เมื่อไม่นานมานี้ รายการเรียลลิตี้ที่มีชื่อว่า 《中文怪物》 (Chinese Monster) ซึ่งสร้างและกำกับโดยยูทูบเบอร์ชาวฝรั่งเศส “Ku’s Dream” (酷的夢) กำลังกลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดียในไต้หวัน รายการนี้เชิญชาวต่างชาติ 100 คนที่ทำงานหรือใช้ชีวิตอยู่ในไต้หวัน มาแข่งขันทักษะภาษาจีนผ่านด่านต่าง ๆ ด้วยคุณภาพการผลิตที่เทียบเท่าระดับ Netflix ออกแบบเกมที่ตื่นเต้น การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และปฏิกิริยาที่เป็นธรรมชาติและจริงใจของผู้เข้าแข่งขัน ทำให้หลังจากตอนแรกออกอากาศเพียงแค่สองวัน ก็มียอดรับชมทะลุ 2.4 ล้านวิว รายการนี้มีอะไรน่าสนใจ ทำไมเวทีที่มี “ชาวต่างชาติ” เป็นตัวเอก กลับกลายเป็นไวรัลสุดฮิตได้ขนาดนี้ ? รายการนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจอะไร เรามาร่วมไขข้อสงสัยไปด้วยกันค่ะ
จุดเด่นของรายการ Chinese Monster
จุดเด่นที่ 1: โปรเจกต์ใหม่ล่าสุดจากยูทูบเบอร์ล้านซับ “Ku’s Dream”
รายการ 《中文怪物》 (Chinese Monster) เป็นผลงานวางแผนและสร้างสรรค์โดยยูทูบเบอร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ 酷的夢 / Ku’s Dream ซึ่งเปิดช่อง YouTube มาตั้งแต่ปี 2017 ในช่วงแรก เขาทำคลิปสั้น ๆ เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไต้หวันกับฝรั่งเศส เช่น พาครอบครัวและเพื่อนชาวฝรั่งเศสมาชิมอาหารเช้าแบบไต้หวัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบไต้หวัน และอาหารในตลาดกลางคืน เป็นต้นด้วยสไตล์การนำเสนอที่ร่าเริงเป็นธรรมชาติ และปฏิสัมพันธ์ที่จริงใจระหว่างเขากับเพื่อนชาวฝรั่งเศส ทำให้ช่องของเขาได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมียอดผู้ติดตามทะลุ 2 ล้านคนแล้ว Ku’s Dream หวังว่าผลงานของเขา จะทำให้ชาวต่างชาติมากขึ้นหลงใหลในภาษาจีนและชื่นชอบไต้หวันมากขึ้น ขณะเดียวกันก็อยากให้ชาวไต้หวันรู้สึกเชื่อมโยงและเข้าถึงประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาจีนจากมุมมองของชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน
จุดเด่นที่ 2: มีผู้ประกาศข่าวชื่อดังอย่าง เสิ่นชุนหัว (沈春華) ยูทูบเบอร์ชื่อดังเจิงป๋อเอิน (曾博恩) และหวงต้าเจียน (黃大謙) ร่วมเป็นกรรมการ
Ku ได้เตรียมโปรเจกต์ใหญ่รายการ Chinese Monster มานานถึงหนึ่งปี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวต่างชาติที่เรียนภาษาจีน และมอบความบันเทิงให้กับผู้ชมมาก รายการนี้เชิญชาวต่างชาติ 100 คนที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน มาร่วมแข่งขันผ่านด่านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทักษะภาษาจีน พร้อมเชิญคณะกรรมการชื่อดังมาร่วมตัดสิน ได้แก่ ผู้ประกาศข่าวชื่อดังเสิ่นชุนหัว (沈春華) ยูทูบเบอร์ชื่อดังเจิงป๋อเอิน (曾博恩) และหวงต้าเจียน (黃大謙) รวมถึง Bonnie (寶尼) นักบำบัดภาษา มาร่วมตัดสินผลการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องฝ่าด่านต่าง ๆ ไปทีละด่าน และผู้ที่คว้าแชมป์ด่านสุดท้ายจะได้รับรางวัลเงินสดมูลค่า 300,000 เหรียญไต้หวัน

