Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

บันทึกชีวิตในไต้หวัน : โครงการสาธารณกุศล มูลนิธิเพิร์ล เอส บัคร่วมกับร้านแฟมิลี่มาร์ทอยู่เคียงข้างลูกหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

 โครงการสาธารณกุศล มูลนิธิเพิร์ล เอส บัคร่วมกับร้านแฟมิลี่มาร์ทอยู่เคียงข้างลูกหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
โครงการสาธารณกุศล มูลนิธิเพิร์ล เอส บัคร่วมกับร้านแฟมิลี่มาร์ทอยู่เคียงข้างลูกหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ตามสถิติของกระทรวงมหาดไทย ปัจจุบันไต้หวันมีจำนวนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และบุตรหลานมากกว่า 1 ล้านคนแล้ว ในปีนี้ ในกลุ่มประชากรวัยหนุ่มสาวที่มีอายุ 25 ปี มีถึง 13.5% มาจากครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่สองไม่เพียงเป็นส่วนสำคัญของสังคมไต้หวันเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการหล่อหลอมรูปลักษณ์ของสังคมรุ่นต่อไปอีกด้วย พวกเขาคือเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนบ้าน และกำลังสำคัญของสังคมในอนาคตของไต้หวัน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเติบโต พวกเขามักต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งอุปสรรคทางภาษา ความกดดันทางเศรษฐกิจ และความท้าทายเรื่องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม อาจือ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่คนหนึ่ง อ่านภาษาจีนกลางไม่ออก ทำให้ลูกของเธอเรียนไม่ทันเพื่อน ส่วนเสี่ยวโหยวไม่มีเงินซื้อโต๊ะเรียนเพราะที่บ้านมีฐานะยากจน ทำให้เขาขาดสภาพแวดล้อมการเรียนที่ดี ขณะที่เสี่ยวฮุ่ยก็ถูกเพื่อนร่วมชั้นมองด้วยสายตาอคติ เพียงเพราะแม่ของเธอมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อุปสรรคทางภาษาอาจทำให้เด็กรู้สึกไม่เข้าพวกในโรงเรียน ความกดดันทางการเงินของครอบครัว ทำให้ทรัพยากรทางการเรียนรู้และโอกาสในการพัฒนาถูกจำกัด ส่วนความแตกต่างทางวัฒนธรรม ก็อาจกลายเป็นอุปสรรคที่มองไม่เห็นในการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง หากขาดการสนับสนุนจากสังคม ความท้าทายเหล่านี้อาจพัฒนาไปสู่วัฏจักรความเสียเปรียบระหว่างรุ่นได้อย่างง่ายดาย

จริง ๆ แล้ว แค่สังคมมีความเข้าใจและมีความห่วงใยต่อกันมากขึ้นอีกนิด “เด็กไต้หวันรุ่นใหม่” เหล่านี้ที่ภาษาจีนเรียกว่า “新台灣之子” ก็จะสามารถค้นพบความเข้มแข็งในยามยากลำบาก เปลี่ยนความแตกต่างทางวัฒนธรรมให้เป็นมุมมองที่หลากหลาย และทำให้ไต้หวันเป็นบ้านที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยสีสันยิ่งขึ้น นี่คือเหตุผลที่มูลนิธิเพิร์ล เอส. บัค (Pearl S. Buck Foundation) ได้ร่วมมือกับร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท ในการดำเนินโครงการสาธารณกุศล  “ส่งความห่วงใยถึงผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่”

รวมเงินบริจาคจากประชาชน สนับสนุนให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เปล่งประกาย

เมื่อเผชิญกับแนวโน้มสังคมที่จำนวนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และสัดส่วนลูกหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มูลนิธิเพิร์ล เอส. บัค ไต้หวันได้ให้ความช่วยเหลือบุตรธิดาและครอบครัวของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ให้ก้าวข้ามความแตกต่างทางภาษา วัฒนธรรม และช่วยเหลือในด้านการดำรงชีวิต เข้าใจดีว่าการสนับสนุนอย่างทันท่วงที เป็นหนทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้เด็กตกอยู่ในวงจรความเปราะบาง

ปีนี้ มูลนิธิเพิร์ล เอส. บัคจับมือกับร้านสะดวกซื้อ FamilyMart เปิดตัวโครงการสาธารณกุศล “ส่งความห่วงใยถึงผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่” โดยประชาชนทั่วไปสามารถบริจาคเงินผ่านแอปพลิเคชั่นของร้าน FamilyMart เพื่อเปลี่ยนความปรารถนาดีของสังคมให้กลายเป็นกิจกรรมการกุศลในชีวิตประจำวัน ที่ส่งตรงถึงมือลูกหลานและครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ได้อย่างง่ายดาย เงินบริจาคเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ได้กลายเป็นทรัพยากรที่มีความหมายมากขึ้น ในการช่วยสนับสนุนด้านการศึกษาของลูกหลานครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และอาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่เปลี่ยนอนาคตของทั้งครอบครัวได้อีกด้วย

