1. ระบบประกันสุขภาพของไต้หวัน ครอบคลุมประชากร 99% ได้รับการยอมรับว่าเป็นแบบอย่างของความเท่าเทียมและประสิทธิภาพทางการแพทย์มาตรฐานโลก
ไต้หวันได้รับการยกย่องจากนานาประเทศว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบประกันสุขภาพดีที่สุดในโลก ด้วยระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ (National Health Insurance) หรือ NHI ที่ครอบคลุมประชากรเกือบทั้งหมดอย่างทั่วถึง ทั้งยังบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืน จนกลายเป็นแบบอย่างของระบบสาธารณสุขที่หลายประเทศต้องการศึกษาและนำไปปรับใช้

โลโก้ระบบประกันสุขภาพของไต้หวัน (ภาพจาก CNA)
ไต้หวันเริ่มใช้ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ด้วยแนวคิดพื้นฐานว่า สุขภาพคือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน ไม่ใช่สิ่งที่มีเฉพาะสำหรับผู้มีรายได้ ระบบนี้จึงบังคับให้ประชาชนทุกคน รวมถึงชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ต้องอยู่ในระบบประกันสุขภาพเดียวกันทั้งหมด ปัจจุบันมีอัตราการครอบคลุมกว่า 99% ของประชากร ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในโลก ด้วยระบบการจัดเก็บเบี้ยประกันตามรายได้ รัฐบาลเป็นผู้ดูแลกองทุนกลางเพียงหนึ่งเดียว ทำให้สามารถบริหารทรัพยากรได้อย่างเท่าเทียม ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำทางการรักษา ไม่ว่าผู้ป่วยจะเป็นแรงงานต่างชาติ แรงงานที่ทำงานรายวัน ข้าราชการ หรือผู้สูงอายุ ต่างได้รับสิทธิการรักษาในมาตรฐานเดียวกัน

ตัวอย่างบัตรประกันสุขภาพอัจฉริยะของไต้หวัน (ภาพจากสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ NHI)
เทคโนโลยีบัตรสุขภาพอัจฉริยะ ยกระดับบริการสาธารณสุข
หัวใจสำคัญของระบบ NHI คือ บัตรประกันสุขภาพอัจฉริยะ (NHI Smart Card) ซึ่งบันทึกข้อมูลการรักษาพยาบาล ประวัติการจ่ายยา และสิทธิประกันสุขภาพของผู้ถือบัตรไว้ในระบบดิจิทัลครบถ้วน และถูกเก็บในระบบคลาวด์ แพทย์ทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ทันทีเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ช่วยลดขั้นตอนทางเอกสาร ป้องกันความผิดพลาดในการจ่ายยา และทำให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำยิ่งขึ้น ระบบบัตรสุขภาพนี้ยังเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลระดับชาติ ทำให้รัฐบาลสามารถติดตามภาวะโรค ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข และแนวโน้มทางระบาดวิทยาได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไต้หวันสามารถจัดการสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
คุณภาพสูงในราคาย่อมเยา
แม้จะมีคุณภาพการรักษาในระดับประเทศพัฒนาแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของไต้หวันกลับต่ำกว่าหลายประเทศอย่างมาก โดยค่าเบี้ยประกันสุขภาพเฉลี่ยเพียงไม่ถึง 5% ของรายได้ส่วนบุคคล และสำหรับผู้ใช้แรงงาน นายจ้างจะรับผิดชอบ 60% ลูกจ้างรับผิดชอบ 30% รัฐบาลสมทบให้ 10% ขณะที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้ารับการรักษาได้ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนโดยใช้บัตรประกันสุขภาพใบเดียว ตัวอย่างเช่น การพบแพทย์ทั่วไปมีค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่ร้อยเหรียญไต้หวัน ส่วนการผ่าตัดหรือการรักษาโรคเรื้อรัง รัฐจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อยยังได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมบางส่วน ทำให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างเท่าเทียม