วริตา อุดมวรกุลชัย หรือ Emmy Huang นักแสดงหญิงชาวไทยที่ได้รับรางวัล Golden Bell Awards ครั้งที่ 60 สาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากผลงานการแสดงในมินิซีรีส์ไต้หวันเรื่อง 《樹冠羞避》 (Tree Crown Shyness) (ภาพจาก ช่องยูทูปเบอร์ Ku’s Dream)
จุดเด่นที่ 3 : ชาวต่างชาติ 100 คนจากหลายประเทศทั่วโลกที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน ประชันความสามารถภาษาจีน
ผู้เข้าร่วมรายการ Chinese Monster มาจากหลายประเทศทั่วโลก บุคคลที่ได้รับความสนใจในจำนวนนี้คือ เช่น Maria Abe (阿部瑪利亞), ฟูจิอิ มายุ, มิกิ ฟุรุจากญี่ปุ่น คิม บยองซู, อึน โตอี จากเกาหลีใต้; เนลลี่, Anna จากฝรั่งเศส ยังมี Tristan H. 崔璀璨 จากสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในผู้จัดรายการภาคภาษาอังกฤษของสถานีวิทยุอาร์ทีไอ ผู้เข้าร่วมเหล่านี้เป็น YouTuber หรือคนดังจากประเทศต่าง ๆ ไม่เพียงแต่มีทักษะทางภาษาที่โดดเด่นเท่านั้น แต่ปฏิสัมพันธ์ในรายการ Chinese Monster ยังทำให้เราได้เห็นความเข้าใจในภาษาจีนจากภูมิหลังที่แตกต่างกันของผู้คนที่มาจากหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งส่งให้รายการนี้สนุก และเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดผู้เข้าชมมากขึ้น
จุดเด่นที่ 4: การผลิตระดับสากล
Ku มักจะชอบนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ บวกกับโปรดักชั่นระดับสูง ในครั้งนี้รายการ Chinese Monster ใช้งบประมาณสูงถึง 5 ล้านเหรียญไต้หวัน ตั้งแต่การสร้างสตูดิโอ การออกแบบฉาก การทำเอฟเฟกต์หลังถ่ายทำ ไปจนถึงจังหวะการตัดต่อ ใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน นอกจากนี้ยังใช้กล้องหลายตัวและจอมอนิเตอร์หลายจอ เพื่อให้ผู้ชมสามารถรับชมปฏิกิริยาของผู้เข้าร่วม 100 คนได้แบบไม่มีสะดุด คุณภาพการถ่ายทอดตลอดรายการยังได้รับคำชมจากชาวเน็ตว่า เทียบเท่ารายการเรียลลิตี้โชว์ของ Netflix อีกด้วย
จุดเด่นที่ 5: ชาวไต้หวันก็เรียนภาษาจีนได้
รายการ Chinese Monster ทดสอบผู้เข้าแข่งขันจากหลายทักษะ ตั้งแต่ การออกเสียง發音 เสียงวรรณยุกต์ 聲調 การจดจำตัวอักษร 認字 อย่างเช่น ตอนที่หนึ่ง เป็นเกม“ทดสอบเสียงวรรณยุกต์” (聲調考驗) ให้ผู้เข้าร่วมเขียนเครื่องหมายเสียงวรรณยุกต์ภาษาจีนให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด คำถามเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นมืออาชีพ แต่ยังใกล้เคียงกับประโยคในชีวิตประจำวัน แม้แต่ชาวไต้หวันหลายคนที่เคยชินกับการใช้ภาษาจีนปนภาษาไถอวี่ พอมาเจอคำศัพท์ หรือเสียงวรรณยุกต์ภาษาจีนกลาง หรือภาษาแมนดาริน บางทีก็เป๋ ตอบผิดตอบถูกเหมือนกัน ซึ่งรายการนี้ ทำให้ชาวไต้หวันเองก็รู้สนุกไปด้วย ที่ได้กลับมาทบทวนภาษาจีนของตัวเอง

