Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 1 ตุลาคม 2568

รู้จักกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน ตอนเงินบำเหน็จชราภาพ
รู้จักกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน ตอนเงินบำเหน็จชราภาพ

1. ข้อควรรู้สำหรับแรงงานไทย : การคุ้มครองและสวัสดิการจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน ตอนเงินบำเหน็จชราภาพ ทำไมต้องรอถึงอายุ 60-65 ปี

      แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน (ยกเว้นตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน) นายจ้างต้องเอาประกันภัยแรงงานให้แก่ลูกจ้างของตนทุกคน อัตราเบี้ยประกันภัยแรงงานอยู่ที่ 12.5% ในจำนวนนี้ประกอบด้วยอัตราเบี้ยประกันการว่างงานสำหรับแรงงานท้องถิ่น 1% ดังนั้น อัตราเบี้ยประกันภัยแรงงานของแรงงานต่างชาติอยู่ที่ 11.5% เมื่อคิดจากวงเงินเอาประกันตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปัจจุบัน 28,590 เหรียญไต้หวัน เบี้ยประกันภัยสำหรับแรงงานต่างชาติ 3,288 เหรียญ ในจำนวนนี้ นายจ้างซึ่งรับผิดชอบ 70% ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงาน 2,301 เหรียญต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คน แรงงานรับผิดชอบ 20% หรือ 658 เหรียญต่อเดือน รัฐบาลจ่ายสมทบให้อีก 10% หรือ 329 เหรียญ/คน/เดือน

แรงงานต่างชาติมีสิทธิ์ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพของไต้หวัน เมื่ออายุถึงเกณฑ์แล้ว ในภาพเป็ยแรงงานไทยในโรงงานผลิตล้อแม็กซ์

สมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานได้รับการคุ้มครองและมีสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง?

      ประกันภัยแรงงานไต้หวันให้การคุ้มครองผู้เอาประกันหลัก ๆ 5 รายการ ได้แก่ สิทธิประโยชน์กรณีตั้งครรภ์ เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุนอกงาน กรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานหรือทุพพลภาพ สวัสดิการเงินบำเหน็จชราภาพและเงินทดแทนกรณีเสียชีวิต รายการวันนี้ จะนำเอาเงินบำเหน็จชราภาพมาเล่าให้ฟัง

      สำหรับอดีตแรงงานไทยที่เคยมาทำงานในไต้หวัน ตั้งแต่เมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะงานก่อสร้างหรืองานโรงงาน แม้แต่ผู้อนุบาลในองค์กร (ยกเว้นผู้อนุบาลในครัวเรือน) แรงงานไทยเหล่านี้ เนื่องจากเคยเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวัน มีสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองจากกองทุนฯ เช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่นทุกประการ รวมทั้งเมื่ออายุถึงเกณฑ์กำหนด คือ 60 ปีขึ้นไปแล้ว มีสิทธิ์ยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ ตั้งแต่สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวันมีการประชาสัมพันธ์และช่วยแปลเอกสารขั้นตอนการยื่นขอให้เมื่อ 5-6 ปีมานี้ มีแรงงานไทยยื่นขอและได้รับอนุมัติเงินบำเหน็จชราภาพแล้วกว่า 40,000-50,000 รายแล้ว ต่ำสุดได้รับ 20,000 เหรียญ สูงสุด 800,000 เหรียญ เฉลี่ยรายละ 65,000 เหรียญไต้หวัน     

เงื่อนไขการขอรับเงินบำเหน็จชราภาพของไต้หวัน แต่ทำไมต้องรอถึงอายุ 60-65 ปี ลดเกณฑ์ลงหรือจ่ายเมื่อทำงานครบ 12 ปีได้ไหม?

      ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานของไต้หวัน เงินบำเหน็จชราภาพเป็นสวัสดิการที่ให้การคุ้มครองชีวิตความเป็นอยู่ในยามแก่ชราของแรงงานที่เคยเป็นสมาชิกกองทุนฯ ไม่ว่าจะแรงงานท้องถิ่นหรือแรงงานต่างชาติมีกฎเกณฑ์เดียวกันหมด และกฎหมายการประกันภัยแรงงานของไต้หวัน กำหนดให้สมาชิกกองทุนฯ ต้องมีอายุครอบ 60 ปีบริบูรณ์ สำหรับผู้เกิดในหรือก่อนปี พ.ศ. 2500 และผู้ที่เกิดในหรือหลังปี 2505 ต้องมีอายุครบ 65 ปี จึงมีสิทธิ์ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพได้

