Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 21 ต.ค.2568

เมนู ไก่ตุ๋นเหล้ากับเจลลี่ฟิก และ เจลลี่ฟิกสับปะรด(ภาพจากร้าน痴愛玉)
เมนู ไก่ตุ๋นเหล้ากับเจลลี่ฟิก และ เจลลี่ฟิกสับปะรด(ภาพจากร้าน痴愛玉)

เจลลี่ฟิก” หรือ ต้นอ้ายอวี้ (愛玉) พืชป่าท้องถิ่นของไต้หวัน ชอบอากาศชื้นและฝนตกชุก พบในป่าทึบระดับความสูง 700–1,800 เมตร เดิมขึ้นเองทางตอนเหนือ แต่ปัจจุบันเริ่มมีการเพาะปลูกแพร่หลาย สำหรับในครั้งนี้จะพาไปรู้จัก ต้นอ้ายอวี้ธรรมชาติของตระกูลอู๋ แห่งตำบลกวนซาน เมืองไถตง เส้นทางสู่สวนต้องขับรถสี่ล้อไต่เขาระดับ 700 เมตรเหนือทะเล ก่อนถึงป่าร่มรื่นที่คุณอู๋ป๋อเจิ้ง วัย 83 ปี เฝ้าดูแลมายาวนาน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของธุรกิจเจลลี่ฟิกที่สืบทอดต่อเนื่องมานานถึงสามรุ่น

สามรุ่นร่วมมือ สร้างวิสัยทัศน์เจลลี่ฟิกกวนซาน(ภาพจากnewsmarket)

อู๋ป๋อเจิ้งผูกพันกับภูเขามาตั้งแต่ปลดประจำการ เขาเริ่มปลูกป่ากับกรมป่าไม้ ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ จนเมื่อราว 40 ปีก่อน ได้ยินว่าเจลลี่ฟิกจากอาลีซานส่งออกญี่ปุ่นราคาสูงถึงกิโลละ 1,500 เหรียญไต้หวัน เขาจึงเริ่มปลูกบนเขาเยว่เหมย ใช้เวลากว่า 10 ปี ร่วมแรงกับพี่น้องจนขยายพื้นที่ปลูกได้ถึง 50 เฮกตาร์ (กว่า 300 ไร่) ในยุครุ่งเรืองที่สุด และเขายึดแนวทาง “ให้ธรรมชาติดูแลธรรมชาติเพียงตัดหญ้าและกำจัดเถาวัลย์ ส่วนอื่นปล่อยเติบโตเอง ทำให้สวนกลายเป็นป่าขนาดย่อม อุดมด้วยความหลากหลายทางนิเวศ เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกับผืนดินอย่างกลมกลืน

การเก็บเกี่ยวเจลลี่ฟิกเป็นงานหนัก ต้องทำเป็นคู่ คนหนึ่งใช้ไม้ผูกเคียวตัดผล อีกคนคอยรับด้านล่าง ผลหนึ่งถุงหนักราว 30 กิโลกรัม ต้องแบกลงจากเขาเอง เมื่อพี่น้องเริ่มชราภาพและไม่มีผู้สืบต่อ สวนที่เคยกว้าง 50 เฮกตาร์ จึงเหลือเพียง 6 เฮกตาร์ ที่อู๋ป๋อเจิ้งดูแลเพียงลำพัง นอกจากนี้ การแปรรูปก็ซับซ้อนไม่แพ้กัน ต้องอาศัยแรงคนสูงวัยในหมู่บ้าน ค่าแรงปอกเปลือกเจลลี่ฟิกคิดกิโลละ 6 เหรียญไต้หวัน ส่วนการแบะผลหลังตากแห้งได้ ชั่วโมงละ 100 เหรียญ หากมือไวอาจทำรายได้วันละ 2,000 เหรียญ แต่ฤดูเก็บเกี่ยวมีเพียงเดือนเดียว แม้ขั้นตอนยุ่งยากและผลผลิตน้อย แต่คุณอู๋ป๋อเจิ้งก็ยังไม่ย่อท้อ เพราะสำหรับเขา “เจลลี่ฟิก” ไม่ใช่แค่พืชรายได้ แต่คือ ต้นไม้แห่งชีวิตที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

