Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 11 พ.ย.2568

เกาลัดสีทอง ที่สวนเกาลัดตระกูลหลิน(photo:Taiwan Homemakers United Consumers)
เกาลัดสีทอง ที่สวนเกาลัดตระกูลหลิน(photo:Taiwan Homemakers United Consumers)

     คุณรู้ไหมว่าไต้หวันก็ปลูกเกาลัดได้ด้วย? “สวนเกาลัดตระกูลหลิน” ที่ตำบลจงผู่ เมืองเจียอี้ คือแหล่งปลูกเกาลัดละติจูดต่ำที่สุดในโลก สืบทอดกันมาถึงรุ่นที่สามตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน เกาลัดที่นี่มีเนื้อละเอียด นุ่มแน่น หอมหวานกลมกล่อมจนชนะเกาลัดนำเข้า ซึ่งในไต้หวัน วัตถุดิบเกาลัดที่ใช้ในอุตสาหกรรมขนมหวานส่วนใหญ่มักมาจากต่างประเทศ เพราะต้นทุนต่ำกว่า แต่ร้านที่พิถีพิถันยังคงเลือกใช้ “เกาลัดไต้หวันแท้” ที่มีสีสวย เนื้อนุ่ม กลิ่นหอม และรสหวานธรรมชาติไม่เหมือนใคร

เปลือกหนามเกาลัดแยกเป็นสี่แฉก แสดงว่าเกาลัดสุก พร้อมเก็บเกี่ยวได้แล้ว(photo:agriharvest)

     หลินจื้อเสียน (林志賢) ทายาทรุ่นที่สามแห่งสวนเกาลัดตระกูลหลิน ร่วมกับบิดา หลินเต๋อยวน (林德淵) ดูแลสวนด้วยความรักและผูกพันต่อผืนดิน สวนแห่งนี้มีจุดเริ่มต้นจากทวด “หลินฉางเฉิง” (林長成) ผู้บุกเบิกการปลูกเกาลัดในพื้นที่หยุนสุ่ย โดยนำเมล็ดพันธุ์จากเทือกเขาอาลีซานมาปลูกตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาและแบ่งปันพันธุ์ให้ชาวบ้าน จนกลายเป็น “เกาลัดสีทองแห่งจงผู่” อันเลื่องชื่อในวันนี้ แม้ต้องเผชิญพายุที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตอยู่บ่อยครั้ง แต่ครอบครัวหลินก็ยังคงยืนหยัดดูแลสวนด้วยหัวใจแห่งศรัทธา จน “เกาลัดสีทองแห่งจงผู่” กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิของไต้หวัน

เกาลัดไม่เพียงเหมาะกับของหวานอย่าง “ซุปเกาลัดใส่นม” แต่ยังปรุงเป็นอาหารคาวได้หลากหลาย เช่น “ข้าวเกาลัด” หรือ “หมูตุ๋นเกาลัด” สำหรับหลินจื้อเสียน ทายาทรุ่นที่สามของสวนเกาลัดตระกูลหลิน การทำสวนคือการสานต่อคำสัญญาของบรรพบุรุษให้เกาลัดยังคงเบ่งบานบนผืนดินนี้ และหลังจากที่เขาเรียนด้านอาหาร เขาก็มุ่งพัฒนา “ผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานจากเกาลัด” เพื่อยืดอายุผลผลิตท้องถิ่น แม้ยังถ่ายทอดกลิ่นและรสเฉพาะตัวได้ไม่หมด แต่เขายังคงมุ่งมั่นให้ “เกาลัดไต้หวัน” กลายเป็นรสชาติที่โลกจดจำ

ผลเกาลัดที่มีหนามแหลม (ซ้าย) และดอกเกาลัดยาวเป็นพู่ (ขวา)

ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวเกาลัดราวสองเดือนครึ่ง สวนเกาลัดตระกูลหลินผลิตได้กว่า 5,000 ชั่ง (ราว 3 ตัน) ทุกขั้นตอนตั้งแต่เก็บ แกะ คัด บรรจุ จนถึงจัดส่งล้วนใช้แรงคนล้วน ๆ ทำให้ต้องจ้างแรงงานเพิ่มอีก 3–4 คน และเดิมทีการขายต้องโทรหาลูกค้าประจำทีละราย ก่อนจะปรับเป็นการขายตรงให้สหกรณ์ เพื่อให้คุณหลินเต๋อยวนมีเวลามุ่งผลิตมากขึ้น ภายหลังเมื่อหลินจื้อเสียนเข้ามาช่วย เขาได้ปรับระบบสั่งซื้อเป็นแบบออนไลน์ ทำให้ลูกค้าสะดวกและเข้าถึงง่ายขึ้น อีกทั้งสวนยังเคยได้รับเกียรติจากนายกเทศมนตรีเมืองคาซามะ ประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาเยี่ยมชมด้วยตนเอง

สวนเกาลัดตระกูลหลินเพาะพันธุ์กล้าไม้เองด้วยวิธี “เพาะเมล็ดลงดินโดยตรง” เพื่อให้รากเติบโตได้เต็มที่ ต่างจากการเพาะในกระถางที่รากจำกัดพื้นที่ เมื่อกล้าอายุราวหนึ่งปีจึง “เสียบยอด” กิ่งพันธุ์ดีลงบนต้นกล้าแข็งแรง และล้างดินที่รากออกก่อนปลูกเพื่อให้รากแผ่กระจายได้ดี ต้นที่เพาะแบบนี้จะออกดอกภายในปีเดียว แต่สองปีแรกต้องเด็ดยอดดอกออกเพื่อบำรุงต้นให้แข็งแรงก่อนให้ผล แม้สามารถขยายพันธุ์ด้วยการปักชำได้ แต่คุณหลินเต๋อยวนไม่เลือกใช้ เพราะรากจะตื้นและอ่อนแอ ทำให้คุณภาพผลลดลง ต้นเกาลัดสามารถสูงได้ถึง 20 เมตรหากไม่ตัดแต่ง เกษตรกรจึงต้องจัดทรงต้นให้โปร่ง เตี้ย และรับแสงทั่วถึง เพื่อสะดวกต่อการดูแลและเก็บเกี่ยว

หลังฤดูเก็บเกี่ยวปลายตุลาคม ต้นจะผลัดใบพักตัว ก่อนแตกยอดใหม่ในกุมภาพันธ์ ออกดอกช่วงมีนาคม–เมษายน และให้ผลพร้อมเก็บเกี่ยวในเดือนสิงหาคม โดยต้องใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช และพ่นยาป้องกันศัตรูพืชเป็นระยะ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีที่สุด

กิ่งใบในสวนเกาลัดถูกแสงแดดสาดส่อง ราวภาพย่อของสามรุ่นครอบครัวหลิน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解