      แรงงานต่างชาติในไต้หวัน ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงานเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น และไต้หวันเป็นประเทศเดียวที่มีการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพแก่แรงงานต่างชาติที่เคยมาทำงานและเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเงินบำเหน็จชราภาพ เพราะฉะนั้นจึงมีการกำหนดเกณฑ์อายุ บังคับใช้กับแรงงานทุกคน ไม่เฉพาะแรงงานต่างชาติ แรงงานท้องถิ่นก็ต้องทำตามด้วย การจะเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ ต้องแก้กฎหมายและจะต้องใช้กับผู้ใช้แรงงานทั้งหมด จะใช้กับแรงงานกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ ดังนั้น จึงต้องดูแลสุขภาพของตนให้ยืนยาว กรณีที่เสียชีวิตก่อนกำหนด ทายาทไม่มีสิทธิ์รับแทนได้

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน (จัดทำโดยสำนักงานแรงงานไทย ไทเป)

      อย่างไรก็ตาม กองทุนประกันภัยแรงงานกับสำนักงานแรงงานไทยได้หารือลดขั้นตอนการยื่นขอให้ง่ายขึ้น โดยสำนักงานแรงงานไทย ได้แปลแบบฟอร์มคำขอและจัดทำขั้นตอนการยื่นเรื่องและอำนวยความสะดวกแก่แรงงานไทย แรงงานไทยที่ถึงเกณฑ์อายุ เพียงแค่นำเอกสารไปที่สำนักงานแรงงานจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในศาลากลางจังหวัด จะได้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกในการทำเรื่องโดยไม่ต้องเสียค่าบริการ แต่แรงงานเองต้องนำเอกสารสำคัญไปแปลและรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย และสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียม เมื่อสำนักงานแรงงานจังหวัดรับเรื่องแล้วส่งผ่านกระทรวงแรงงานมาที่ไต้หวัน สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวันจะช่วยยื่นเรื่องต่อกองทุนฯ เมื่อได้รับอนุมัติ กองทุนฯ จะโอนเงินบำเหน็จชราภาพเข้าบัญชีของแรงงานไทยโดยตรง

เอกสารประกอบการยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน (จัดทำโดยสำนักงานแรงงานไทย ไทเป)

      แนะนำให้แรงงานไทยควรเก็บรักษาบัตรถิ่นที่อยู่หรือบัตร ARC รวมถึงหนังสือเดินทางเอาไว้ อย่างน้อยถ่ายสำเนาเก็บไว้ในรูปแผ่นกระดาษหรือรูปไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จะมีส่วนช่วยค้นหาข้อมูลในขณะยื่นขอเงินสวัสดิการก้อนนี้ และที่สำคัญคือ ต้องดูตัวเอง เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่ดีในยามแก่ชรา เพื่อสามารถยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนฯ ของไต้หวันได้

แรงงานผิดกฎหมายก็มีสิทธิขอรับเงินบำเหน็จชราภาพช่วงอายุงานก่อนการหลบหนีได้เช่นกัน

      ตัวเลขการหลบหนีของแรงงานต่างชาติพุ่งสูงต่อเนื่องเกินกว่า 90,000 คนแล้ว แม้ว่าแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายจะถูกยกเลิกสมาชิกภาพกองทุนประกันภัยแรงงานทันทีที่หลบหนีและนายจ้างเข้าแจ้งความ แต่ช่วงก่อนการหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เคยเป็นสมาชิกกองทุนฯ และมีการชำระเบี้ยประกันกองทุนฯ ในอัตราส่วน 20% นายจ้างช่วยจ่าย 70% ขณะที่รัฐบาลจ่ายสมทบให้ 10% แม้ว่าจะถูกตรวจพบถูกส่งกลับประเทศหรือกระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายถูกจำคุก ช่วงอายุงานที่อยู่อย่างถูกกฎหมาย สามารถขอรับเงินบำเหน็จชราภาพตามสิทธิ์ได้