ระบบประกันสุขภาพของไต้หวันมีคุณภาพการรักษาระดับมาตรฐานโลก แต่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของไต้หวันกลับต่ำกว่าหลายประเทศอย่างมาก (ภาพจาก newslab.pts.org.tw)
เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และไม่ซับซ้อน
ระบบประกันสุขภาพของไต้หวันเปิดกว้างให้ผู้ป่วยสามารถเลือกสถานพยาบาลได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการส่งต่อหลายชั้นเหมือนในบางประเทศ โรงพยาบาลและคลินิกในเครือข่ายกว่า 90% ของประเทศอยู่ในระบบเดียวกัน ผู้ป่วยจึงสามารถเข้ารับบริการได้อย่างสะดวกภายในเวลาอันสั้น
การบริหารโปร่งใสและใช้ข้อมูลขับเคลื่อน
สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ ใช้ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในการบริหารจัดการงบประมาณ ตรวจสอบการเบิกจ่าย และวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้บริการทางการแพทย์ของประชาชนอย่างละเอียด ระบบนี้ช่วยลดการทุจริตและควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลาย ขณะเดียวกันยังใช้ข้อมูลจริงในการปรับนโยบายด้านสุขภาพให้ทันต่อสถานการณ์

ระบบประกันสุขภาพของไต้หวันมีคุณภาพการรักษาระดับมาตรฐานโลก แต่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของไต้หวันกลับต่ำกว่าหลายประเทศอย่างมาก
ได้รับการยอมรับเป็นแบบอย่างระดับโลก
องค์การอนามัยโลก (WHO) และสถาบันวิจัยนานาชาติหลายแห่ง เช่น The Commonwealth Fund และ The Economist Intelligence Unit ต่างยกย่องระบบประกันสุขภาพของไต้หวันว่า เป็นแบบอย่างของการบริหารสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุดในโลก เพราะสามารถผสมผสานระหว่างความเท่าเทียมทางสังคมกับคุณภาพการบริการระดับสูงได้อย่างลงตัว
ระบบประกันสุขภาพของไต้หวันคือผลลัพธ์ของแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของคนทั้งเกาะ มากกว่ากำไรของระบบ รัฐบาลสามารถสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพทางการเงินและความเป็นธรรมทางสังคมได้อย่างน่าชื่นชม จึงไม่น่าแปลกที่ไต้หวันจะได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบสาธารณสุขดีที่สุดในโลก และเป็นระบบประกันสุขภาพที่ให้ความมั่นใจแก่ประชาชนทุกคนว่า ไม่ว่าคุณเป็นใคร สุขภาพของคุณคือสิ่งที่รัฐจะดูแลอย่างเท่าเทียม

