ไต้หวันทุ่ม 20 ล้านเหรียญไต้หวัน ดูแลสุขภาพจิตเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครผู้ช่วยเหลือภัยพิบัติ เขื่อนดินถล่มที่ลำน้ำหม่าไท่อัน
ภายหลังเหตุการณ์เขื่อนดินถล่มที่ลำน้ำหม่าไท่อัน (馬太鞍溪堰塞湖) ในตำบลกวงฟู่ เมืองฮัวเหลียน สร้างความเสียหายน้ำท่วมหนักเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2025 กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันได้เปิดโครงการ “สนับสนุนสุขภาพจิตเจ้าหน้าที่และอาสากู้ภัยลำน้ำหม่าไท่อัน” ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง โดยมอบสิทธิ์เข้ารับการปรึกษาทางจิตฟรี 3 ครั้งภายใน 1 ปี เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจจากความเครียดหลังเหตุภัยพิบัติ
สถานการณ์ในพื้นที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยความโหดร้ายและความกดดัน เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อนจัดและสภาพแวดล้อมที่อันตราย พร้อมรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง
จางจื้อเฉียง(張自強) ประธานสมาคมฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตสังคมแห่งไต้หวัน ระบุว่า “เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ถือพลั่ว”(鏟子超人) ที่อยู่แนวหน้ามักมีอาการวิตกกังวล หงุดหงิด หรือเครียดสูง แม้กลับมาใช้ชีวิตปกติ อาจยังมีอาการนอนไม่หลับ สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน หรือสะดุ้งตกใจง่าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์กับผู้อื่น
หากอาการเหล่านี้ดำเนินต่อเนื่องเกิน 1 เดือน แสดงว่าสภาพจิตใจเริ่มได้รับผลกระทบ จำเป็นต้องได้รับการดูแลและคำปรึกษาทางจิตอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการพัฒนาเป็นภาวะเครียดหลังเหตุการณ์รุนแรง (PTSD – Post-traumatic Stress Disorder)
ดังนั้น รัฐบาลจึงจัดตั้งโครงการพิเศษนี้ ด้วยงบประมาณราว 20 ล้านเหรียญไต้หวัน (ประมาณ 649,000 ดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อมอบบริการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญแก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกคน ไม่จำกัดอายุ และเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนเข้าร่วม ปัจจุบันมีสถาบันเข้าร่วมโครงการทั่วประเทศกว่า 618 แห่ง โครงการจะดำเนินไปจนถึง 31 ตุลาคม 2569 เพื่อเป็น “พลังใจ” ให้เหล่าฮีโร่ผู้ถือพลั่วฟื้นฟูเมืองฮัวเหลียนกลับคืนสู่สภาพปกติ
กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ระบุว่า เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ต้องการใช้บริการภายใต้ โครงการสนับสนุนสุขภาพจิตผู้ช่วยเหลือภัยพิบัติลำน้ำหม่าไท่อัน สามารถดำเนินการได้ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน:
1. ตรวจสอบข้อมูล — ตรวจสอบรายชื่อสถาบันที่ร่วมโครงการ คล้ายกับโครงการ “สนับสนุนสุขภาพจิตวัยทำงาน” ดูรายละเอียดได้ที่ https://sps.mohw.gov.tw/mhs
2. นัดหมาย — ติดต่อสถาบันโดยตรงเพื่อจองเวลา พร้อมแจ้งว่าต้องการใช้สิทธิ์
3. เตรียมเอกสาร — นำบัตรประชาชนหรือเอกสารแสดงตนอื่น ๆ ไปแสดงในวันรับบริการ
4. รับคำปรึกษา — เข้ารับบริการคำปรึกษาทางจิตจากผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ด้วยว่า สาเหตุหลักของการฆ่าตัวตายยังเกี่ยวข้องกับ “แรงกดดันในที่ทำงาน” และ “การหลอกลวงออนไลน์ที่ระบาดหนัก” สถิติของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันเผยรายงาน “10 สาเหตุการเสียชีวิตสูงสุดของชาวไต้หวันปี 2024” โดยพบว่า “การฆ่าตัวตาย” กลับเข้าสู่ 10 อันดับแรกอีกครั้งในรอบ 14 ปี โดยอยู่ในอันดับที่ 10 และในกลุ่มวัยทำงานอายุ 25–49 ปี มีอัตราการเสียชีวิตต่อประชากร 1 แสนคน สูงเป็นประวัติการณ์
สมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งไต้หวันวิเคราะห์ว่า แนวโน้มนี้เกี่ยวข้องกับ แรงกดดันจากงาน ภาวะเศรษฐกิจ และเหตุฉ้อโกงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพบางราย รู้สึกสิ้นหวังและตัดสินใจจบชีวิตตนเอง
เจิ้งสูซิน (鄭淑心) รักษาการผู้อำนวยการกองสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน กล่าวว่า ปัญหาการฆ่าตัวตายเป็น ความท้าทายใหญ่ของหลายประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ และออสเตรเลีย โดยในไต้หวัน อัตราการฆ่าตัวตายในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
เพื่อรับมือกับปัญหานี้ กระทรวงฯ จึงเปิดตัว “โครงการสนับสนุนสุขภาพจิตวัยทำงาน” เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และจนถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้ มีผู้เข้าร่วมแล้วกว่า 54,000 คน สะท้อนให้เห็นถึง “ความต้องการการดูแลทางจิตใจ” ในกลุ่มคนวัยทำงาน