Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

บันทึกชีวิตในไต้หวัน : ร้านตัดผมบนดาดฟ้า ผลงานชนะเลิศ การประกวดรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ ครั้งที่ 10

 ร้านตัดผมบนดาดฟ้า ผลงานชนะเลิศ การประกวดรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ ครั้งที่ 10 (ภาพจาก Creative Family/Shutterstock)
ร้านตัดผมบนดาดฟ้า ผลงานชนะเลิศ การประกวดรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ ครั้งที่ 10 (ภาพจาก Creative Family/Shutterstock)

บันทึกชีวิตในไต้หวันสัปดาห์นี้ นำเอาบทความที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ ครั้งที่ 10 มาฝาก กับผลงานที่มีชื่อว่า ร้านตัดผมบนดาดฟ้า ประพันธุ์โดยคุณ Nguyễn Thị Hiền จากเวียดนาม บทความชิ้นนี้ เคยได้รับคำชื่นชมจากคุณอู๋เนี่ยนเจิน (吳念真) ผู้กำกับหนังชื่อดังของไต้หวัน ที่เป็นประธานคณะกรรมการตัดสินปีนี้ว่า นี่คือผลงานอันดับหนึ่งในใจของเขา จังหวะการเล่าเรื่องเป็นธรรมชาติ ลื่นไหล เต็มไปด้วยกลิ่นอายของชีวิตจริง ไม่มีการยัดเยียดอารมณ์ส่วนเกิน ภาพที่สะท้อนออกมามีความชัดเจนมาก และตอนจบก็ทรงพลังอย่างยิ่ง เหมาะกับการสร้างเป็นภาพยนตร์อย่างมาก 

บทความชิ้นนี้ ได้รับการเผยแพร่บนเว็บไซต์ opinion.cw  ในคอลัมน์วรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ เป็นบทความที่ไม่ได้ใช้คำบรรยายอะไรเลิศหรู เขียนไม่ยาว กระชับได้ใจความ และอย่างที่คุณอู๋เนี่ยนเจินกล่าวคือ เป็นบทความที่ไม่ยัดเยียดอารมณ์ส่วนเกิน เรื่องราวไม่ซับซ้อน ไม่ได้บอกอารมณ์ของตัวละครมากมาย แต่กลับทำให้ผู้อ่านต้องคิดวิเคราะห์เองว่าตัวละครคิดอะไร และยังเป็นบทความที่เขียนภาพแต่ละฉากออกมาได้เห็นชัดเจน จนบางทีก็คิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง ถึงแม้อยากรู้ว่าผู้แต่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากอะไร แต่สุดท้ายเราได้บทสรุปว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ บทความเรื่องนี้ ให้พื้นที่คนอ่านตีความได้ในหลายรูปแบบ สมกับเป็นบทความที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ 

ร้านตัดผมบนดาดฟ้า ประพันธุ์โดยคุณ Nguyễn Thị Hiền จากเวียดนาม

ตึกเก่าหลังนั้นซ่อนตัวอยู่ในซอยแคบ ๆ ข้างตลาดกลางคืนในนครไทจง ชั้นหนึ่งเป็นร้านขายของชำ ขายทุกอย่างตั้งแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซีอิ้ว ไปจนถึงไฟแช็กและพวงกุญแจแมวนำโชค ชั้นสองมีป้ายเขียนว่า “ห้องชุดให้เช่า –  เฟอร์นิเจอร์ครบ ราคาถูก” ส่วนชั้นสาม เป็นดาดฟ้าโล่งๆ มีเพียงแผ่นโลหะและลวดกั้น มีลมพัดตลอดทั้งปี แต่อาเหมยกลับเรียกที่นี่ว่า "ร้านตัดผมของฉัน"

ร้านแห่งนี้ไม่มีป้ายชื่อร้าน ไม่มีโซฟา ไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีเพียงเก้าอี้พลาสติกหนึ่งตัว กระจกทรงกลมแขวนอยู่บนผนัง และหญิงชาวเวียดนามร่างผอมบางคนหนึ่ง มัดผมหางม้า ดวงตาของเธอเปล่งประกายแสงแห่งความอ่อนโยนที่แฝงความห่างเหินอยู่ริบๆ

