สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับขนส่งสาธารณะในไต้หวันด้วยรถเมล์หรือรถประจำทาง เพราะรัฐบาลไต้หวันวางแผนไว้ว่าจะเปลี่ยนรถเมล์ที่ใช้พลังงานน้ำมันดีเซลให้เป็นรถเมล์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2030 แต่ปรากฎว่าจนถึงปีนี้ (2025) ดำเนินการคืบหน้าไปเพียง 20% เท่านั้น ซึ่งสาเหตุที่ให้การดำเนินการล่าช้าเพราะสถานีชาร์จหายาก อุตสาหกรรมการผลิตรถเมล์ในประเทศติดขัด ต้นทุนแฝงที่ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ ระบบการซ่อมบำรุงเฉพาะทาง และการเตรียมความพร้อมหลักสูตรฝึกขับและอบรมความปลอดภัยให้กับคนขับทั่วประเทศ (คลิกปุ่มสีแดงตรงมุมบนด้านซ้ายเพื่อฟังรายการเต็ม)

รถเมล์เป็นขนส่งสาธารณะที่มีราคาค่าโดยสารย่อมเยาที่สุด เพราะเพียงไม่กี่สิบเหรียญไต้หวันก็สามารถพาผู้โดยสารเดินทางข้ามเขตพื้นที่หรือข้ามเมืองได้ และยังการคมนาคมสำคัญเที่รองรับความต้องการเดินทางของผู้คนนับแสนในแต่ละวัน ดังนั้นรถเมล์จึงถูกคาดหวังว่าจะมีบทบาทสำคัญในการพาไต้หวันมุ่งสู่เป้าหมาย “การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” อีกด้วย

ปัจจุบันทั่วไต้หวันมีรถเมล์ให้บริการประมาณ 12,000 คัน โดยกว่า 80% ยังเป็นรถเมล์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานดีเซล ซึ่งกระทรวงคมนาคมไต้หวันประเมินว่า หากเปลี่ยนทั้งหมดเป็นรถเมล์เครื่องยนต์ดีเซลทั้งหมดเป็นรถเมล์ไฟฟ้า จะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้มากกว่า 400,000 ตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการลดการปล่อยคาร์บอนของโรงงาน TSMC แห่ง 3 สองโรงงานรวมกันเลยทีเดียว
![]()
การโดยสารรถเมล์ไต้หวันปัจจุบันสะดวกสบายมากขึ้น เพราะทุกเมืองจะมีแอปพลิเคชันแจ้งตารางเวลาของรถเมล์แต่ละสายแบบเรียลไทม์ซึ่งมีทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ทำให้เราวางแผนการเดินทางได้ตรงต่อเวลามากขึ้น ยิ่งไปกว่าหลายเมืองมีเลนวิ่งสำหรับรถเมล์โดยเฉพาะจึงช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดและเพิ่มความปลอดภัยในการรอรถเมล์ให้กับผู้โดยสารมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการชำระค่าโดยสารรถเมล์ของไต้หวันสามารถจ่ายเป็นเงินสดหรือใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สแกนจ่ายได้ด้วย