รายการ Chinese Monster มียอดวิวทะลุ 2 ล้านวิวภายในสองวันหลังออกฉายตอนแรก ! (ภากจาก ช่องยูทูปเบอร์ Ku’s Dream)
มาดูตอนต่างๆ ของรายการ Chinese Monster กัน
EP แรก เปิดตัวด้วยด่าน “ทดสอบเสียงวรรณยุกต์” ผู้เข้าร่วม 100 คนจากต่างประเทศได้ปรากฏตัวครั้งแรกพร้อมกัน รายการเริ่มด้วยการแนะนำรายชื่อผู้เข้าร่วม เพื่อให้ผู้ชมรู้จักพื้นหลังและประเทศที่พวกเขามาจากนั้นเข้าสู่ด่านแรก ผนังทีวีจะแสดงประโยคภาษาจีนหลายประโยค ผู้เข้าร่วมต้องเขียนเสียงวรรณยุกต์ของแต่ละตัวอักษรให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด ประกอบด้วยเสียง 1, 2, 3, 4 และเสียงเบา (一聲、二聲、三聲、四聲及輕聲) หากตอบผิดเพียงคำเดียวหรือหมดเวลา ก็จะไม่สามารถผ่านด่านได้ คำถามครอบคลุมประโยคในชีวิตประจำวัน เช่น
“歡迎光臨,會員卡累積滿五十點送馬卡龍” (ยินดีต้อนรับ สมาชิกที่สะสมแต้มครบ 50 คะแนน จะได้รับมาการอง)
“飛機即將降落至桃園國際機場” (เครื่องบินกำลังจะลงจอดที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน)
“卡比寶寶吃水餃” (ค่าปี่เป่าเป่ากินเกี๊ยวน้ำ)
“你為什麼會來台灣?” (ทำไมเธอถึงมาไต้หวัน)
สุดท้ายคัดเลือกผู้ผ่านด่านจาก 100 คน เหลือ 50 คนเพื่อเข้าสู่ด่านที่สอง ในตอนที่ 1 ไม่เพียงแต่แสดงความสามารถในการออกเสียงวรรณยุกต์ภาษาจีนของผู้เข้าแข่งขัน แต่ยังเน้นความซับซ้อนและความท้าทายของการใช้เสียงวรรณยุกต์ภาษาจีนอีกด้วย
EP2 ต่อจากตอนที่แล้ว เหลือผู้เข้าร่วม 50 คนเข้าสู่ด่านที่สอง “เข้าใจภาษาจีน” แบ่งเป็น 5 ทีมเพื่อแข่งกัน ผู้เข้าร่วม 5 คนที่ผ่านด่านแรกได้เร็วที่สุดจะได้รับตำแหน่งหัวหน้าทีม หลังจากฟังบทสนทนาระหว่างชายหญิงแล้ว ผู้เข้าแข่งขันต้องแข่งกันตอบคำถาม หากตอบถูก 1 ข้อ หัวหน้าก็จะสามารถส่งลูกทีมผ่านเข้ารอบได้ 1 คน สุดท้ายจะมีผู้เข้ารอบทั้งหมด 25 คน ซึ่งด่านนี้ไม่ได้ทดสอบการอ่าน แต่เป็นการทดสอบการฟังและทำความเข้าใจ และฟังได้แค่ครั้งเดียวแล้วต้องตอบเลย ทำให้แม้แต่ชาวไต้หวันเอง ก็ยังรู้สึกยาก ตอบไม่ถูก
อย่างเช่นข้อที่ 1
「我中獎了。」
「你中什麼獎?」
「最大的那種。」
「你老公知道嗎?」
「他很開心,希望健健康康。」
請問:女生中什麼獎?
(A)樂透
(B)發票
(C)懷孕
(D)新冠病毒
中獎 การถูกรางวัลในข้อนี้ ไม่ใช่การถูกรางวัลจริงๆ แต่หมายถึง ผู้หญิงท้องนั่นเอง เหมือนถูกโชคครั้งใหญ่ ซึ่งต้องใช้ทักษะการเข้าใจภาษาจีน จึงจะตอบได้
รายการ Chinese Monster มีทั้งหมด 6 EP หากใครสนใจ สามารถไปติดตามรับชมได้ และใครดูแล้วมีความคิดเห็นอะไรเพิ่มเติม ก็อย่าลืมเขียนคอมเมนท์มาพูดคุยกันในรายการนะคะ