อาเหมยเป็นชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ไต้หวันมานานกว่า 10 ปี เดิมทีเธอทำงานในโรงงานอิฐ ก่อนจะผันตัวมาทำงานเป็นผู้ช่วยงานบ้านในครัวเรือน หลังจากหมดสัญญาจ้าง แม่ของเธอที่เวียดนามก็ล้มป่วยและต้องใช้ค่ารักษาพยาบาล เนื่องจากอาเหมยไม่สามารถยื่นขอวีซ่าพำนักในไต้หวันระยะยาวได้ เธอจึงเลือกที่จะพำนักอยู่ในไต้หวันด้วยวีซ่าระยะสั้น ทำงานพาร์ตไทม์ตามร้านอาหาร และช่วยวิ่งส่งของในตลาดที่คุ้นเคย  ไม่มีใครรู้ว่าเธอหาเลี้ยงชีพตัวเองอย่างไร รู้เพียงแค่ว่า ทุกเช้าเธอจะปั่นจักรยานไปตลาด  ตอนบ่ายเช็ดโต๊ะ ล้างแก้วน้ำ และตอนพลบค่ำจะตัดผมให้แรงงานหญิงชาวเวียดนาม ฟิลิปปินส์ หรือไทยที่เพิ่งมาทำงานในไต้หวัน

ไม่มีใครจำได้ว่าเธอตัดผมให้พวกเขาครั้งแรกเมื่อไหร่ รู้เพียงแค่หลังการบอกเล่าปากต่อปาก ดาดฟ้าเก่าๆ หลังนี้ ก็ค่อย ๆ กลายเป็นสถานที่รวมตัวของผู้หญิงต่างชาติ การมาที่นี่ไม่ได้เพื่อตัดผมเท่านั้น แต่ยังมีการสระผม เม้าท์มอย หรือบางคนอาจจะแค่นั่งพักเงียบๆ พลางเงยหน้ามองวิวกลางคืนของไต้หวันที่ส่องแสงระยิบระยับผ่านหน้าต่างแปลกหน้าบานนั้น

ปลอบประโลมจิตวิญญาณที่เหนื่อยล้าด้วยกรรไกร

ร้านของอาเหมยไม่มีป้ายราคาค่าบริการ คนที่พอมีเงินจะวางเงินไว้ในกล่องเล็ก ๆ ส่วนคนอื่นก็แค่เอามะม่วงหรือขนมกล่องหนึ่งมาฝาก หรือไม่ก็แค่กล่าวคำขอบคุณ อาเหมยไม่เคยคิดเล็กคิดน้อย

มีคนถามเธอว่า “ทำไมเธอไม่คิดเงินล่ะ?”  อาเหมยแค่ยิ้มแล้วตอบว่า “พี่เองก็เคยยากจน และเคยอยากให้มีใครสักคนลูบผมให้พี่ยามเหนื่อยล้า ตอนนี้พี่ยังสามารถหยิบกรรไกร มาช่วยแบ่งเบาความทุกข์ทางจิตใจของพวกเขาได้ สำหรับฉันแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”

ผู้หญิงบางเหล่านั้น ยังคงแอบวางเงินทิ้งไว้เงียบ ๆ ซึ่งอาเหมยก็ไม่ได้นับและไม่เรียกร้องอะไร เธอเรียกสิ่งนั้นว่า “น้ำใจ” ไม่ใช่ “ค่าตัดผม”

ครั้งหนึ่ง อาหลิง เด็กสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่ทำงานในโรงงานถามอาเหมยว่า “พี่ไม่คิดจะกลับเวียดนามบ้างเหรอ?” อาเหมยมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่พร่ามัว ดวงตาแผ่วเบาและหม่นหมองลงเล็กน้อย พร้อมกับพูดว่า “กลับไปง่าย แต่มีที่ให้กลับหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

จากนั้น เธอเงียบไปนาน ก่อนจะพูดต่อว่า “ตอนพี่เพิ่งมาถึง พี่ก็มีครอบครัว มีคนที่รอพี่อยู่ พี่ทำงานอย่างหนัก เก็บเงินส่งกลับบ้าน แต่วันหนึ่ง แม่ของพี่ก็พูดว่า ‘บ้านถูกขายไปแล้ว’ ก็ประมาณนี้ มันจบแล้ว”