ระบบประกันสุขภาพของไต้หวันมีคุณภาพการรักษาระดับมาตรฐานโลก แต่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของไต้หวันกลับต่ำกว่าหลายประเทศอย่างมาก
ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการประกันสุขภาพของไต้หวัน
ชาวไต้หวันทุกคน รวมถึงแรงงานต่างชาติและชาวต่างชาติ ต้องเข้าระบบประกันสุขภาพ ซึ่งจะได้รับบัตรประกันสุขภาพแบบดิจิทัลฝังชิป เมื่อไปรับการรักษาที่คลินิกหรือสถานพยาบาล ผู้ป่วยต้องจ่ายค่าธรรมเนียมลงทะเบียน ตั้งแต่ 150-500 เหรียญไต้หวัน ตามแต่ขนาดของสถานพยาบาล ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายด้านการบริหารที่สถานพยาบาล ไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุมอยู่ในสิทธิประโยชน์ของระบบประกันสุขภาพ วัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของคลินิกหรือโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการ อุปกรณ์ หรือบุคลากร นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังจะร่วมจ่ายบางส่วน เช่น ค่าตรวจรักษาหรือค่าวินิจฉัยโรค ค่ายาในบางประเภท แต่เป็นจำนวนไม่มาก ที่เหลือทางสถานพยาบาลจะเบิกจากสำนักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ระบบแผนที่สถานพยาบาลที่กรมพัฒนากำลังแรงงานจัดทำขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกแรงงานต่างชาติ เปิดค้นหาดูได้จากกลุ่มไลน์ 1955
โรคอาการไม่รุนแรง อาจไม่ค่อยรู้สึก แต่หากเป็นโรคร้ายแรงจะรู้สึกได้ถึงประโยชน์ของระบบประกันสุขภาพว่าดีมาก ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสูงอย่างเท่าเทียมกัน ด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่มาก ไม่ต้องรอนาน และไม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนซับซ้อน และบัตรสุขภาพของไต้หวันฝังชิป สามารถเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยจากคลาวด์ ทำให้แพทย์สามารถเข้าถึงประวัติการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา จึงได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ในระบบประกันสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก
กล่าวโดยสรุป ผู้ป่วยในไต้หวันจ่ายเพียงค่าธรรมเนียมเล็กน้อยและค่าร่วมจ่ายบางส่วน สำหรับค่าใช้จ่ายหลักในการรักษาพยาบาล ระบบประกันสุขภาพจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
2. อย่าลืมสิทธิ์! กองทุนประกันสุขภาพไต้หวันส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปาก ให้สิทธิ์ขูดหินปูนทุก 6 เดือน เสียเฉพาะค่าลงทะเบียน 100-250 เหรียญ
ระบบประกันสุขภาพของไต้หวันเป็นระบบประกันบังคับ ชาวไต้หวันทุกคนต้องเอาประกัน ชาวต่างชาติที่อยู่ในไต้หวันเกิน 6 เดือนต้องเอาประกันสุขภาพ แน่นอนแรงงานต่างชาติ รวมทั้งตำแหน่งผู้อนุบาล นายจ้างต้องเอาประกันให้ตั้งแต่วันแรกที่เดินทางถึงไต้หวัน เมื่อเจ็บป่วย จะได้รับการรักษาพยาบาลในมาตรฐานเดียวกันกับคนท้องถิ่น

การเข้าเป็นสมาชิกกองทุนประกันสุขภาพ จะต้องเสียเบี้ยประกันในอัตรา 5.17% ของเงินเดือนที่เข้าประกัน ซึ่งแรงงานต่างชาติส่วนใหญ่จะอิงกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 28,590 เหรียญ อัตราเบี้ยประกันแต่ละเดือน 2,058 เหรียญต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คน ในจำนวนนี้ นายจ้างรับผิดชอบมากที่สุด 1,384 เหรียญ ลูกจ้างรับผิดชอบ 30% หรือ 443 เหรียญและรัฐบาลไต้หวันจ่ายสมทบให้อีก 10% หรือ 231 เหรียญ
ในไต้หวันมีโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญาของระบบประกันสุขภาพประมาณ 500 แห่ง คลินิกกว่า 20,000 แห่ง แพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ในสถานพยาบาลกว่า 330,000 คน กล่าวได้ว่า สถานพยาบาลมีจำนวนมากและหนาแน่นกว่าร้านสะดวกซื้อเสียอีก การรักษาพยาบาลจึงเป็นเรื่องง่ายและสะดวก แม้ลูกจ้างจะเสียเดือนละ 443 เหรียญ แต่เมื่อเจ็บป่วยอาการหนัก ไม่ต้องแบกรับภาระมากนัก จัดเป็น 1 ในระบบที่ดีที่สุดในโลก ที่สำคัญ ไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ได้รับการดูแลเยียวยามาตรฐานเดียวกันหมด

