1. ลองครั้งเดียวชีวิตเปลี่ยน! กระทรวงแรงงานห่วงใยแรงงานต่างชาติข้องแวะยาเสพติด โดยเฉพาะยารูปแบบใหม่ ลองครั้งเดียวติด
ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติจำนวนมากทำงานอยู่ในภาคส่วนต่าง ๆ เปรียบเสมือนเป็นฟันเฟืองสำคัญของตลาดแรงงาน ทั้งแรงงานภาคอุตสาหกรรม ก่อสร้าง เกษตรประมงและภาคสวัสดิการสังคม ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติมีมากกว่า 850,000 คน การที่แรงงานต่างชาติเหล่านี้ ซึ่งเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอน ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม และเข้าสู่สังคมใหม่พร้อมกับเงื่อนไขการทำงานและที่พักที่จำกัด ทำให้ปัจจัยเสี่ยงต่อการเชื่อมโยงกับยาเสพติดเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ทั้งจากความเครียดในการทำงาน แรงกดดันจากภาระหนี้สินและสภาพแวดล้อม รวมถึงการชักชวนจากขบวนการค้ายาเสพติดและเพื่อนฝูงที่ทำหน้าที่เป็นผู้ค้าคนกลาง ส่งผลให้ปัญหาการระบาดของยาเสพติดในกลุ่มแรงงานต่างชาติรุนแรงมากขึ้น

สาเหตุสำคัญที่ทำให้แรงงานต่างชาติยอมเสี่ยงทดลองยา
1. ความเครียดทางเศรษฐกิจ-สังคมและสภาพการทำงาน : ชั่วโมงทำงานยาว หนี้สินจากเงินกู้ค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวที่เรียกรับจากบริษัทจัดหางาน ความกดดันจากการทำงาน นายจ้าง หัวหน้างาน และขาดการเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพจิต ทำให้บางคนมองหายาเป็นหนทางหนีความเครียดหรือเพื่อเพิ่มพลังทำงานในกะยาว
2. ความเหงาและขาดเครือข่ายความช่วยเหลือทางสังคม : แรงงานต่างชาติหลายคนอยู่ห่างบ้าน ประสบอุปสรรคด้านภาษาและวัฒนธรรม ทำให้แสวงหาเพื่อนร่วมชาติในวงสังคมที่อาจมีการแลกเปลี่ยนสารเสพติดเป็นการพักผ่อนหรือแบ่งปัน
3. การเข้าถึงยาเสพติดและตลาดผิดกฎหมายง่ายและสะดวก : ช่วงหลายปีมานี้ มีการระบาดของสารเสพติดรูปแบบใหม่ แฝงมาในยาดม ลูกอมหรือกาแฟซอง ล่อเยาวชนและแรงงานต่างชาติ ทำให้ยาเสพติดราคาถูก ติดง่ายติดเร็ว ลองครั้งเดียวก็ติดได้ กระจายได้รวดเร็ว
4. แรงงานต่างชาติไม่รู้กฎหมาย/ไม่รู้ผลกระทบต่อสุขภาพ : หลายคนไม่ทราบว่า การถูกจับคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมีผลต่อสิทธิการจ้างงาน การอนุญาตทำงาน และจะถูกส่งกลับประเทศ ข้อมูลภาษาแม่และการรณรงค์ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอในบางกลุ่ม

สถิติและแนวโน้มที่น่าสนใจเกี่ยวกับยาเสพติดที่ระบาดในกลุ่มแรงงานต่างชาติ :
ได้แก่ยาเมทแอมเฟตามีน เช่นยาไอซ์เป็นต้น ยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาหลักมานาน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีสารเสพติดกลุ่มใหม่เพิ่มขึ้น อย่างเช่น เคตามีน ยาไนเมตาซีแพม หรือ Erimin ออกฤทธิ์ช่วยคลายเครียดทำให้หลับ ซึ่งเป็นกลุ่มสารเสพติดที่ถูกเรียกว่าเป็นยาเสียสาว Bath Salts ซึ่งเรียกตามลักษณะภายนอกที่คล้ายเกลือขัดผิว เกลือสปาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทรุนแรง หรือที่เรียกกันว่ายาซอมบี้ เพราะติดแล้ว อาการผู้เสพมีลักษณะคล้ายผีดิบ เป็นต้น