ตอนที่อาเหมยพูดถึงเรื่องนี้ เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่ลมกลับพัดแรงขึ้น อาหลิงไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงนั่งเงียบ ๆ รู้สึกราวกับว่าดวงตาของอาเหมยเต็มไปด้วยความว่างเปล่าที่จับต้องไม่ได้

วันขึ้นปีใหม่ในปีนั้น ขณะที่ทุกคนยุ่งกับการเตรียมของขวัญกลับบ้านเกิด อาเหมยก็ยังคงตัดผมเหมือนเช่นทุกวัน เธอยังช่วยเพื่อนที่อยู่ชั้นเดียวกันห่อบ๊ะจ่าง เพื่อนถามว่า “เธอไม่กลับไปหาแม่บ้างเหรอ?” อาเหมยยิ้มและตอบว่า “ ปีนี้แม่สุขภาพดีขึ้นมาก และถ้าฉันกลับไป ก็จะไม่มีใครดูแลร้านที่นี่”

คืนวันฉูซี่ หรือวันส่งท้ายปีเก่าตามปฏิทินจีน อาหลิงนำดอกไม้ป่ามา 1 ช่อมาพร้อมกับอาหารเวียดนามไม่กี่อย่าง ทุกคนล้อมวงกันที่โต๊ะพลาสติก บางคนร้องไห้ บางคนหัวเราะ อาเหมยบอกว่า “ พวกเธอคือการฉลองวันตรุษจีนของฉัน” จากนั้นเธอก็ได้รินชาใส่แก้วน้ำทีละแก้ว ทุกคนรู้สึกอบอุ่นราวกับกำลังเฉลิมฉลองวันตรุษจีนร่วมกัน 

คืนวันนั้น อาเหมยร้องเพลงเป็นครั้งแรก เสียงของเธออาจไม่ไพเราะนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก เนื้อเพลงร้องว่า  “ฉันจากถนนนั้น จากเก้าอี้หิน สวนสาธารณะยามบ่าย…” เสียงเพลงลอยไปตามสายลม ก้องกังวาน ล่องลอยไปไกล ก่อนจะค่อยๆ เงียบลง ราวกับไม่เคยถูกขับร้องมาก่อน

เย็นวันหนึ่ง ในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง อาหลิงนำของขวัญเล็ก ๆ มามอบให้อาเหมย “พี่อาเหมย พรุ่งนี้ฉันจะกลับเวียดนามแล้ว ฉันจะแต่งงานแล้ว” อาเหมยยิ้ม ดวงตาหม่นหมองลงเล็กน้อย ลมยามค่ำคืนยังคงพัดโชยมา แต่ดูเหมือนจะเย็นยะเยือกกว่าปกติ อาเหมยพยักหน้า พร้อมกับพูดว่า “ดีแล้ว! กลับไปอยู่กับครอบครัว และมีบ้านที่อบอุ่นและมั่นคงเป็นของตัวเอง”

อาหลิงสะอื้นและพูดว่า “ฉันจะคิดถึงพี่ และคิดถึงร้านตัดผมบนดาดฟ้านี้ด้วย…” อาเหมยไม่ตอบ เพียงลูบผมอาหลิงเบา ๆ ราวกับฝากสายลมกระซิบว่า “พี่จะอยู่ตรงนี้เสมอ เมื่อคิดถึงพี่ ลองจินตนาการว่าที่ดาดฟ้าเก่า ๆ แห่งนี้ มีใครสักคนถือกรรไกร คอยรับฟังเรื่องราวชีวิตของพวกเธออยู่เสมอ… แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว”

ฤดูหนาวปีนั้น อาเหมยล้มป่วย เธอไม่ได้ขึ้นไปบนดาดฟ้าบ่อยเหมือนเคย หญิงสาวที่เคยมาบ่อย ๆ ก็ต่างทยอยจากไป บ้างเปลี่ยนไปทำงานโรงงาน บ้างแต่งงาน บ้างกลับเวียดนาม “ร้านตัดผม”ร้านนั้นเงียบสงัด ลมยังคงพัดอยู่เหมือนเดิม แต่ขาดเสียงพูดคุยของผู้คน ขาดเสียงกรรไกร และเสียงวิทยุที่เปิดเพลงของตรินห์ กง เซิน นักดนตรีชาวเวียดนามชื่อดังและเสียงเพลงพื้นบ้านเวียดนาม

