Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568

องค์กรต่างประเทศกล่าวหานายจ้างในอุตสาหกรรมสิ่งทอปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติสูงถึง 6,000 USD.
องค์กรต่างประเทศกล่าวหานายจ้างในอุตสาหกรรมสิ่งทอปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติสูงถึง 6,000 USD.

1. ถึงคิวอุตสาหกรรมสิ่งทอ! ถูกองค์กรต่างประเทศกล่าวหาว่าปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวสูงถึง 6,000 USD. สภาตรวจสอบไต้หวันเปิดการสอบสวน

      หลังจากจักรยานแบรนด์ดังของไต้หวันถูกสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าผู้ประกอบการปล่อยปละละเลยให้บริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าหัวคิวที่แพง จนถึงขั้นแบนสินค้า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา สองกรรมการสภาตรวจสอบของไต้หวัน ได้แก่ จี้ฮุ่ยหรง และ หวังโย่วหลิง ได้เสนอให้เปิดการสอบสวนกรณีแรงงานต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของไต้หวัน ถูกองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนจากสหรัฐอเมริกาที่ชื่อว่า องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ (Transparentem) ซึ่งดำเนินการสำรวจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้และนำรายงานการตรวจสอบออกเผยแพร่ระบุว่า มีการละเมิดสิทธิแรงงานและการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว

องค์กรต่างประเทศกล่าวหานายจ้างในอุตสาหกรรมสิ่งทอปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติสูงถึง 6,000 USD. (ภาพจาก LTN)

      รายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศในหัวข้อ “การถอดเส้นใยแห่งความจริง : ปัญหาการแสวงหาประโยชน์แรงงานต่างชาติในอุตสาหกรรมสิ่งทอไต้หวัน” ได้อ้างอิงข้อมูลจากการสัมภาษณ์แรงงานต่างชาติกว่า 90 คน ซึ่งทำงานในบริษัทสิ่งทอและซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องในไต้หวัน ประกอบด้วยแรงงานเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย

องค์กรต่างประเทศกล่าวหานายจ้างในอุตสาหกรรมสิ่งทอปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติสูงถึง 6,000 USD. (ภาพจาก LTN)

      แรงงานที่ให้สัมภาษณ์เผยว่า เพื่อให้ได้มาทำงานในไต้หวัน พวกเขาต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานให้นายหน้าหรือบริษัทจัดหางานเป็นจำนวนสูงถึง 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงติดอันดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่นำเข้าแรงงานต่างชาติ รายงานยังพบหลักฐานหลายกรณีที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิตามหลักขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) รวมถึงพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการบังคับใช้แรงงาน ตามนิยามของ ILO ซึ่งการเข้าข่ายเพียงหนึ่งในเกณฑ์ก็ถือว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการบังคับใช้แรงงาน

องค์กรต่างประเทศกล่าวหานายจ้างในอุตสาหกรรมสิ่งทอปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติสูงถึง 6,000 USD. (ภาพจาก peoplemedia.tw)

      องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศระบุเพิ่มเติมในรายงานสำรวจว่า ภายหลังรายงานฉบับนี้เผยแพร่ ได้มีผู้ซื้อสินค้าหลายรายจากต่างประเทศออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไต้หวันเร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของแรงงานต่างชาติ โดยในเดือนกันยายน 2567 บริษัทแบรนด์เสื้อผ้ากว่า 50 แห่ง ได้ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้รัฐบาลไต้หวันดำเนินการปฏิรูปกฎหมายและนโยบายด้านแรงงาน จดหมายดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยสมาคมผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าแห่งอเมริกา (AAFA) และสมาคมแรงงานยุติธรรม (FLA) ซึ่งในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 32 แบรนด์ที่อาจมีความเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานกับบริษัทที่อยู่ในรายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ

นครเถาหยวนเป็นแหล่งอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สำคัญของไต้หวัน (ภาพจาก ctee.com.tw)

      นอกจากนี้ ในเดือนเดียวกัน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนกว่า 20 คน และองค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและต่างประเทศ ยังได้ร่วมกันออกข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไต้หวัน เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการเช่นเดียวกัน โดยเน้นให้คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของแรงงานต่างชาติและสร้างระบบการจ้างงานที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น

      จี้ฮุ่ยหรง และหวังโย่วหลิง 2 กรรมการสภาตรวจสอบระบุว่า จากรายงานดังกล่าวพบว่า ผู้ประกอบการสิ่งทอบางรายอาจมีพฤติกรรมละเมิดกฎหมายมาตรฐานแรงงาน และกฎหมายการจ้างงานของไต้หวัน จึงเห็นควรให้มีการตรวจสอบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสืบสวนถึงสาเหตุรากเหง้าของปัญหานี้แล้วหรือไม่ รวมทั้งกำหนดมาตรการกำกับดูแลอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีการบังคับใช้แรงงาน และการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานอีก

นครเถาหยวนเป็นแหล่งอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สำคัญของไต้หวัน (ภาพจาก smiletaiwan.cw.com.tw)

      ทั้งสองกรรมการยังย้ำว่า เรื่องนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานของแรงงานต่างชาติในอุตสาหกรรมสิ่งทอเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ระหว่างประเทศของไต้หวัน จึงจำเป็นต้องมีการสอบสวนอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยืนยันว่า ไต้หวันยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงานสากลอย่างแท้จริง

2. รมว. แรงงานไต้หวันชี้ ลูกจ้างลาป่วยไม่ควรถูกหักเบี้ยขยัน เตรียมออกมาตรการคุ้มครองสิทธิแรงงาน ไม่ให้ลูกจ้างลาป่วยอาจถูกปรับสูงสุด 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน

      จากกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินอีวีเอแอร์ (EVA Air) ล้มป่วยระหว่างปฏิบัติหน้าที่และเสียชีวิตหลังบินกลับถึงไต้หวัน ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วจารณ์ถึงปัญหาการทำงานล่วงเวลาเกินกำหนดและการไม่อนุญาตให้ลูกจ้างลาหยุดของสายการบินดังกล่าว โดยเฉพาะในปีนี้เพียงปีเดียว บริษัทถูกปรับรวมเกือบ 3 ล้านเหรียญไต้หวัน สมาชิกสภานิติบัญญัติหลายรายวิจารณ์ว่า บริษัทเพิกเฉยต่อกฎหมายแรงงานอย่างสิ้นเชิง

      ต่อประเด็นนี้ นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไต้หวัน กล่าวระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของสภานิติบัญญัติว่า การที่นายจ้างตัดเบี้ยขยันของลูกจ้างเพียงเพราะลาป่วย เป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล และไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่ากระทรวงแรงงานจะออกมาตรการคุ้มครองสิทธิของแรงงาน

นายหงเซินฮั่น รมว. กระทรวงแรงงาน (ภาพจาก udn.com)

      ปัจจุบัน แรงงานในไต้หวันลาหยุดงานยังมีการหักเบี้ยขยัน ยกเว้นการลาประเภทต่อไปนี้ ได้แก่ลาแต่งงาน ลาจัดพิธีศพ ลาป่วยจากการทำงาน ลาไปปฏิบัติหน้าที่ และลาป่วยจากการแท้งบุตร ที่นายจ้างไม่สามารถหักเบี้ยขยันได้ ส่วนการลาป่วยทั่วไปหรือลากิจส่วนตัว นายจ้างยังคงมีสิทธิ์หักเบี้ยขยันทั้งหมดได้ตามกฎหมาย เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่า เบี้ยขยันไม่ใช่ค่าจ้างประจำ แต่เป็นรางวัลสำหรับผู้ที่ทำงานโดยไม่ลา มีไว้เพื่อกระตุ้นให้พนักงานมาทำงานตรงเวลา ไม่ลาหรือเข้างานสาย เพื่อให้การบริหารจัดการบุคลากรง่ายขึ้น หากรัฐบาลแก้กฎนี้อาจก่อให้เกิดข้อถกเถียงใหม่ในอนาคต

สหภาพลูกเรือเถาหยวน และสหภาพแรงงานของ อีวีเอแอร์ ประท้วงบริษัทให้ทำงานล่วงเวลาเกินกำหนดและไม่อนุญาตให้ลูกจ้างลาหยุด (ภาพจาก udn.com)

      จวงอวี่เจี๋ย โฆษกของเว็บไซต์หางานหรือ Job Bank 1111 กล่าวว่า หลายบริษัทมองว่าเบี้ยขยันเป็นการให้รางวัลพิเศษ ไม่ใช่ค่าตอบแทนการทำงาน ดังนั้นหากพนักงานมาทำงานครบกำหนดเต็มเดือน จะได้รับโบนัสเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี นักวิชาการบางส่วนแสดงความกังวลว่า หากมีการปรับแก้กฎหมาย อาจทำให้นายจ้างบางรายยกเลิกเบี้ยขยันไปโดยสิ้นเชิง