สารเสพติดตัวใหม่ที่น่าเป็นห่วง
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมียาเสพติดรูปแบบใหม่อีกหลายตัวที่ล่อตาล่อใจแรงงานต่างชาติบางคน แค่ลองครั้งเดียว เป็นพิษภัยทั่วร่างกาย! และที่กระทรวงแรงงานเป็นห่วงมากที่สุด ได้แก่ สารเมฟีโดรน (4-Methylmethcathinone) หรือที่รู้จักกันในไต้หวันในชื่อ “เหมียวเหมียว” อันตรายจากยาเสพติดชนิดแปลก ๆ นี้ จะทำให้คนที่อยากรู้อยากลองเสียใจไปตลอดชีวิต เป็นยาเสพติดผิดกฎหมายชนิดใหม่ในรูปแคปซูล เม็ดและผงที่อันตราย เพราะแค่ลองครั้งเดียว ก็อาจหมดอนาคตเลยทีเดียว กระทรวงแรงงานเตือนว่า อย่าเผลอไปลองเชียว เพราะเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างรุนแรง ขบวนการค้ายาบางกลุ่มลักลอบผสมสารนี้ลงในกาแฟซองหรือลูกอม ดูเหมือนไม่น่ากลัว แต่เมื่อได้ลองเพียงครั้งเดียว ก็อาจติดและทำลายสมองได้! หลังเสพแล้วทำให้เกิดอาการวิตกกังวล ประสาทหลอน หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าว หากเสพระยะยาวอาจถึงขั้นทำลายสมอง ยาเสพติดชนิดนี้มักระบาดในสถานบันเทิง มักจะถูกแอบผสมในเครื่องดื่มหรือลูกอมที่ไม่รู้ที่มา เตือนให้ระวัง อย่าเสี่ยงลองเพียงเพราะความอยากรู้อยากลอง!

โฆษกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่เสพยาเสพติดเพราะได้รับการชักชวนจากเพื่อนชาติเดียวกัน เมื่อติดแล้วมีจำนวนมากที่กลายเป็นเอเยนต์ขายยาเสพติดให้เพื่อนร่วมชาติในโรงงานเดียวกันและโรงงานใกล้เคียงต่อไป ทำให้มีการแทรกซึมและขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามขอเตือนว่า ตำรวจไต้หวันจะไม่ยอมให้มียาเสพติด และจะดำเนินการตรวจสอบและปราบปรามอย่างเด็ดขาด เมื่อจับผู้เสพได้แล้ว จะมีการตรวจสอบขยายผลเป็นลำดับชั้นสูงขึ้นไป เพื่อจับผู้ขายทั้งรายเล็กรายใหญ่มาดำเนินคดีให้ได้ จึงเตือนแรงงานต่างชาติอย่าเป็นคนอยากรู้อยากลอง มิเช่นนั้น จะหมดอนาคต

การเสพยาเสพติดทำลายสุขภาพอย่างรุนแรง ทำให้ไม่รู้สึกอยากอาหารซึ่งเป็นสาเหตุทำให้น้ำหนักลดลง ผิวซีด ผิวแห้ง และค่อย ๆ ดำคล้ำเมื่อเสพติดเป็นเวลานาน และย้ำคิดย้ำทำ พูดซ้ำๆ หวาดระแวง รูม่านตาขยาย การมองพร่ามัว ความดันโลหิตสูงขึ้น ปวดหัวอย่างรุนแรง มีภาวะผิดปกติเสียหายอย่างถาวรของเส้นโลหิตในระยะยาว เซ็กซ์เสื่อม หมดความรู้สึกทางเพศ อาการประสาทหลอนนำไปสู่โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง สมองทำงานน้อยลง หัวใจเต้นผิดจังหวะ เต้นเร็ว และอาจเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันเสียชีวิตได้