สื่อประชามัพันธ์จากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน

      ในเรื่องนี้ หน่วยงานนอกภาครัฐหรือกลุ่ม NGO ตัวแทนของนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติวิจารณ์ว่า แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย หลังถูกตรวจพบถูกส่งกลับประเทศ มีจำนวนมากแม้แต่ค่าตั๋วเครื่องบินยังต้องให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสำรองจ่ายก่อน ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ทั้งหมดกลายเป็นหนี้สูญ แต่กองทุนฯ ยังมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่พวกเขา เป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง และเป็นการส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติหลบหนีหรือทำผิดกฎหมายมากขึ้น ต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว กระทรวงแรงงานยืนยันว่า เป็นคนละเรื่อง ไม่เกี่ยวกัน แม้แรงงานต่างชาติจะเคยหลบหนีถูกส่งกลับ หรือติดคดีเคยถูกจำคุก ก็มีสิทธิ์ขอรับเงินบำเหน็จชราภาพได้ตามอายุงานเข้ากองทุนฯ ช่วงก่อนกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายหรือก่อนก่อคดีเช่นเดียวกับแรงงานทั่วไป ทั้งนี้เพราะกองทุนประกันภัยแรงงานจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ จะดูจากเคยเป็นสมาชิกกองทุนฯ เคยจ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและมีคุณสมบัติในการยื่นขอหรือไม่? ไม่เกี่ยวกับการหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เคยทำผิดคดีหรือเคยถูกจำคุกแต่อย่างใด

สื่อประชามัพันธ์จากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน

      แรงงานต่างชาติที่เคยทำงานในภาคการผลิต ก่อสร้าง เกษตรและผู้อนุบาลในองค์กร ยกเว้นผู้อนุบาลในครัวเรือน เมื่ออายุถึงเกณฑ์ สามารถยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพได้ โดยจะได้รับตามอายุงานซึ่งสามารถรวมสะสมได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนายจ้างรายเดียวกันหรือทำงานติดต่อกัน ผู้มีสิทธิ์ที่มีอายุงานไม่เกิน 15 ปี อายุงาน 1 ปีจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ 1 เดือนของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยใน 60 เดือนล่าสุด ปีที่ 16 เป็นต้นไป จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพปีละ 2 เดือน สูงสุดไม่เกิน 45 เดือน

แรงงานกึ่งฝีมือมีสิทธิรับเงินบำนาญระบบเก่าเพิ่มอีก 1 รายการ

      หลังจากกระทรวงแรงงานไต้หวัน ผลักดันให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือ สามารถอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ โดยการยกระดับฐานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ เนื่องจากยังคงเป็นสมาชิกกองทุนฯ ต่อไป ดังนั้น สามารถรวมอายุการเป็นสมาชิกกองทุนฯ ก่อน-หลังการยกระดับฐานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือเข้าด้วยกัน

แบบคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน (จัดทำโดยสำนักงานแรงงานไทย ไทเป)

      นอกจากเงินบำเหน็จชราภาพแล้ว นับจากวันที่มีฐานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือเป็นต้นไป ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญระบบเก่าแบบรับเป็นก้อนครั้งเดียว เมื่ออายุถึงเกณฑ์เกษียณเพิ่มอีก 1 รายการ โดยนายจ้างเป็นผู้จ่ายเบี้ยกองทุนบำนาญให้ทั้งหมด เช่นเดียวกับแรงงานที่เป็นล่ามและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ เงินบำนาญระบบเก่าแบบรับเป็นก้อนครั้งเดียวดังกล่าว โดยต้องทำงานกับนายจ้างรายเดียวกันจนถึงเกณฑ์เกษียณ อายุสมาชิกกองทุนส่วนที่ไม่เกิน 15 ปี จะได้รับปีละ 2 เดือน ปีที่ 16 เป็นต้นไป จะได้รับปีละ 1 เดือน รวมสูงสุดไม่เกิน 45 เดือนเช่นกัน

2. ชาวต่างชาติแห่รับจ้างกดเงินให้แก๊งมิจฉาชีพพุ่งพรวด ตำรวจไต้หวันจับแล้ว 107 รายใน 5 เดือนแรก มาเลเซียมากสุด ตามด้วยฮ่องกง

      ตำรวจไต้หวันเปิดเผยว่า จำนวนชาวต่างชาติที่ถูกจ้างให้ทำหน้าที่กดเงินตามตู้เอทีเอ็มให้กับขบวนการมิจฉาชีพ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคมปีนี้ มีผู้ถูกจับกุมแล้ว 107 ราย เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วซึ่งมีเพียง 2 ราย พุ่งขึ้นกว่า 50 เท่า ขณะที่จำนวนชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มีจำนวน 2,054 คน สูงกว่าทั้งปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 1,862 คน

ตำรวจจับนายจาง ชาวฮ่องกง รับจ้างกดเงินให้แก๊งมิจฉาชีพ ที่ท่าอากาศยานขณะกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ (ภาพจาก สำนักงานตำรวจ)

