Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 13 ต.ค.2568

หัวรถจักรไอน้ำคันแรกของไต้หวัน“เถิงหยุนฮ่าว”(騰雲號) (ภาพจากWikipedia)
หัวรถจักรไอน้ำคันแรกของไต้หวัน“เถิงหยุนฮ่าว”(騰雲號) (ภาพจากWikipedia)

火車快飛  火車快飛 越過高山  飛過小溪 不知走了幾百里... 快到家裡  快到家裡 爸媽見了真歡喜 嘟嘟!ความหมายคือ “รถไฟบินเร็ว! รถไฟบินเร็ว! วิ่งผ่านภูเขาสูง ข้ามลำธารเล็ก ไม่รู้ว่าวิ่งมากกี่ร้อยลี้ เกือบถึงบ้านแล้ว เกือบถึงบ้านแล้ว พ่อแม่เห็นแล้วดีใจมาก ตูตู” ซึ่งความหมายของคำว่า รถไฟบินเร็ว” หรือ “รถไฟแล่นฉิวราวกับบิน” เป็นวลีภาษาจีนที่ใช้สื่อถึงภาพรถไฟวิ่งเร็วเหมือนกำลังเหาะไปบนราง มักจะเจอในบทเพลงเด็ก เพลงปลุกใจ หรือคำบรรยายเชิงวรรณกรรมที่ให้ความรู้สึกสดใส มีพลัง และเต็มไปด้วยจินตนาการ คล้าย ๆ กับภาษาไทยที่เราพูดว่า “รถไฟวิ่งฉิวเหมือนลมพัด” หรือ “รถไฟวิ่งเหมือนบิน” นั่นเอง

สำหรับคนที่อยู่ในไต้หวัน เมื่อได้ยินบทเพลงเด็กแสนคุ้นหูนี้ เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงความทรงจำครั้งนั่งรถไฟขึ้นมาในใจ ซึ่งในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน ท่องเที่ยว หรือกลับบ้านเยี่ยมครอบครัว พอพูดถึงวิธีสัญจรขึ้นเหนือ–ลงใต้ของไต้หวัน นอกจากการขับรถเอง หรือนั่งรถไฟความเร็วสูงแล้ว สิ่งที่ผู้คนคุ้นเคยที่สุดก็คือ “รถไฟ” นั่นเอง ซึ่งในเนื้อเพลงที่บอกว่า นั่งรถไฟสามารถทั้งไต่เขาและข้ามลำธารเล็ก ๆ ได้ ก็สะท้อนเส้นทางแห่งการพัฒนาของระบบรถไฟไต้หวันตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเช่นกัน

มีคำถามว่า แล้วรถไฟสายแรกของไต้หวันถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่? หลายคนอาจนึกไปเองว่า ต้องเป็นช่วงญี่ปุ่นปกครอง เพื่อใช้ขนส่งวัสดุสิ่งของ จึงเริ่มมีการปูรางรถไฟครั้งใหญ่ทั่วเกาะ แต่ความจริงแล้ว ก่อนหน้าญี่ปุ่นจะเข้ามา ที่ไต้หวันมีข้าหลวง “หลิวหมิงฉวน” (劉銘傳)ซึ่งได้รับมอบหมายจากราชสำนักชิง เขามองเห็นความสำคัญของรถไฟต่อการพัฒนาไต้หวันตั้งแต่แรก โดยในช่วงสงครามจีน–ฝรั่งเศส เขาสังเกตเห็นว่าท่าเรือที่ตั้นสุ่ยเริ่มตื้นเขินไม่สะดวกต่อการค้า จึงวางแผนจะย้ายศูนย์กลางท่าเรือไปที่จีหลงแทน

ดังนั้น ในระหว่างปี ค.ศ. 1887–1891 ได้มีการก่อสร้างทางรถไฟจากไทเปถึงจีหลง โดยอาศัยเงินทุนร่วมจากห้างชาวตะวันตกและผู้มีฐานะในไต้หวัน นี่ไม่เพียงเป็นผลลัพธ์ของความร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชนเท่านั้น แต่ยังนับเป็น “รถไฟสายแรกของไต้หวัน” อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีรางรถไฟ แน่นอนว่าก็ต้องมีหัวรถจักรไอน้ำเข้ามาด้วย หลิวหมิงฉวน ยังได้ตั้งชื่อให้หัวรถจักรไอน้ำ ว่า “เถิงหยุนฮ่าว (騰雲號)” และ “จุยเฟิง(追風)หรือ (御風號อวี้เฟิงฮ่าว)” อีกด้วย

แต่ที่น่าสนใจก็คือ รถไฟในยุคนั้นวิ่งได้ช้ามาก ความเร็วพอ ๆ กับการถีบจักรยานเท่านั้นเอง เล่ากันว่า หากคุณพลาดรถไฟที่เพิ่งออกจากชานชาลา แค่ตั้งใจวิ่งสักหน่อยก็ยังตามทันและขึ้นได้

ส่วนใครอยากเห็นโฉมหน้าของหัวรถจักรในตำนานนี้ ปัจจุบัน “เถิงหยุนฮ่าว(騰雲號) ได้ถูกนำไปจัดแสดงอยู่ในสวนสาธารณะสันติภาพ 228 กลายเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ให้ผู้คนเข้าชม

เมื่อถึงยุคที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน พบว่าการคมนาคมของไต้หวันนั้นแสนจะไม่สะดวก จึงเริ่มทุ่มเทอย่างมากในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น เส้นทางรถไฟของการรถไฟไต้หวัน (TRA) ที่ใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ก็วางรากฐานมาจากยุคนั้น

เริ่มจากปี 1908 ทางรถไฟสายเหนือ–ใต้ (縱貫鐵路) จากเมืองจีหลงถึงเมืองเกาสงได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ ต่อมาในปี 1922 เนื่องจากเส้นทางจากซินจู๋ลงไปทางใต้ต้องผ่านภูเขามาก เส้นทางลาดชันทำให้รถไฟแล่นช้าและบางครั้งก็มีอันตราย จึงได้สร้างเส้นทางใหม่จากจู๋หนานถึงจุยเฟินทางตอนใต้ของเมืองไทจง กลายเป็น “สายทะเล” และทำให้ไต้หวันถูกแบ่งเป็น “สายภูเขา” กับ “สายทะเล” อย่างเป็นทางการ

จากนั้นในปี 1924 อุโมงค์ซานเตียวหลิ่ง(三貂嶺隧道)สร้างเสร็จ ทำให้รถไฟจากไทเปถึงเมืองอี๋หลานสามารถวิ่งได้ และอีกเพียงสองปีต่อมา เส้นทางรถไฟฮัวเหลียนกับไถตงก็แล้วเสร็จเช่นกัน จะเห็นได้ว่าในช่วงทศวรรษ 1920 เกือบทั้งไต้หวันมีรถไฟวิ่งครบถ้วน เหลือเพียงสองช่วงเท่านั้นที่ยังไม่มี คือ ซูอ้าว–ฮัวเหลียน และผิงตง–ไถตง นอกจากนั้น เพื่อใช้ในการขนส่งน้ำตาล ถ่านหิน และไม้ ก็ได้มีการสร้างเส้นทางรถไฟสายย่อยขึ้นมาเรื่อย ๆ ซึ่งหลายเส้นทางในปัจจุบันถูกปรับให้กลายเป็นรถไฟท่องเที่ยวไปแล้ว

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解