เมื่อทราบผลของยาเสพติดร้ายแรงนัก แนะวิธีป้องกันด้วยตนเองดังนี้
1. ไม่ทดลองเสพสิ่งที่รู้ว่ามีภัย เพราะอาจจะทำให้ติดได้ง่าย
2. เลือกคบเพื่อนที่ดี พยายามหลีกเลี่ยงเพื่อนที่ชอบชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย
3. รู้จักใช้วิจารณญาณในการแก้ปัญหา แต่หากว่าไม่สามารถแก้ไขเองได้ ก็ควรจะปรึกษากับเพื่อฝูงหรือญาติมิตรที่ไว้ใจได้
4. การสร้างทักษะชีวิต โดยเฉพาะทักษะการปฏิเสธเมื่อถูกเพื่อนชักชวนให้เสพสิ่งเสพติด ต้องรู้จักปฏิเสธอย่างนุ่มนวล โดยการชี้แจงผลเสียของสิ่งเสพติดต่อการทำงานและอนาคต การรู้จักปฏิเสธอย่างจริงจังและจิตใจแน่วแน่จะทำให้เพื่อนเกรงใจไม่กล้าชวนอีก
หากมีข้อสงสัยหรือมีเบาะแสการค้ายา สามารถโทรแจ้งข้อมูลหรือสอบถามได้ที่ สายด่วนให้คำปรึกษาและป้องกันอันตรายจากยาเสพติด โทรฟรี 24 ชม. 0800-770-885 หากต้องการล่ามแปลภาษา โปรดโทรสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955
2. ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดันมูลค่าการบริโภคพุ่งกว่าแสนล้าน ธุรกิจค้าปลีกงัดกลยุทธ์เจาะตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่
ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้กำลังซื้อและพฤติกรรมการบริโภคของแรงงานกลุ่มนี้กลายเป็นเป้าหมายสำคัญของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ที่ต่างเร่งพัฒนากลยุทธ์เฉพาะตัวเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดมูลค่ากว่าหนึ่งแสนล้านเหรียญไต้หวัน

แรงงานต่างชาติเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงเฉพาะที่เถาหยวน แต่ละปีจับจ่ายมากกว่า 100,000 ล้านเหรียญไต้หวัน (ภาพจากนิตยสาร Global Views Monthly)
ตามสถิติล่าสุดจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 มีแรงงานต่างชาติทำงานในไต้หวันกว่า 850,000 คน และคาดว่าภายในสามปีข้างหน้า ตัวเลขดังกล่าวจะทะลุหนึ่งล้านคน เมื่อหักรายได้ที่แรงงานส่งกลับประเทศแล้ว รายได้ที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวหมุนเวียนอยู่ในไต้หวันสามารถสร้างมูลค่าการบริโภคกว่าหนึ่งแสนล้านเหรียญไต้หวันต่อปี ทำให้ธุรกิจค้าปลีกโดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อเห็นโอกาสทางการตลาดขนาดใหญ่ โดยมุ่งเน้นเจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวมุสลิมซึ่งมีจำนวนมากในหมู่แรงงานต่างชาติ

อาหารไทยในร้านสะดวกซื้อไต้หวัน (ภาพจาก udn.com)
ในจำนวนนี้ เซเว่น อีเลฟเว่น (7-ELEVEN) ภายใต้กลุ่มบริษัท Uni-President เปิดตัวโครงการ “ร้านสะดวกที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม” อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยจัดทำพื้นที่จำหน่ายอาหารที่ไม่มีเนื้อหมูและไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงเพิ่มบริการหลายภาษาภายในร้าน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่แรงงานจากประเทศต่าง ๆ มาตรการดังกล่าวช่วยกระตุ้นยอดขายในโซนสำหรับแรงงานต่างชาติเติบโตขึ้นกว่า 50% ในปีที่แล้ว และขยายโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้อาศัยหลากหลายเชื้อชาติ นอกจากนี้ 7-ELEVEN ยังตั้ง “โซนสินค้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ในสาขาที่อยู่ใกล้ย่านโรงงานและหอพักแรงงานต่างชาติ นำเข้าสินค้ากว่า 100 รายการ ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและขนมขบเคี้ยวยอดนิยมจากบ้านเกิด ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด ยอดขายสินค้ากลุ่มนี้เติบโตขึ้นกว่า 30% และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะขยายสาขาที่มีโซนดังกล่าวได้ถึง 1,000 แห่ง

