ชาวไต้หวันส่วนใหญ่มีความตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัย โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละคนมีกรมธรรม์ประกันชีวิตประมาณ 2.6 ฉบับ สาเหตุหลักที่ทำให้ชาวไต้หวันนิยมซื้อประกันภัย คือความต้องการกระจายและโอนความเสี่ยงทางการเงิน เนื่องจากกังวลว่า หากเกิดการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุอาจต้องสูญเสียเงินจำนวนมาก การทำประกันภัยจึงเป็นวิธีสร้างหลักประกันเพื่อช่วยคุ้มครองในยามที่ไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ดี ชาวไต้หวันเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในการทำประกันภัยได้อย่างง่ายดาย ในทางกลับกัน เนื่องด้วยอุปสรรคทางภาษาและวัฒนธรรม ส่งผลให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างค่อนข้างจำกัด
วันนี้ เราจะพาทุกคนไปดูโครงการผลักดันการศึกษาเรื่องประกันภัยและความรู้ทางการเงินที่เข้าถึงได้ทุกคน ที่บริษัทฟู่ปังประกันชีวิตกับมูลนิธิเพิร์ล เอส บัค (ไต้หวัน) จัดทำขึ้นร่วมกัน โดยมีเป้าหมายมุ่งเน้นไปที่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวันเข้าถึงหลักประกันทางการเงินได้มากยิ่งขึ้น
จากสถิติล่าสุด ไต้หวันมีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ประมาณ 610,000 คน คิดเป็น 2.5% ของประชากรทั้งประเทศ หากนับรวมลูกหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ จำนวนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่โดยรวมจะเกินหนึ่งล้านคน พวกเขาถือบัตรประจำตัวประชาชนไต้หวันและจ่ายภาษีเหมือนกับชาวไต้หวันทุกคน แต่กลับเข้าไม่ถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เนื้อหาที่นำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ เป็นบทความจากเว็บไซต์ ubrand ซึ่งอยู่ในเครือสำนักข่าว udn ที่เขียนเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานในภาคประชาสังคมของไต้หวัน ที่มุ่งเน้นการสร้างผลประโยชน์สาธารณะ โดยบทความชิ้นนี้ มีชื่อว่าทุกคนในสังคมล้วนสัมพันธ์กัน บริษัทประกันชีวิตไต้หวันส่งเสริมการศึกษาเรื่องประกันภัยและบริการทางการเงินที่ทุกคนเข้าถึงได้

นายเฉินเจี๋ยเซิน (陳杰昇) ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิเพิร์ล เอส บัค เผย ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีอุปสรรคด้านภาษาทำให้เกิดช่องว่างด้านข้อมูล พวกเขายากที่จะสร้างความเชื่อมั่นกับบริษัทประกันชีวิตในไต้หวัน (ภาพ udn)
ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับมูลนิธิเพิร์ล เอส บัค (Pearl S. Buck Foundation) กันก่อน มูลนิธิเพิร์ล เอส บัคเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1968 เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่บุตรธิดาและครอบครัวของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่มีฐานะยากจน ก้าวข้ามความแตกต่างทางวัฒนธรรม สร้างชีวิตแต่งงานที่มีความสุข และช่วยให้คนรุ่นต่อไปเติบโตอย่างมีสุขภาพดีและมีความสุข โดยเน้นการสงเคราะห์ด้านการสนับสนุนค่าเลี้ยงดู ทุนการศึกษา ให้คำปรึกษารายเคส ติดตามช่วยเหลือด้านการเรียนและการจัดบรรยายด้านการเลี้ยงดูเด็ก นอกจากนี้ มูลนิธิยังมีโครงการพัฒนาศักยภาพและบริการสนับสนุนสำหรับสตรีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ เช่น การฝึกอบรมทักษะ และการฝึกอบรมล่าม รวมถึงมุ่งเน้นการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมความตระหนักด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม
นายเฉินเจี๋ยเซิน (陳杰昇) ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิเพิร์ล เอส บัค (Pearl S. Buck Foundation) ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีบัตรประชาชนไต้หวัน แต่พวกเขายังต้องการหลักประกันที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มเปราะบาง ที่ประสบปัญหาชีวิตอยู่แล้ว การที่จะต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มเติมจึงเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขา ประธานเฉินฯ ชี้ว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวันส่วนใหญ่มีเพียงหลักประกันพื้นฐานจากประกันสุขภาพแห่งชาติ หากต้องการทำประกันอุบัติเหตุจากการทำงาน ประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพอื่นๆ อาจเกินกำลังความสามารถทางการเงินของพวกเขา
คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (FSC) ของไต้หวัน ขยายขอบเขตของประกันรายย่อยในปี 2025 เพื่อให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ทุกคนเข้าถึงประกันต่างๆ ประธานเฉินฯมองว่า “ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันไป ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ไม่คุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตของไต้หวัน ประกอบกับภูมิหลังทางประเพณีและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน จึงทำให้เกิดช่องว่างทางข้อมูลได้ง่าย” อุปสรรคด้านภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงสภาพทางเศรษฐกิจ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ไม่ได้รับการคุ้มครองที่ครอบคลุม
ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ไม่ใช่ผู้มาเยือน แต่เป็นเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะเดียวกับประชาชนชาวไต้หวัน ในปีนี้มูลนิธิเพิร์ล เอส บัค กับบริษัทฟู่ปังประกันชีวิต (Fubon Life ) ได้ร่วมกันผลักดัน “โครงการคุ้มครองความมั่นคงทางการเงินสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ” ครอบคลุมด้านการให้คำแนะนำด้านการเงินผ่านการเยี่ยมบ้าน หลักสูตรป้องกันการฉ้อโกงทางการเงิน การฝึกอบรมสำหรับการสอบใบอนุญาต และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเป็นภาษาต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านการเงินและแนวคิดเรื่องประกันภัยแก่ครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
ทลายอุปสรรคทางภาษาและวัฒนธรรม เสริมสร้างความคุ้มครองทางการเงิน
ประธานเฉินฯระบุว่า “ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีภูมิหลังการเติบโตที่แตกต่างกัน ซึ่งอุปสรรคด้านภาษาทำให้เกิดช่องว่างด้านข้อมูล และทำให้พวกเขายากที่จะสร้างความเชื่อมั่นกับบริษัทประกันชีวิตในไต้หวัน และกังวลว่าจะได้รับความคุ้มครองในไต้หวันจริงหรือไม่” ประธานเฉินฯ เห็นว่าการที่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน ส่วนหนึ่งมาจากความแตกต่างด้านวัฒนธรรม
บริษัทฟู่ปังประกันชีวิตมอบความคุ้มครองทางการเงินที่ครบถ้วนแก่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ตั้งแต่การให้บริการหน้าเคาน์เตอร์ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพภายในองค์กร ในส่วนของการให้บริการที่เคาน์เตอร์ พวกเขามีเอกสารข้อมูลหลายภาษาและพนักงานบริการลูกค้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ ช่วยให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาที่คุ้นเคย ช่วยให้บริการทางการเงินไม่ว่าจะเป็น เปิดบัญชีธนาคาร การฝากถอน โอนเงิน มีความเป็นมิตรมากขึ้น นอกจากนี้ ทีมขายประกันมีบุคลากรที่เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อยู่ในทีมด้วย ซึ่งช่วยให้เข้าถึงความคิดและความต้องการของลูกค้าประกันที่เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ได้ดียิ่งขึ้น เคยมีลูกค้าผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ถูกวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองระยะเริ่มต้น โชคดีที่มีประกัน ทำให้สามารถเข้ารับการรักษาอย่างสบายใจ ในช่วงที่รายได้หยุดชะงักก็ยังสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ ในระหว่างที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายที่เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ก็จะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลเป็นประจำ เพื่อให้กำลังใจลูกค้ารายนั้น

ธนาคารจัดทำข้อมูลเอกสารหลายภาษา เพื่อให้เข้าถึงชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น(ภาพ CNA)
การสนับสนุนทางการเงินขั้นพื้นฐาน ช่วยให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ตั้งรกรากอยู่ในไต้หวันได้อย่างสบายใจมากขึ้น หากสามารถเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินและการคุ้มครองสิทธิของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ได้ จะช่วยส่งเสริมให้ตลาดการเงินเติบโตอย่างมั่นคง ประธานเฉิน ฯ กล่าวว่า มีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่มาขอคำปรึกษาบางคน เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมหลอกลวง เนื่องจากผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีข้อจำกัดด้านภาษา ขาดความระมัดระวัง และยังไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมทางการเงินของไต้หวัน จึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ง่าย ดังนั้น การจะพลิกสถานการณ์ที่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบในตลาดการเงิน ต้องเริ่มจากการปลูกฝังแนวคิดด้านการวางแผนทางการเงินที่ถูกต้อง และพัฒนาทักษะการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน นี่คือส่วนสำคัญที่สถาบันการเงินควรปฏิบัติเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
มูลนิธิเพิร์ล เอส บัค กับบริษัทฟู่ปังประกันชีวิต (Fubon Life ) ได้ร่วมกันผลักดัน “โครงการคุ้มครองความมั่นคงทางการเงินสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ” โดยผลิตสื่อการเรียนรู้ด้านการเงินและประกันหลายภาษา เพื่อให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการวางแผนการเงินและประกันภัย โครงการนี้ยังเปลี่ยนความรู้ทางการเงินให้กลายเป็นแนวคิดที่ส่งต่อได้ โดยจัดหลักสูตรการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้ปกครองและเด็ก รวมถึงหลักสูตรป้องกันการฉ้อโกง เพื่อถ่ายทอดแนวคิดเรื่องการวางแผนการเงินและความคุ้มครองไปยังรุ่นต่อไป
คลิกลิงก์ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการธนาคารของบริษัทไทเปฟู่ปัง