      เฉพาะในกรุงไทเปเพียงแห่งเดียว ตำรวจสามารถจับกุมชาวต่างชาติที่รับจ้างเป็นมือกดเงินแล้ว 93 ราย สัญชาติมาเลเซียมากที่สุด รองลงมาคือฮ่องกง ตำรวจระบุว่า ขบวนการมิจฉาชีพใช้วิธีประกาศรับสมัครงานผ่านเฟซบุ๊ก หลอกล่อชาวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยว อ้างงานเบาเงินดี เพียงกดเงินจากตู้เอทีเอ็มตามคำสั่ง รายได้วันละ 3,000–5,000 เหรียญไต้หวัน ผู้ต้องหาหลายรายรู้ดีว่าเป็นงานที่ผิดกฎหมาย แต่เลือกเสี่ยงเพราะหวังจะได้เที่ยวไปด้วยรับค่าจ้างรายวันที่สูงไปด้วย

ตำรวจไทเปจับนายเหลียง  ชายชาวมาเลเซีย เดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมรับจ้างกดเงินให้แก๊งมิจฉาชีพ (ภาพจาก สำนักงานตำรวจ)

      สถานีตำรวจจงหลุนในเขตซงซาน กรุงไทเป ตรวจพบนายเหลียง ชายชาวมาเลเซียวัย 50 ปี แต่งกายปกปิดใบหน้ากำลังใช้เอทีเอ็มถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มซ้ำกันหลายครั้ง จึงเข้าตรวจสอบ พบเงินสด บัตรเอทีเอ็ม และโทรศัพท์มือถือจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาพยายามใช้ภาษามาเลย์แกล้งไม่เข้าใจ แต่ภายหลังยอมรับว่า พูดภาษาจีนได้ดี เดินทางมาไต้หวันเพื่อรับจ้างกดเงิน ตำรวจควบคุมตัวส่งให้อัยการดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน

ตำรวจไทเปจับหญิงมาเลเซียที่โรงแรม ข้อหาเดินทางมาท่องเที่ยว แต่รับจ้างเงินให้แก๊งมิจฉาชีพ (ภาพจาก udn.com)

      ส่วนที่เขตเทียนหมู่ ซื่อหลิน ซึ่งเป็นย่านที่ชาวต่างชาติพำนักอาศัยจำนวนมาก ตำรวจพบว่าในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติกดเงินของผู้เสียหายจากตู้เอทีเอ็มในพื้นที่นับร้อยครั้ง จนกลายเป็นจุดเสี่ยงของขบวนการรับจ้างกดเงิน เจ้าหน้าที่จึงตามสืบและจับกุมนายเจียง ชายชาวมาเลเซียวัย 42 ปี ขณะกำลังเช็กเอาต์จากโรงแรมเพื่อเตรียมหลบหนี พร้อมของกลางเงินสด 16,000 เหรียญไต้หวันและโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตำรวจซื่อหลินยังจับกุมนายจาง ชายชาวฮ่องกง และนายหยาง ชายชาวมาเลเซียได้ที่ท่าอากาศยานก่อนเดินทางออกนอกประเทศ ทั้งสองถูกตั้งข้อหารับจ้างกดเงินแก่แก๊งมิจฉาชีพเช่นกัน

ตำรวจไทเปจับหญิงมาเลเซียที่โรงแรม ข้อหาเดินทางมาท่องเที่ยว แต่รับจ้างเงินให้แก๊งมิจฉาชีพ (ภาพจาก udn.com)

      โฆษกสำนักงานตำรวจไต้หวันเตือนว่า ขบวนการมิจฉาชีพกำลังใช้เทคนิคและกลยุทธ์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะการโฆษณาในสื่อออนไลน์ ชักชวนคนต่างชาติเดินทางมาทำงานชั่วคราวเพื่อรับค่าตอบแทนสูง และใช้วีซ่าท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งยากต่อการตรวจสอบ จึงขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นชาวต่างชาติใช้ตู้เอทีเอ็มอย่างผิดสังเกต เช่น กดบัตรหลายครั้งหรือวนเวียนอยู่หน้าเครื่อง ควรแจ้งตำรวจทันที เพื่อเร่งเข้าตรวจสอบและสกัดกั้นไม่ให้เงินของผู้เสียหายสูญหายเพิ่มเติม

ตำรวจจับนายหยาง ชายชาวมาเลเซีย เดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมรับจ้างกดเงินให้แก๊งมิจฉาชีพ (ภาพจาก สำนักงานตำรวจ)

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解