คืนหนึ่งในวันฝนตก อาหลิงที่กลับไปแต่งงานที่เวียดนาม ได้เดินทางมาไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยว และแวะเยี่ยมเพื่อนเก่า เธอเดินตามเส้นทางเก่า ขึ้นไปดาดฟ้า พร้อมพกผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกไม้ที่อาเหมยเคยให้เธอไว้ไปด้วย

บนดาดฟ้าแห่งนั้น เหลือเพียงเก้าอี้พลาสติกเปียกฝน กระจกทรงกลมที่หมองมัว และโพสต์อิทที่ห่อพลาสติกหนึ่งแผ่น มีข้อความเขียนว่า “พี่อาเหมยเสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบ พวกเราพยายามรักษาดาดฟ้านี้ไว้ตามที่เธอปรารถนา ที่นี่เคยมีรอยยิ้ม เส้นผม และความทรงจำมากมายของผู้คนจากบ้านเกิดเมืองนอนมา” อาหลิงร้องไห้  น้ำตาของเธอปนกับสายฝน ท้องฟ้าที่เมืองไทจงมีสีเทาหม่นหมอง แต่หัวใจของอาหลิงกลับค่อย ๆ อบอุ่นขึ้น ราวกับว่าได้ยินเสียงกรรไกรดังมาจากที่ไหนสักแห่ง และเหมือนมีมือลูบผมเธอเบาๆ เหมือนในอดีตที่เคยเป็น

หลายปีต่อมา ในฟอรัมสนทนาชุมชนชาวเวียดนามโพ้นทะเล มีบทความเรื่องหนึ่ง ชื่อเรื่อง “ร้านตัดผมบนดาดฟ้า”  นี่ไม่ใช่นิยาย แต่เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งชื่ออาเหมย ผู้ใช้กรรไกร แชมพู และหัวใจที่เสียสละ ที่ช่วยให้แรงงานต่างชาติชาวเวียดนามจำนวนมากในไต้หวันได้รับความอบอุ่น

ใต้บทความนั้น มีข้อความนับร้อยกว่าข้อความแสดงความคิดเห็นว่า "ฉันเคยไปตัดผมที่นั่น!" "เธอเป็นคนแรกที่ถามฉันตอนที่ฉันมาถึงไต้หวันแรก ๆ ว่า 'ทุกอย่างราบรื่นดีไหม'" "พี่อาเหมยทำให้ฉันรับรู้ว่า แม้อยู่ไกลบ้าน แต่ไม่โดดเดี่ยว"

มีบางคนเขียนว่า: “ไม่มีใครจำทรงผมที่เธอตัดได้ แต่ท่ามกลางสายลมที่พัดโชยมา ทุกคนจำความห่วงใยที่เธอถามว่า ‘ช่วงนี้สบายดีไหม?’  ได้ไม่เคยลืม”

ปัจจุบัน ดาดฟ้าเก่ากลายเป็นสวนเล็ก ๆ เจ้าของบ้านได้ปลูกดอกไม้ แขวนกระดิ่งลม และยังคงเก็บกระจกทรงกลมเอาไว้ ลมยังพัดโชยมาเหมือนเคย แต่เหมือนเก็บซ่อนเรื่องราวเก่า ๆ และชื่อ ๆ หนึ่งไว้  นั่นคือ อาเหมย

ว่ากันว่า ร้านตัดผมบางร้าน ไม่ได้แค่ตัดผม แต่ช่วยเยียวยารอยร้าวในจิตใจ บางคน  แม้เพียงผ่านเข้ามาในชีวิตของใครบางคนอย่างเงียบๆ ก็ยังทิ้งประกายไฟแห่งความอบอุ่น ราวกับแสงอาทิตย์อัสดง ที่เงียบสงบและอ่อนโยนไว้ในชีวิตของคนอีกคน

……

นี่คือผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดรางวัลวรรณกรรมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ ครั้งที่ 10 ซึ่งนักเขียนเป็นเพียงหญิงชาวเวียดนามวัย 23 ปีเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีฝีมือจริงๆ

ดูผลงานต้นฉบับที่แปลเป็นภาษาจีนได้ที่  opinion.cw 

ประเด็นร่วม & Podcast
บันทึกชีวิตในไต้หวัน-台灣泰幸福
บันทึกชีวิตในไต้หวัน
เวลาออกอากาศ: วันอาทิตย์
ประเด็นประจำสัปดาห์

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解