Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

เด็กแดนชาไข่มุก - สัมภาษณ์ดีเจน้องใหม่ ดีเจอิม

เด็กแดนชาไข่มุก - สัมภาษณ์ดีเจน้องใหม่ ดีเจอิม
เด็กแดนชาไข่มุก - สัมภาษณ์ดีเจน้องใหม่ ดีเจอิม

ดีเจน้องใหม่ ดีเจอิม

ดีเจอิม ดีเจน้องใหม่ของสถานี RTI ภาคภาษาไทย ได้มาอาศัยไต้หวันตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 เพราะคุณพ่อคุณแม่ต้องมาทำงานที่ไต้หวัน ในตอนนั้นอายุ 11 ปี เมื่อมาถึงก็ได้เข้าเรียนโรงเรียนประถมซานตัว ของเมืองนิวไทเป (新北市立三多國小) ที่ใช้หลักสูตรภาษาจีนทั้งหมด เพราะว่าเมื่อคุณพ่อคุณแม่ไปถามที่ปรึกษาว่า “ลูกยังไม่เป็นภาษา จะเข้าโรงเรียนจีนได้หรือไม่” ก็ได้รับคำตอบว่า “เด็กเมื่ิอยู่ในสภาพแวดล้อมภาษาจีน เดี๋ยวเขาก็จะเป็นเอง” 

(ที่มา: Google Map)

ตอนมาไต้หวันพูดจีนเป็นมั๊ย?

ก่อนจะมาไต้หวัน ดีเจอิมก็ได้มีโอกาศเรียนภาษาจีนขั้นพื้นฐาน โดยมีอาม่าร้านตัดเครื่องแบบ ที่ดั้งเดิมเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นคนสอน ทำให้คุ้นเคยกับระบบจู้อิน (注音) และตัวอักษรแบบเต็ม แต่เมื่อมาถึงไต้หวันก็ยังไม่สามารถใช้การได้ จึงทำให้มีปัญหาด้านการสื่อสารกับคุณครูและเพื่อน ๆ ด้านการเรียนก็ไม่สามารถทำได้ดี แต่ยังดีที่มีเพื่อนคนหนึ่งที่ยังพอพูดภาษาอังกฤษได้ ที่คอยช่วยเป็นผู้แปล และเมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้ไปเรียนปรับภาษาที่มหาลัยฯ ฝู่เหริน (輔仁大學) ก็ได้ขอคุณครูช่วยแนะนำติวเตอร์ภาษาจีน จึงได้เรียนกับติวเตอร์คนนี้จนถึงขั้นพูดและฟังได้ในปีที่ 2 และสามารถอ่านเขียนได้ดีในปีที่ 3 

(ที่มา: Google Map)

เพื่อน ๆ ในโรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง?

ตอนที่เริ่มเข้าเรียน เพื่อน ๆ ในห้องก็ดีใจมาก เพราะว่าเป็นเด็กต่างชาติคนเดียวในห้อง และถึงแม้ว่าในโรงเรียนจะมีลูก ๆ ของผู้อพยพถิ่นฐานใหม่อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เยอะ เมื่อความแปลกใหม่ซาลงแล้ว ก็มีปฏิสัมพันธ์ดี ไม่มีการรังแกหรือการกีดกัน เพราะว่าเด็กไต้หวันโดยรวมแล้วก็เป็นมิตร และอัธยาศัยดี 

ตอนที่มาใหม่ ๆ ต้องปรับตัวอะไรบ้าง?

เหมือนกับคนไทยทุกคนที่ต้องมาอยู่ในไต้หวัน หนึ่งในสิ่งที่ต้องปรับตัวก็คือเรื่องอาหาร โดยเฉพาะนักเรียนที่ต้องรับประทานอาหารโรงเรียน ที่ขนาดนักเรียนชาวไต้หวันเองก็ขยาด แต่ที่ต้องปรับตัวมากที่สุดก็คือเรื่องภาษา เพราะว่าในปี 2011 ไต้หวันยังไม่รับรองภาษานานาชาติเหมือนสมัยนี้ หลาย ๆ อย่างไม่สามารถพูดแบบทับศัพท์ จึงไม่สามารถสื่อสารได้อย่างดี เช่น ร้านแมคโดนาลด์ ก็ต้องเรียกว่า ไม่ตังหลาว (麥當勞) หรือว่า โดราเอม่อน ก็กลายเป็น เซี่ยวติงตัง จึงเป็นอุปสรรคอย่างมากในการสร้างความสัมพันธุ์ 

วิชาไหนยากที่สุด?

วิชาภาษาจีนยากที่สุด จนไม่เคยสอบผ่านเกณฑ์ก่อน ต้องใช้คะแนนการบ้านหรือรายงานแทน เพราะว่าวิชาภาษาจีนในหลักสูตรที่จริงไม่ใช่การสอนภาษา แต่เป็นการสอนบทกวี บทกลอน ต้องมีการสอบท่องจำ อธิบายพื้นหลังและความหมายของบทกลอนต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับผมที่ภาษาจีนยังไม่แข็งแรงพอ ในตอนนั้นไม่ได้สร้างพื้นฐานให้ดี เลยตามหลักสูตรของโรงเรียนไม่ทัน

วิชาที่ชอบ?

อาจจะไม่ไช่วิชา แต่เป็นโปรเจคที่โรงเรียนมัทยมปลายให้เลือกเข้า ซึ่งผมก็ได้เลือกโปรเจคชื่อว่า โมเดล ยูไนเต็ดเนชั่น (Model United Nations) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียนมาอภิปรายปัญหาสังคม โดยที่ในแต่ละการประชุมจะมีหัวข้อ และแต่ละคนจะได้รับมอบหมายให้เป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ เพื่อให้นักเรียนได้ไปค้นคว้าว่าประเทศของตนมีท่าทีอย่างไรกับหัวข้อนี้ และในขณะเดียวกันจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร 

มัทยมปลายในไต้หวันแต่ละที่ก็จะมีระบบที่ให้นักเรียนได้ทำโปรเจคด้วย นับได้ว่าเป็นการสร้างความสามารถหลาย ๆ ด้านที่หนังสือให้ไม่ได้ในตัวของนักเรียน

(ที่มา: https://teachersblog.edu.tw/energizing/890)

มหาฯลัยเรียนคณะอะไร?

คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์โลก ของมหาวิทยาลัยครูแห่งชาติไต้หวัน หรือที่เรียกกันว่า ซือต้า ซึ่งไม่ใช่เป็นแค่มหาฯลัยครูที่ดีที่สุดของไต้หวัน แต่ยังมีศุนย์ภาษาจีนกลางที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวันอีกด้วย ในอาทิตย์หน้าก็จะมาแนะนำให้ฟัง

(ที่มา:https://pr.ntnu.edu.tw/archive/en_news/4cfc3ba31494deb909ee46374333c353.jpg)

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解