Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568

ไต้หวันรั้งเทียร์ 1 ป้องกันค้ามนุษย์ดีเยี่ยมติดต่อกันเป็นปีที่ 16
ไต้หวันรั้งเทียร์ 1 ป้องกันค้ามนุษย์ดีเยี่ยมติดต่อกันเป็นปีที่ 16

1. ไต้หวันรั้งเทียร์ 1 ป้องกันค้ามนุษย์ดีเยี่ยมติดต่อกันเป็นปีที่ 16 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของ กต. สหรัฐฯ ประจำปี 2568

      กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2568  ระบุว่า ผลการประเมินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ทั่วโลกประจำปี 2568 ไต้หวันยังคงได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน "ระดับ 1" ยกย่องไต้หวันที่ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ในการป้องกันและคุ้มครองเหยื่อค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ หรือเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เป็นเวลาติดต่อกันเป็นปีที่ 16 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสำเร็จในการดำเนินนโยบายด้านการป้องกันการค้ามนุษย์ของรัฐบาลไต้หวันที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

หลิวซื่อฟาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไต้หวันชี้แจงว่า ไต้หวันได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2567 ได้มีการแก้ไขกฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างครอบคลุม รวมถึงดำเนินโครงการด้านประมงและสิทธิมนุษยชน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

นอกจากนี้ ในรายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปีนี้ ได้เสนอแนวทางและคำแนะนำจำนวน 11 ประการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการรับมือกับปัญหาการค้ามนุษย์ในไต้หวัน ซึ่งในจำนวนนี้มีการเสนอให้อนุญาตแรงงานต่างชาติเปลี่ยนนายจ้างระหว่างสัญญาได้โดยเสรี รวมถึงการขยายหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จากกรมประมงในการตรวจสอบแรงงานในเรือประมงระยะไกล การเสริมสร้างความรู้และการรับรู้กลุ่มบุคคลเปราะบาง เช่น นักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาศึกษาในไต้หวัน ให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ขั้นพื้นฐานด้านแรงงาน รวมถึงการป้องกันการยึดเอกสารเดินทางอย่างพาสปอร์ตของแรงงานต่างชาติเป็นต้น และการเพิ่มความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในระดับนโยบายและการปฏิบัติงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและดำเนินการเจาะจงในแต่ละสถานการณ์

สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

สำหรับแนวทางและคำแนะนำดังกล่าว ได้ถูกรวมอยู่ใน "แผนปฏิบัติการต่อต้านการแสวงหาผลประโยชน์และการป้องกันการละเมิดสิทธิ" ของปี 2568-2569 ซึ่งรัฐบาลไต้หวันได้ดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเต็มที่

สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไต้หวันกล่าวย้ำว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ยังให้ความสนใจและติดตามข้อมูลด้านสิทธิแรงงานของแรงงานต่างชาติอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานในภาคการประมง ภาคสวัสดิการสังคมโดยเฉพาะผู้อนุบาลในครัวเรือน และนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งรัฐบาลไต้หวันให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างเร่งด่วน ผ่านความร่วมมือในกรอบ "คณะกรรมการประสานงานด้านการป้องกันและการกำจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ" ของสภาบริหาร เพื่อประเมินและทบทวนแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการบูรณาการทรัพยากรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปราบปรามการค้ามนุษย์และคุ้มครองสิทธิ์ของผู้เสียหายอย่างเต็มที่ในทุกมิติ

สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ (TIP Report) เป็นรายงานประจำปีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ฯ จัดทำขึ้นตามกฎหมายสหรัฐฯ เพื่อเสนอต่อรัฐสภา เกี่ยวกับสถานการณ์ค้ามนุษย์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยจัดอันดับประเทศต่าง ๆ ออกเป็น 3 ระดับชั้น (Tier) ตามลักษณะของการตอบสนองต่อการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ คือ

ระดับ 1 (Tier 1) หมายถึงประเทศที่มีการคุ้มครอง ป้องกันเหยื่อการค้ามนุษย์ และปฏิบัติตามกฎหมายตามมาตรฐานสากล ระดับชั้นที่ 2 (Tier 2) หมายถึง ประเทศที่ถูกจับตามอง และประเทศในระดับ 3 กลุ่มนี้เสี่ยงถูกสหรัฐตัดความช่วยเหลือและการสนับสนุนให้ได้รับทุนจากธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

2. เมื่อค่าจ้างขั้นต่ำแซงหน้าค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือผู้อนุบาลในองค์กร นักวิชาการจี้รัฐทบทวนสัดส่วนค่าจ้างขั้นต่ำและค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ

      ไต้หวันประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2569 เป็นเดือนละ 29,500 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 3.18% จากเดิม ซึ่งตัวเลขใหม่นี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในโครงสร้างค่าจ้างแรงงาน เพราะสูงกว่าค่าจ้างพื้นฐานของแรงงานกึ่งฝีมือในสถานดูแลผู้ป่วยที่กำหนดไว้เพียง 29,000 เหรียญไต้หวันเล็กน้อย สถานการณ์ดังกล่าวส่งสัญญาณว่า ถึงเวลาทบทวนโครงสร้างค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือและจัดทำสูตรอัตราส่วนระหว่างค่าจ้างขั้นต่ำกับค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมืออย่างเป็นระบบ

ภาพประกอบเป็นแรงงานกึ่งฝีมือชาวฟิลิปปินส์ที่โรงงานในจางฮั่ว (ภาพจาก newstaiwan.net)

      ข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นเดือนกันยายนระบุว่า ไต้หวันอนุมัติการยกระดับจากแรงงานทั่วไปเป็นแรงงานกึ่งฝีมือทั้งสิ้น 55,696 คน โดยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม เช่น แรงงานกึ่งฝีมือที่ทำหน้าที่อนุบาลดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ 33,413 คน ขณะที่แรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิตมีจำนวน 22,283 คน

      ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงแรงงาน แรงงานต่างชาติที่จะยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ต้องผ่านคุณสมบัติด้านใบรับรองวิชาชีพ การฝึกอบรม หรือหลักสูตรภาคปฏิบัติที่กำหนดไว้ในแต่ละสาขา สำหรับภาคสวัสดิการสังคมยังต้องผ่านการอบรมต่อเนื่อง หรือหลักสูตรเสริม รวมถึงแสดงความสามารถด้านการสื่อสารทางภาษาด้วย

นายวีรพันธ์ เสนาะพิน แรงงานไทยจากนครปฐม ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ (ภาพจากศูนย์จัดหางานหูเหว่ย  เมืองหยุนหลิน)

      สำหรับการกำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือในแต่ละสาขา ปัจจุบันแตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ :

      - ภาคการผลิต เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ก่อสร้าง ประมง โรงฆ่าสัตว์ และเกษตร : 33,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน

      - ผู้อนุบาลในองค์กร 29,000 เหรียญไต้หวัน

      - ผู้อนุบาลในครัวเรือน 24,000 เหรียญไต้หวัน

      กรณีที่มีการปรับค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิตเพิ่มเป็น 35,000 เหรียญไต้หวัน ไม่ต้องผ่านข้อกำหนดด้านใบรับรองหรือหลักสูตรฝึกอบรมเพิ่มเติม ส่วนแรงงานกึ่งฝีมือที่เป็นผู้อนุบาลในองค์กรและในครัวเรือน หากจ่ายค่าจ้างมากกว่า 31,000 และ 26,000 ดอลลาร์ไต้หวันตามลำดับ ก็จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบรับรองใด ๆ เช่นกัน

      อย่างไรก็ตาม เมื่อค่าจ้างขั้นต่ำปี 2569 ขยับขึ้นเป็น 29,500 เหรียญไต้หวัน จะสูงกว่าค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือในองค์กรและทำให้ช่องว่างระหว่างค่าจ้างขั้นต่ำกับค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือที่ทำหน้าที่เป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน ซึ่งได้รับค่าจ้าง 24,000 เหรียญไต้หวัน ยิ่งขยายตัวเกือบ 10,000 เหรียญไต้หวัน

      ในประเด็นนี้ ศาสตราจารย์ซินปิ่งหลง จากสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (NTU) ชี้ว่า ในอดีตการกำหนดค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมืออ้างอิงจากรายได้เฉลี่ยของแรงงานกึ่งฝีมือของแรงงานท้องถิ่น แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ควรมีการพิจารณาใหม่โดยจัดทำสูตรหรืออัตราส่วนที่ชัดเจนระหว่างค่าจ้างขั้นต่ำและค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ เพื่อให้โครงสร้างค่าจ้างสะท้อนระดับทักษะและความรับผิดชอบที่แตกต่างกันอย่างเหมาะสม

      ตามผลสำรวจค่าจ้างรายอาชีพของกระทรวงแรงงานปี 2567 กลุ่มอาชีพระดับทักษะสูงลำดับที่สอง คือช่างฝีมือผู้ควบคุมเครื่องจักร และพนักงานประกอบอุปกรณ์ มีรายได้เฉลี่ย 36,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่าค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือบางกลุ่มยังคงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของแรงงานกึ่งฝีมือในประเทศ

      การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจึงอาจกลายเป็นแรงกดดันเชิงโครงสร้าง ที่ผลักดันให้รัฐบาลและภาคเอกชนต้องทบทวนระบบค่าจ้างใหม่ทั้งระบบ เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างแรงงานทั่วไป แรงงานกึ่งฝีมือ และแรงงานทักษะสูง ไม่ให้ความแตกต่างด้านรายได้สูญเสียความสมเหตุสมผลตามระดับทักษะที่แท้จริง

3. 20 แรงงานอินโดนีเซียในไต้หวันรวมตัวประท้วง ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญากว่า 1 ล้านเหรียญ กลุ่ม NGO จี้รัฐจัดการเด็ดขาด นักวิชาการชี้ระบบพึ่งพา บจง. ต้นตอการเอารัดเอาเปรียบ

      เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา แรงงานอินโดนีเซียจำนวน 20 คน  รวมตัวกันหน้ากระทรวงแรงงานในกรุงไทเป ท่ามกลางสายฝน เพื่อแถลงข่าวเปิดโปงกรณีถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าซื้องานหรือค่าต่อสัญญาอย่างไม่เป็นธรรม รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 เหรียญไต้หวัน พวกเขากล่าวหาว่ากระทรวงแรงงานเพิกเฉยต่อปัญหานี้ และเรียกร้องขอเข้าพบนายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเพื่อชี้แจงปัญหา พร้อมเรียกร้องจัดมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อยุติการเก็บค่าซื้องานโดยทันที แม้บริษัทจัดหางานจะรีบคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แรงงานทั้ง 20 คนหลังเรื่องราวถูกเปิดเผย และนายจ้างเปลี่ยนใช้บริการอีกบริษัทหนึ่ง แต่กลุ่มแรงงานและองค์กรสิทธิมนุษยชนยังคงยืนยันว่า กระทรวงแรงงานต้องลงโทษทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด กระทรวงแรงงานชี้ หากบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าบริการเกินกว่ามาตรฐาน ตามกฎหมายมีโทษปรับสูงสุดถึง 20 เท่าของมูลค่าที่เรียกเก็บและจะถูกสั่งพักใบอนุญาตจัดหางาน

แรงงานอินโดนีเซียในไต้หวันรวมตัวประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญากว่า 1 ล้านเหรียญ กลุ่ม NGO จี้รัฐจัดการเด็ดขาด (ภาพจาก TIWA)

      หวางลี่ถิง ตัวแทนสมาคมแรงงานระหว่างประเทศไต้หวัน (TIWA) ระบุว่า สภานิติบัญญัติของไต้หวันผ่านการแก้กฎหมายการจ้างงาน มาตรา 52 ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน หลังทำงานครบสัญญา 3 ปี โดยอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ แรงงานต่างชาติไม่ต้องกลับไปเสียค่าหัวคิวมารอบใหม่ มาตรการนี้ เป็นผลดีต่อแรงงานและนายจ้าง มีเจตนาช่วยลดการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ที่ยังคงยุติไม่ได้ เพราะส่งผลให้บริษัทจัดหางานไต้หวันมีรายได้ลดลง บางรายจึงหาวิธีเรียกรับเงินจากแรงงานต่างชาติ ไม่ว่าจะต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิมหรือเปลี่ยนนายจ้างใหม่ โดยอ้างว่าเป็นค่าบริการจัดหางานและจัดทำเอกสาร เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป ขณะที่รัฐบาลกลับละเลยหน้าที่ ปล่อยให้บริษัทจัดหางานผูกขาดการจัดหาและเปลี่ยนงานของแรงงานต่างชาติ ทำให้แรงงานต้องพึ่งพาบริษัทจัดหางานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอกล่าวว่า ถ้าไม่จ่าย ก็ไม่มีงานทำ และปรากฏการณ์การเก็บค่าซื้อตำแหน่งงานนี้เป็นที่รู้กันทั่วไป ราคามีตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 เหรียญไต้หวันต่อราย โดยเฉพาะในกรณีแรงงานที่ต้องการเปลี่ยนนายจ้างกลางคัน แต่เพราะหลักฐานยากจะรวบรวม ทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แทบไม่มีใครสามารถเรียกเงินคืนผ่านช่องทางราชการได้

แรงงานอินโดนีเซียในไต้หวันรวมตัวประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญากว่า 1 ล้านเหรียญ กลุ่ม NGO จี้รัฐจัดการเด็ดขาด (ภาพจาก udn.com)

      เฉินซู่เซียง นักวิจัยจาก TIWA เปิดเผยว่า หลังแรงงาน 20 คนร้องเรียนผ่านสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 และเตรียมจัดแถลงข่าว บริษัทจัดหางานที่เกี่ยวข้องจึงรีบประสานกับนายจ้างและหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อคืนเงินทั้งหมดอย่างเร่งด่วน แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่หาหลักฐานไม่ได้ แต่เป็นเพราะไม่อยากแก้ปัญหาต่างหาก