ก่อนทำการขูดหินปูนตามซอกฟัน ทางคลินิกจะสแกนช่องปากโดยให้เข้าเครื่องเอกซเรย์ฟัน (ภาพจาก drkuo.com.tw)
นอกจากการรักษาพยาบาลแล้ว หลายคนอาจไม่รู้ว่า ระบบประกันสุขภาพของไต้หวันยังมีสวัสดิการดี ๆ หลายอย่าง ที่แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ไม่รู้และไม่ได้ไปใช้บริการ อยากนำมาแนะนำคือ การขูดคราบหินปูนตามซอกฟัน ถ้าอยู่ในเมืองไทย สนนราคาการขูดหินปูนจะอยู่ที่ประมาณ 800-2,000 บาทต่อครั้ง ไม่ถูกนะครับ แต่แรงงานต่างชาติในไต้หวันได้รับสิทธิ์เช่นเดียวกับคนท้องถิ่น ขูดหินปูนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในทุก 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้ง เพียงแค่เสียค่าลงทะเบียนครั้งละ 100-250 เหรียญ ตามแต่ค่าลงทะเบียนของสถานพยาบาลหรือคลินิกแต่ละแห่ง

ระบบประกันสุขภาพของไต้หวันมีสวัสดิการดี ๆ หลายอย่าง แรงงานไทยหลายคนอาจไม่รู้และไม่ได้ไปใช้บริการ ที่อยากแนะนำคือ การขูดคราบหินปูนตามซอกฟันฟรี 6 เดือนต่อครั้ง
ทำไมถึงต้องขูดหินปูน? เนื่องจากการแปรงฟันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถกำจัดหินปูนที่อยู่ตามซอกฟันได้อย่างสะอาด หากปล่อยไว้นานโดยไม่กำจัดออกไป จะทำให้สุขภาพเหงือกอ่อนแอ ทำเกิดปัญหาฟันต่าง ๆ ตามมาเช่น เหงือกอักเสบ ฟันผุ มีกลิ่นปาก ฯลฯ แพทย์แนะนำต้องขูดหินปูนกัน 6 เดือนต่อครั้ง เพื่อให้ฟันสวยสะอาด ช่วยให้ฟันแข็งแรง ไม่ปวดฟัน สุขภาพในช่องปากดีขึ้น ลดความเสี่ยงจากหลายโรคและช่วยให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น

ผู้มีบัตรประกันสุขภาพ ขูดหินปูนในซอกฟันจากคลินิกทันตกรรมได้ในทุก 6 เดือน เสียเฉพาะค่าลงทะเบียน (ภาพจาก best-doctor.com.tw)
จึงควรไปใช้บริการขูดหินปูน คนไต้หวันให้ความสำคัญและไปใช้สิทธิ์นี้กันมาก ดังนั้น แม้ว่าจะมีคลินิกทันกรรมมากมาย แต่ส่วนใหญ่เต็มต้องนัดล่วงหน้า จะเดินเข้าไปหาหมอฟันเพื่อขูดหินปูนในวันนั้นเลย ทำได้ยาก แนะนำว่าครั้งแรก ขอให้ล่ามหรือเพื่อนคนไต้หวันพาไป ไม่ต้องไปไกล เอาคลินิกที่อยู่ใกล้กับโรงงานหรือที่เราไปสะดวกนั่นแหละ เมื่อถึงเวลานัดหมาย พกบัตรประกันสุขภาพ จ่ายค่าลงทะเบียน พยาบาลจะพาเข้าไปในห้องเอกซเรย์ช่องปาก เพื่อถ่ายสภาพฟันและช่องปากของเราให้ขึ้นหน้าจอคอมพิวเตอร์ จากนั้นแพทย์จะขูดหินปูนและเคลือบฟลูออไรด์ หากฟันผุจะช่วยอุดให้ เมื่อเสร็จแล้ว พยาบาลจะช่วยนัดหมายเวลาที่เราสะดวกจะมารับการขูดหินปูนครั้งต่อไปในอีก 6 เดือนข้างหน้า ก่อนถึงกำหนด 1 วัน คลินิกจะส่งข้อความสั้นหรือโทรมือถือเตือนเราว่า ต้องไปรับการขูดหินปูนในวันถัดไป