      ในขณะที่กระทรวงแรงงานยืนยันว่า เบี้ยขยันคือส่วนหนึ่งของค่าจ้าง รมว. แรงงานระบุว่า ตามคำวินิจฉัยของศาลและการตีความของกระทรวงแรงงาน เบี้ยขยันถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง ดังนั้น การตัดเบี้ยขยันเพราะลูกจ้างที่ลาป่วย จึงไม่เป็นธรรมและเข้าข่ายละเมิดสิทธิแรงงาน หากนายจ้างปฏิเสธไม่ให้ลูกจ้างลาป่วยหรือกระทำผิดซ้ำซ้อน จะถูกลงโทษตามขนาดของสถานประกอบการและความร้ายแรงของกรณี โดยมีโทษปรับสูงสุดถึง 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน และกระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างศึกษาว่าควรแก้ไขกฎการลาหยุดโดยตรง หรือใช้แนวทางคล้ายกับประกาศปี 2558 ที่ระบุว่า ในกรณีลาคลอดหรือลาเลี้ยงดูบุตร แม้ลูกจ้างจะไม่ได้ทำงานครบเดือน แต่นายจ้างต้องจ่ายเบี้ยขยันตามสัดส่วนของวันที่มาปฏิบัติงาน รมว. กระทรวงแรงงานผู้นี้ระบุว่า จะอ้างอิงแนวทางเดียวกันกับกรณีลาป่วย กล่าวคือ เบี้ยขยันจะคำนวณตามสัดส่วนของวันลาป่วย ไม่ใช่ตัดทั้งเดือน

สหภาพลูกเรือเถาหยวน และสหภาพแรงงานของ อีวีเอแอร์ ประท้วงบริษัทให้ทำงานล่วงเวลาเกินกำหนดและไม่อนุญาตให้ลูกจ้างลาหยุด (ภาพจาก udn.com)

      ด้านสหภาพแรงงานและกลุ่มพิทักษ์สิทธิแรงงานออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัย โดยให้บรรจุสิทธิในการลาป่วย เป็นหนึ่งในสิทธิขั้นพื้นฐาน พร้อมกำหนดห้ามนายจ้างใช้การลาป่วยมาเป็นเหตุลดเบี้ยขยัน หักคะแนนประเมินของผลงาน หรือใช้เป็นเหตุลงโทษอื่นใด

สหภาพลูกเรือเถาหยวน และสหภาพแรงงานของ อีวีเอแอร์ ประท้วงบริษัทให้ทำงานล่วงเวลาเกินกำหนดและไม่อนุญาตให้ลูกจ้างลาหยุด (ภาพจาก udn.com)

      รมว. กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวทิ้งท้ายว่า การที่ลูกจ้างป่วยแต่ยังฝืนมาทำงาน ไม่ควรถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมเชิงบวกขององค์กร เพราะในมุมมองด้านสุขภาพและความปลอดภัยในที่ทำงาน นี่คือสิ่งที่ไม่ควรถูกส่งเสริมเชิงระบบ เขาย้ำว่า กระทรวงแรงงานจะประเมินสถานการณ์โดยรอบ เพื่อจัดทำมาตรการคุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างเป็นรูปธรรมในเร็ว ๆ นี้

3. จากผู้ช่วยกลายเป็นคู่แข่ง! แรงงานผิดกฎหมายเช่าที่ดินทำการเกษตรต้นทุนต่ำ แข่งขันแย่งอาชีพเกษตรกรท้องถิ่น เสี่ยงสารเคมีตกค้าง

           ปัญหาแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายนับวันรุนแรงขึ้น จากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2568 ยอดจำนวนแรงงานหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบสูงถึง 94,301 คน ในจำนวนนี้ 1 ใน 3 หรือ 60,360 คนเป็นแรงงานเวียดนาม แรงงานผิดกฎหมายเหล่านี้หลังหลบหนีไปแล้ว จะกระจายไปรับจ้างทำงานตามสถานที่ต่าง ๆ และมีจำนวนมากที่ไปรับจ้างทำงานตามสวนและไร่นา สาเหตุเพราะภาคการเกษตรขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม แรงงานผิดกฎหมายจากที่เคยเป็นผู้รับจ้างทำงานผิดกฎหมายในภาคการเกษตร กำลังกลายเป็นคู่แข่งแย่งอาชีพเกษตรกรท้องถิ่น เนื่องจากมีแรงงานผิดกฎหมายจำนวนหนึ่งลักลอบเช่าพื้นที่เพาะปลูกพืชผักเอง ผลิตสินค้าเกษตรในต้นทุนต่ำ ใช้สารเคมีโดยไม่มีการควบคุม และจำหน่ายผลผลิตในราคาถูกกว่าตลาด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรท้องถิ่น จนสมาชิกสภานิติบัญญัติวิพากษ์ว่า “แรงงานที่เคยเป็นผู้ช่วยเกษตรกร กลับกลายเป็นคู่แข่งแย่งอาชีพ”