แรงงานต่างชาติที่เฉลี่ยใช้บริการทุก 2 วัน แต่ละครั้งใช้จ่าย 200 เหรียญ มากกว่าคนท้องถิ่น 2 เท่า
ทางด้านแฟมิลี่มาร์ท (FamilyMart) ร้านสะดวกซื้อใหญ่อันดับสองระบุว่า “โซนสินค้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ของบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในปีที่ผ่านมา และตั้งเป้าขยายพื้นที่จำหน่ายไปยัง 900 สาขาภายในปีนี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้วกว่า 650 สาขา ขณะเดียวกันยังเพิ่ม “โซนอาหารพร้อมรับประทานแบบไม่ใส่เนื้อหมู” ใน 150 สาขาแรก และเตรียมขยายเพิ่มเติมตามความต้องการของแต่ละพื้นที่
ส่วนโอเคมาร์ท (OKmart) ซึ่งเป็นอีกรายใหญ่ในตลาดร้านสะดวกซื้อ ได้ริเริ่มติดตั้งเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ OKmini มาตั้งแต่ปี 2562 โดยนำเสนอสินค้าผ่านการรับรองฮาลาล และปรับสินค้าภายในเครื่องให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ยังเพิ่มป้ายสี่ภาษาในร้านค้าที่ตั้งอยู่ในย่านที่มีแรงงานต่างชาติหนาแน่น เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจับจ่ายของลูกค้าชาวต่างชาติ

จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดันมูลค่าการบริโภคพุ่งกว่าแสนล้าน ธุรกิจค้าปลีกงัดกลยุทธ์เจาะตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่
ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุเพิ่มเติมว่า หากนับรวมแรงงานต่างชาติกว่า 850,000 คน กับครอบครัวของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ตัวเลขประชากรกลุ่มนี้ในไต้หวันจะทะลุหนึ่งล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและผู้อนุบาลดูแลผู้สูงอายุในครัวเรือน โดยมีแรงงานชาวอินโดนีเซีย เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด และส่วนมากนับถือศาสนาอิสลาม

ร้านสะดวกซื้อไต้หวันจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่จัดโซนสินค้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริการลูกค้ากลุ่มใหม่
จากผลสำรวจพฤติกรรมการบริโภคของแรงงานต่างชาติในปี 2567 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของแรงงานต่างชาติอยู่ที่ 24,280 เหรียญไต้หวัน ประมาณครึ่งหนึ่งส่งกลับประเทศ ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่ไต้หวัน เฉลี่ยอยู่ที่ 10,697 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หากคำนวณรวมทั้งปี กลุ่มแรงงานต่างชาติในไต้หวันมีกำลังซื้อรวมสูงถึงปีละ 107,500 ล้านเหรียญไต้หวัน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้มีเงินหมุนเวียนสะพัดในไต้หวันอย่างมหาศาล

เมนูอาหารไทยในแฟมิลี่มาร์ท (ภาพจากแฟมิลี่มาร์ท)
การเติบโตของแรงงานต่างชาติและความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดค้าปลีกในไต้หวันกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเข้าใจในวิถีชีวิตและความเชื่อของผู้บริโภคมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการต่างเร่งพัฒนาแนวทางการให้บริการที่สะท้อนถึงความเคารพในวัฒนธรรมและความต้องการเฉพาะของลูกค้ากลุ่มนี้ เพื่อสร้างความยั่งยืนในตลาดที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอินโดนีเซียในซูเปอร์มาร์เก็ต
จากสถิติของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2568 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันมี 854,002 คน ในจำนวนนี้มาจากอินโดนีเซียมากที่สุด 317,312 คน อันดับสองเป็นแรงงานเวียดนาม 291,943 คน ตามด้วยฟิลิปปินส์ 172,093 คน ส่วนแรงงานไทยมีจำนวน 72,652 คน