การแปรรูปเจลลี่ฟิกเป็นงานซับซ้อน

       อู๋ป๋อเจิ้งยืนหยัดปลูกเจลลี่ฟิกแบบธรรมชาติ คือ ไม่พรวนดิน ไม่ใส่ปุ๋ย ไม่ใช้สารเคมี ปล่อยให้เติบโตท่ามกลางป่า จนได้ผลผลิตคุณภาพเยี่ยม แต่กลับถูกพ่อค้าคนกลางนำไปขายในนาม “เจลลี่ฟิกอาลีซาน” ลูกชาย อู๋เฉิงเวย (吳承崴) จึงลุกขึ้นสู้ สร้างแบรนด์ กวนซานอู๋” (關山吳) ขายตรงผ่านสหกรณ์และช่องทางออนไลน์ เพื่อให้คนรู้จัก “เจลลี่ฟิกแท้จากกวนซาน” อย่างภาคภูมิใจ  เพราะเขาเชื่อว่าการปลูกแบบธรรมชาติเท่านั้น จะทำให้รสชาติและชื่อเสียงของเจลลี่ฟิกข้ามรุ่นไปได้

       ส่วนลูกสาวคนเดียว อู๋ไฉ่อิ๋ง (吳綵瀅) กลับบ้านเกิดหลังชีวิตสะดุดเมื่อ 8 ปีก่อน และเปิดร้านขนมหวาน “ชือไอ้อวี้ (痴愛玉)” ในบ้านไม้ญี่ปุ่นอายุเกือบ 70 ปี บนถนนจงซาน เมืองกวนซาน เมนูซิกเนเจอร์คือ โรสลาเต้เจลลี่ฟิก” โดยใช้ชาแดงแทนน้ำขยำเจลลี่ฟิก หล่อในพิมพ์รูปกุหลาบ เสิร์ฟพร้อมนมสดและน้ำเชื่อมบราวน์ชูการ์ ให้ลูกค้าปรุงเอง เป็นเจลลี่ฟิกเวอร์ชันละเมียดที่หอมหวานและอบอุ่นเหมือนรสชาติของบ้าน และยังมีเมนูหลากหลายอีกมากมาย เช่น เจลลี่ฟิกนมสด เนื้อนุ่มคล้ายพุดดิ้ง, หรือ เจลลี่ฟิกกาแฟ, เจลลี่ฟิกหม่าล่า, เจลลี่ฟิกไก่ตุ๋นเหล้า ที่พลิกโฉมวุ้นพื้นบ้านสู่จานอาหารสุดล้ำ ครบรสทั้ง เปรี้ยว–หวาน–ขม–เผ็ด

เจลลี่ฟิกมีหลายสายพันธุ์

สำหรับในส่วนของชื่อร้าน ชืออ้ายอวี้ (痴愛玉)” ก็มาจากความคิดสร้างสรรค์ของ หลินอวี้หยาง (林浴洋) ลูกชายของอู๋ไฉ่อิ๋ง ชื่อเรียบง่ายแต่น่ารัก เดิมเขาทุ่มเทให้กับมวยปล้ำ จนวันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ต้องพักฟื้นอยู่บ้าน และสังเกตว่า “คุณตาแก่ลงมากแล้ว” จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาตัดสินใจกลับมาช่วยธุรกิจเจลลี่ฟิกของครอบครัว ซึ่งการสานต่อกิจการนี้ไม่ใช่แค่รายได้มั่นคง แต่คือการรักษาความทรงจำวัยเด็กและแรงใจของคุณตาไว้ เขาตั้งใจ “ไม่ให้ยุคของเจลลี่ฟิกไต้หวันสูญหายไป”

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解