ในการรับประทานยา นอกจากต้องระวังปฏิกิริยาระหว่างยาที่รับประทานร่วมกันแล้ว ยังควรระวังว่าอาหารบางชนิดก็สามารถมีผลต่อประสิทธิภาพของยาได้เช่นกัน นักโภชนาการไต้หวัน จางอวี่ซี (張語希) ได้เผยรายการอาหาร 7 ชนิดที่ควรระวังเมื่อต้องรับประทานร่วมกับยา พร้อมเตือนประชาชนว่าอย่ามองข้ามผลกระทบจากอาหารเหล่านี้ เพราะอาจส่งผลให้ยาขาดประสิทธิภาพ หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพได้
1. น้ำเกรปฟรุต
น้ำเกรปฟรุตสามารถรบกวนการเผาผลาญของยาลดความดันโลหิตกลุ่มยาต้านแคลเซียม และกลุ่มยา Statins (กลุ่มยาสแตติน) ที่ใช้ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
คาเฟอีนในกาแฟมีฤทธิ์ในการกระตุ้นประสาทส่วนกลาง อาจส่งผลต่อการทำงานของยาระงับประสาท ทำให้ประสิทธิภาพของยาต่ำ ถ้าคุณกินยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจหรือสมอง เช่น ยารักษาโรคหอบหืด (เช่น theophylline), ยาต้านซึมเศร้าบางตัว หรือยารักษาโรคพาร์กินสัน คาเฟอีนจะเพิ่มฤทธิ์กระตุ้นเข้าไปอีก ทำให้ใจสั่น วิตกกังวล หงุดหงิด หรือความดันสูงผิดปกติ อีกทั้งยังคาเฟอีนยังลดการดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็ก เช่น ยารักษากระดูกพรุน (alendronate), ยาบางกลุ่มของธาตุเหล็ก หรือยาไทรอยด์ (levothyroxine) ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะกระดูกพรุนหรือโลหิตจางได้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟก่อนหรือหลังการรับประทานยา
ชีสมีไทโรซีน หากรับประทานร่วมกับยาต้านโรคซึมเศร้าอาจกระตุ้นให้เกิดความดันสูง ยกตัวอย่างเช่น ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โมโนเอมีน ออกซิเดส (Monoamine oxidase inhibitor; MAOIs) จะไปยับยั้งเอนไซม์ในร่างกายที่ทำหน้าที่สลายไทโรซีน ส่งผลให้ไทโรซีนสะสมในร่างกาย ซึ่งจะทำให้เกิดความดันโลหิตสูง นอกจากชีสแล้ว แนะนำกลุ่มคนที่รับประทานยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ ควรหลีกเลี่ยงอาหารหมักดองหรือเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีไทโรซีนสูงด้วย
แอลกอฮอล์ส่งผลต่อการเผาผลาญ อาจเกิดปฏิกิริยากับยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เอ็นเสด) ซึ่งทำให้เกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร อีกทั้งแอลกอฮอล์ยังสามารถไปรบกวนยาลดน้ำตาลในเลือด และเพิ่มประสิทธิภาพการลดน้ำตาลในเลือดของอินซูลิน ทำให้เสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
กล้วยอุดมไปด้วยโพแทสเซียม แต่ยาขับปัสสาวะกลุ่ม Potassium-sparing และ ยาลดความดันโลหิต Angiotensin-Converting Enzyme inhibitor (ACE inhibitor) ส่งผลต่อการขับโพแทสเซียมออกจากร่างกาย หากรับประทานร่วมกันอาจทำให้โพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไป แนะนำกลุ่มคนที่รับประทานยาจำพวกลดความดันโลหิต ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาร่วมกับอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ส้ม ผักใบเขียว
6.อโวคาโด
อโวคาโดมีวิตามิน K สูง ซึ่งอาจลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอโวคาโดและผักใบเขียวเข้มในปริมาณมากเมื่อใช้ยาดังกล่าว
แม้ขนมปังโฮลวีตจะมีไฟเบอร์สูง แต่ไฟเบอร์อาจลดการดูดซึมของยารักษาไทรอยด์ เช่น Levothyroxine ได้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไฟเบอร์สูงหากคุณใช้ยารักษาไทรอยด๋ และแนะนำควรรับประทานอาหารหลังจากรับประทานยา 30-60 นาที