนิบๆ แค่รู้สึกว่าใช่…ก็เดินต่อไปเถอะ! หลังห่างหายไป 12 ปี จางเจิ้นเยว่กลับมาพร้อมอัลบั้มใหม่ที่เกิดขึ้นจากชีวิตจริงเป็นตัวนำ และการสร้างสรรค์เพลงตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ เขาเล่าว่า “บางทีตอนขับรถไปโต้คลื่น ถ้าได้ยินทำนองเพลงแว่บขึ้นมา ก็จะฮัมแล้วอัดเก็บไว้ในมือถือ ก่อนค่อยๆ เอามาทำเพลง” นี่คือวิถีสร้างเพลงที่ไม่ฝืน ไม่บีบคั้น ให้ชีวิตไหลซึมเข้าสู่เสียงดนตรีอย่างเป็นธรรมชาติ เก็บทุกเรื่องราวในชีวิตประจำวันมาตกผลึกเป็นเพลง จากภาพเล็กๆ สู่มุมมองใหญ่ของชีวิต อัลบั้มนี้จึงเป็นเหมือนการข้ามพรมแดนระหว่างโลกส่วนตัวกับโลกภายนอกอย่างลึกซึ้ง แม้ในตลาดเพลงที่หมุนเร็ว จางเจิ้นเยว่ยังคงเดินช้าๆ ไม่เสแสร้ง ไม่สร้างภาพ เขาให้ “ชีวิตจริง” เป็นภาพตัวตนเองในวงการเพลงอย่างไม่รีบร้อน จนแฟนเพลงรอคอยผลงานใหม่ด้วยความสงบ เช่นเดียวกับเขาที่ใช้เพลงเก่าๆ ทบทวนความทรงจำ วัยหนุ่มสาว ความรัก ความเจ็บปวด และการเติบโต แล้วค่อยถ่ายทอดออกมาในอัลบั้มนี้ด้วยความจริงใจ Go With The FLow จึงไม่ใช่แค่อัลบั้มเพลงชุดใหม่ แต่เหมือนเพื่อนเก่าที่กลับมาพูดคุยถึงเรื่องราวที่เราทุกคนล้วนเคยเจอ…ความผิดหวัง การสูญเสีย ความล้มเหลว…แต่เล่าอย่างเบาสบายและตรงไปตรงมา~ (ภาพจาก Rock Music)

- สุดยอดจริง~ วันนี้…เรามีเรื่องราวสุดพิเศษจากเกาหลีใต้ เพราะที่ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน 2025 หรือ Busan International Film Festival เพิ่งจะปิดฉากไปสด ๆ ร้อน ๆ และหนึ่งในข่าวที่ทุกคนพูดถึงมากที่สุดคือ…นักแสดงหญิงชื่อดังแห่งเอเชีย ซูฉี เจ้าของรางวัลม้าทองคำ สาขานักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายหญิง ได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ และคว้ารางวัล ผู้กำกับยอดเยี่ยม (Best Director) จากผลงานเรื่องแรกของเธอที่ชื่อว่า “女孩” (The Girl) บรรยากาศในค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทางเทศกาลตั้งรางวัลใหม่ชื่อว่า Busan Awards ขึ้นมา เพื่อยกย่องผู้สร้างภาพยนตร์เอเชียที่สร้างผลงานโดดเด่น และเมื่อชื่อของซูฉีถูกประกาศขึ้น เธอเดินขึ้นเวทีด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะกล่าวอย่างซาบซึ้งว่า “ถ้าไม่มีผู้กำกับ โหวเสี้ยวเสียน คงไม่มีฉันในฐานะผู้กำกับ และคงไม่มีภาพยนตร์เรื่องนี้” ซูฉีกล่าวขอบคุณทั้งคณะกรรมการ โปรดิวเซอร์เย่หรูเฟิน ทีมงานเบื้องหลังที่ทำงานหนักทุกคน รวมถึงนักลงทุนที่เชื่อมั่นในภาพยนตร์ศิลปะเรื่องแรกของเธอ แม้จะมีความเสี่ยงสูงก็ตาม ซูฉีไม่ลืมที่จะขอบคุณพ่อแม่ที่คอยสนับสนุนและผลักดันเธอมาตลอดชีวิต และที่ทำให้หลายคนอมยิ้มก็คือเธอหันไปพูดถึงสามี Stephen Fung หรือฝงเต๋อหลุน ด้วยน้ำเสียงขี้เล่นว่า “ขอบคุณที่เขายอมแต่งงานกับผู้หญิงที่แทบไม่เคยอยู่บ้านเลยคนนี้” ประโยคนี้ทำเอาคนทั้งฮอลล์ปรบมือกันสนั่น พร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ เพราะไม่ใช่แค่รางวัล แต่เป็นโมเมนต์ที่เห็นถึงกำลังใจจากครอบครัวอย่างชัดเจนและอย่าลืมว่า ซูฉีอยู่ในวงการมากว่า 30 ปี เธอบอกว่า “ฉันซาบซึ้งมากที่ได้อยู่ท่ามกลางเหล่าผู้กำกับระดับตำนาน ได้รับแรงบันดาลใจจนสามารถสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมา” บรรยากาศหลังงานก็อบอุ่นไม่แพ้กัน ฝงเต๋อหลุน สามีหนุ่ม ถึงกับโพสต์แซวว่า “ได้รางวัลอีกแล้วเหรอ? บ้านไม่มีที่วางรางวัลแล้วนะ ผู้กำกับ!” ซึ่งซูฉีก็ตอบกลับแบบหวาน ๆ ว่า “จะไปได้รางวัลอีกแล้วได้ยังไง นานมากแล้วนะที่ไม่ได้รางวัลอะไร หวังว่าจะมีถ้วยรางวัลใหม่มาเบียดกับเจ้า Bucket Man และ Labubu ในบ้านบ้าง” และในอินสตาแกรม ซูฉียังได้โพสต์ภาพของนักแสดงอย่างชิวเจ๋อ, 9m88, ไป๋เสี่ยวอิง, หลินผิ่นถง และไล่อวี่เฟย พร้อมบอกว่าตอนรับรางวัลตื่นเต้นจนลืมเอ่ยชื่อพวกเขา เลยอยากใช้พื้นที่นี้ขอบคุณอีกครั้ง (ภาพจาก A+ Applause)

- เทศกาลภาพยนตร์เกาสง หรือ TTXC 2025 กำลังจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 10 ถึง 26 ตุลาคมนี้ และปีนี้เอง ได้มีโครงการที่เรียกว่า “โรงภาพยนตร์บรรยายภาพ” หรือ Audio Description Inclusive Screening ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว งานนี้เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาได้ “ฟัง” ภาพยนตร์ ผ่านเสียงบรรยายที่ถ่ายทอดฉากสำคัญ สีหน้า ท่าทาง และบรรยากาศของเรื่องราวให้ครบถ้วนราวกับนั่งดูอยู่จริงๆ ซึ่งปีนี้มีการฉายภาพยนตร์สองเรื่องพิเศษ ได้แก่ The Uniforms ผลงานของผู้กำกับจวงจิ่งเซิน และ BIG ผลงานของผู้กำกับชื่อดัง เว่ยเต๋อเซิ่ง หลังจบการฉาย ยังมีการพูดคุยกับทั้งผู้กำกับและแขกรับเชิญ เพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องราวเบื้องหลังและประสบการณ์ชีวิตกับผู้ชมอีกด้วย โดยจูอวี่หาว ศิลปินเปิดหมวกเพื่อชีวิตคนดัง ได้พูดถึงภาพยนตร์เรื่อง The Uniforms ด้วยการแบ่งปันเรื่องราวของตัวเองที่เคยต่อสู้กับความพิการทางสายตา และความรู้สึกอยาก “ถูกมองเห็น” เขายังร้องเพลงอย่าง Courage และ Embrace ถ่ายทอดพลังบวกให้ผู้ฟังรู้สึกกล้าที่จะยอมรับตัวเองและเผชิญหน้ากับชีวิต ส่วนทางฝั่งผู้กำกับ เว่ยเต๋อเซิ่ง ที่เรารู้จักกันดีจากหนังดังหลายเรื่อง เขาก็ได้พูดถึงผลงานเรื่อง BIG ว่า มันสะท้อนทั้งความเจ็บปวดและพลังของชีวิต โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตัวละครต้องเผชิญโรคร้ายและแรงกดดันมากมาย เขาบอกว่า ทุกครั้งที่ตัวเองกลับมาดูหนังเรื่องนี้อีกครั้ง ยังรู้สึกเหมือนถูกเยียวยาไปพร้อมกับคนดู สะท้อนให้เห็นว่าศิลปะสามารถเยียวยาหัวใจเราได้จริงๆ (ภาพจากเทศกาลภาพยนตร์เกาสง)