           จางเจียจวิน สมาชิกสภานิติบัญญัติจากเมืองหยุนหลิน เปิดเผยระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ สภานิติบัญญัติ ซึ่งเชิญนายเฉินจวิ้นจี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเข้าร่วมชี้แจงว่า ปัจจุบันมีแรงงานต่างชาติที่หลบหนีจากนายจ้างจำนวนมากลักลอบเช่าที่ดินทำสวนหรือปลูกผัก แรงงานผิดกฎหมายเหล่านี้จะหาคนงานที่เป็นคนบ้านเดียวกันและเป็นแรงงานผิดกฎหมายเช่นกัน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าปกติ อีกทั้งมีการใช้สารเคมีเร่งการเติบโตหรือยาฆ่าแมลงโดยไม่มีการควบคุม ทำให้สินค้ามีความเสี่ยงต่อสารเคมีตกค้าง และยังจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดอย่างมาก สมาชิกสภานิติบัญญัติจากเมืองหยุนหลินกล่าวว่า “สถานการณ์เช่นนี้เป็นภัยต่อเกษตรกรชาวไต้หวันโดยตรง เพราะเกษตรกรที่ปฏิบัติตามกฎหมายไม่สามารถแข่งขันกับแรงงานผิดกฎหมายที่ต้นทุนต่ำได้ รัฐบาลจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติที่ถูกกฎหมาย เพื่อควบคุมและปราบปรามแรงงานผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ”

2 แรงงานผิดกฎหมายอินโดนีเซียกำลังจัดหน่อไม้สดที่เพิ่งตัด (Cr: www.newsmarket.com.tw/blog/218251/)

           ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรยอมรับว่า ปัญหาแรงงานหลบหนีถือเป็น “พื้นที่สีเทา” ในระบบแรงงานไต้หวัน และแรงงานเหล่านี้ได้กลายเป็นแรงงานสำคัญในภาคการเกษตรระดับรากหญ้ามานาน เนื่องจากภาคเกษตรยังคงขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ถึงแม้แรงงานที่หลบหนีจะมีความเสี่ยงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับกุมและส่งกลับประเทศต้นทาง แต่ความต้องการแรงงานในภาคเกษตรยังคงผลักดันให้ปรากฏการณ์นี้ดำรงอยู่ เฉินจวิ้นจี้กล่าวต่อที่ประชุมว่า กระทรวงเกษตรจะดำเนินการตรวจสอบและติดตามสถานการณ์แรงงานหลบหนีให้รัดกุมยิ่งขึ้น พร้อมระบุว่า โควตาแรงงานต่างชาติภาคเกษตรของไต้หวันได้ขยายเพิ่มจาก 12,000 คนเป็น 20,000 คน ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ชนบท

ภาคการเกษตรขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ทำให้มีการว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมาก  (ภาพจาก www.agriharvest.tw)

           นอกจากนี้ ยังมีการปรับขอบเขตของกิจการที่สามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้เพิ่มเติม เช่น ฟาร์มเพาะถั่วงอก พื้นที่ปลูกหญ้า สนามหญ้า ฟาร์มเพาะเห็ดเพื่อบริโภคและการเพาะกล้าข้าว ซึ่งเป็นการขยายประเภทอุตสาหกรรมทางเกษตรที่สามารถยื่นขอแรงงานต่างชาติได้ โดยเกษตรกรรายย่อยที่มีแรงงานไม่เกิน 10 คน ก็สามารถยื่นขอจ้างแรงงานต่างชาติได้ในอัตราส่วนแรงงานท้องถิ่นต่อแรงงานต่างชาติ 1 ต่อ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกล่าวเพิ่มเติมว่า หากในอนาคตยังมีความต้องการแรงงานเพิ่มเติม กระทรวงเกษตรพร้อมหารือกับกระทรวงแรงงานเพื่อพิจารณาการเพิ่มโควตาแรงงานเกษตรอีกครั้ง รวมถึงการผ่อนคลายข้อจำกัดบางประการ เพื่อให้เกษตรกรไต้หวันสามารถเข้าถึงแรงงานต่างชาติที่ถูกกฎหมายได้มากขึ้น

จับนายหน้าเถือนและนายจ้าง รวมถึงแรงงานผิดกฎหมายกลางสวนจำนวน 15 คน (ภาพจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน)

              ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากกองแรงงานและเยาวชน เมืองหยุนหลินเปิดเผยว่า ณ เดือนสิงหาคมปีนี้ แรงงานต่างชาติในเมืองหยุนหลินมีจำนวนทั้งหมด 21,016 คน แบ่งเป็นแรงงานอุตสาหกรรม 12,836 คน และแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม 8,180 คน การขยายโควตาแรงงานภาคเกษตรถูกมองว่าเป็นมาตรการระยะยาวในการลดแรงกดดันจากปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย และสร้างระบบแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น แต่ในระยะสั้น ปัญหาการลักลอบทำการเกษตรของแรงงานต่างชาติหลบหนี ยังคงเป็นความท้าทายที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข ทั้งในด้านกฎหมาย การตรวจสอบการใช้สารเคมี และการคุ้มครองความเป็นธรรมของเกษตรกรท้องถิ่น

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解