      ซุนอวี่เชียน เลขาธิการสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมเถาหยวนกล่าวเสริมว่า ค่าซื้อตำแหน่งงานและค่าจัดหางานที่สูงเกินจริงทำให้แรงงานต่างชาติกลัวถูกเลิกจ้างจนต้องเชื่อฟังบริษัทจัดหางานทุกอย่าง บางรายถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมสหภาพแรงงาน ซึ่งกระทบต่อสิทธิแรงงานโดยตรงและบั่นทอนพลังการรวมตัวของแรงงานต่างชาติ เขาเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานไม่เพียงลงโทษบริษัทจัดหางานที่เรียกเก็บค่าซื้อตำแหน่งงาน แต่ต้องจัดทำแผนนำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านระบบรัฐต่อรัฐ ลดบทบาทของบริษัทจัดหางาน ให้รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบด้านการจัดหาและจัดสรรแรงงานต่างชาติแทน

แรงงานอินโดนีเซียในไต้หวันรวมตัวประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญากว่า 1 ล้านเหรียญ กลุ่ม NGO จี้รัฐจัดการเด็ดขาด (ภาพจาก taisounds.com)

      ต่อปัญหาดังกล่าว กระทรวงแรงงานชี้แจงว่า จะเพิ่มการตรวจสอบและลงโทษบริษัทจัดหางานที่เรียกเก็บค่าบริการเกินจริง โดยจะร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นในการตรวจสอบเชิงรุก และหากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

      ด้านนักวิชาการชี้ ระบบพึ่งพาบริษัทจัดหางาน คือต้นตอของการเอาเปรียบ ศาสตราจารย์ ซินปิ่งหลง จากสถาบันพัฒนาประเทศ มหาวิทยาลัยไต้หวันชี้ว่า ปัญหานี้เกิดจากแรงงานส่วนใหญ่จำเป็นต้องพึ่งพาบริษัทจัดหางานตั้งแต่ก่อนเดินทางมาไต้หวัน นายจ้างจำนวนมากก็เห็นว่าบริษัทจัดหางานช่วยจัดการทุกอย่างได้สะดวก จึงยากที่จะตัดระบบนี้ออกไป แต่ค่าใช้จ่ายที่บริษัทจัดหางานเรียกรับควรอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่ใช้ฉวยโอกาสขูดรีดเพื่อหากำไรจากแรงงานที่มีฐานะยากจน ขณะที่ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เฉิงจือเยว่ จากมหาวิทยาลัยเจิ้งจื้อ กล่าวเพิ่มเติมว่า แรงงานต่างชาติต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิว ค่าฝึกอบรม และค่าซื้อตำแหน่งงานให้บริษัทจัดหางานตั้งแต่ก่อนการเดินทางในประเทศต้นทาง ทำให้รายได้จากการทำงานในช่วงปีแรกถึงปีครึ่งในไต้หวันแทบต้องนำไปชำระหนี้ทั้งหมด นี่จึงเป็นสาเหตุที่แรงงานมักเห็นว่าควรผลักภาระนี้ให้กับนายจ้างแทน

แรงงานอินโดนีเซียในไต้หวันรวมตัวประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญากว่า 1 ล้านเหรียญ กลุ่ม NGO จี้รัฐจัดการเด็ดขาด (ภาพจาก udn.com)

      กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ค่าบริการจัดหางานจากแรงงานต่างชาตินั้น อนุญาตให้บริษัทจัดหางานต่างประเทศเรียกรับได้ก่อนการเดินทางเท่านั้น ส่วนบริษัทจัดหางานไต้หวัน อนุญาตให้เรียกรับค่าบริการดูแลเป็นรายเดือนระหว่างที่แรงงานต่างชาติทำงานอยู่ที่ไต้หวัน ในอัตราค่าบริการปีแรกเดือนละ ไม่เกิน 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เดือนละไม่เกิน 1,700 เหรียญ ปีที่ 3 เป็นต้นไป เดือนละไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน ซึ่งได้รวมค่าบริการต่อสัญญาใหม่และช่วยเปลี่ยนนายจ้างใหม่อยู่ด้วยแล้ว ห้ามมีการเรียกรับค่าบริการจัดหางาน ค่าต่อสัญญาใหม่หรือค่าบริการหานายจ้างใหม่จากแรงงานต่างชาติอีก หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษปรับเงิน 10-20 เท่าของค่าบริการที่เรียกรับ นอกจากนี้ ยังจะถูกพักใบอนุญาตเป็นเวลา 3 เดือน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解