ความต้องการของครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ มักมีความเกี่ยวข้องกับด้านการศึกษา การดำรงชีวิต และวัฒนธรรม ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ไม่อาจละเลย โครงการส่งความห่วงใยถึงผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ พยายามเข้าถึงปัญหาจากรากฐาน สร้างเครือข่ายสนับสนุนที่ครบวงจร เพื่อปกป้องสิทธิ์ในการเรียนรู้ของบุตรธิดาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ คอยช่วยเหลือครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในการเอาชนะอุปสรรคในการดำรงชีวิต และช่วยให้สังคมโดยรวมเรียนรู้ที่จะเข้าใจและโอบรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป


นายเฉินเจี๋ยเซิง ประธานบริหารมูลนิธิ Pearl S. Buck หวังว่าโครงการนี้จะสามารถเข้าถึงผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวันได้มากขึ้น ช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่มั่นคงและก้าวไปสู่อนาคต

ในบรรดาแผนปฏิบัติการต่าง ๆ “โปรเจกต์ช่วยเหลือด้านการศึกษาบุตรธิดาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่” ถือเป็นมาตรการที่เร่งด่วนและตรงจุดที่สุด โดยโปรเจกต์นี้จะมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค ทุนการศึกษาและการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอจากนักสังคมสงเคราะห์มืออาชีพ แก่ครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จำนวน 1,000 ครอบครัว เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน และช่วยให้ลูกหลานของพวกเขาเรียนหนังสือได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น ป้องกันการต้องหลุดออกจากระบบการศึกษากลางคัน

อย่างไรก็ตาม การอยู่เคียงข้างไม่จำกัดแค่ในห้องเรียน การปรับตัวในการใช้ชีวิตก็เป็นอีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กัน ด้วยเหตุนี้ ทางมูลนิธิฯจึงดำเนิน “โครงการเสริมศักยภาพผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่” โดยจัดทำคู่มือการใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย  5 ภาษา ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ตั้งแต่การดำเนินชีวิต การทำงาน ไปจนถึงการสนับสนุนด้านครอบครัว ช่วยให้ครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เอาชนะอุปสรรคด้านภาษาและเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดเวิร์กช็อปประสบการณ์การทำงาน เพื่อช่วยผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ค่อย ๆ เชื่อมโยงกับการทำงานในท้องถิ่นมากขึ้น

นอกจากนี้ การเปลี่ยนบรรยากาศของสังคมก็สำคัญเช่นกัน ในเรื่องนี้ มูลนิธิจึงผลักดัน “หลักสูตรความอ่อนไหวต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรม” เพื่อให้การทำความเข้าใจเรื่องความหลากหลายฝังรากลึกในโรงเรียน พร้อมกันนี้ยังจัด เทศกาลวัฒนธรรมใจ (心文化嘉年華) โดยนำภาษาแม่ เรื่องราวจากบ้านเกิดของพ่อแม่ และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเข้าสู่ชุมชน ให้ผู้คนเห็นความงดงามของความหลากหลายมากขึ้น และการประชาสัมพันธ์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ก็ยังช่วยให้การเคารพความแตกต่างถูกขยายออกไป ให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และบุตรหลานได้ร่วมเฉิดฉายในสังคมไต้หวัน ทำให้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมกลายเป็นทรัพย์สินร่วมของทุกคนอย่างแท้จริง

ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของมูลนิธิเพิร์ล เอส. บัค มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณเพิร์ล เอส. บัค (Pearl S. Buck) ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม เป็นนักเขียนชาวอเมริกัน เกิดในสหรัฐอเมริกา แต่ไปเติบโตในประเทศจีนเนื่องจากพ่อแม่เป็นมิชชันนารี เธอมีความเข้าใจความสำคัญของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง และทุ่มเทชีวิตเพื่อรณรงค์ด้านความเอื้ออาทรและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติด มูลนิธิเพิร์ล เอส. บัค สาขาไต้หวันได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อในปี 1968 เริ่มต้นจากการช่วยเหลือเด็กชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย และตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ได้ขยายการบริการไปยังครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อย่างเต็มรูปแบบ ตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา มูลนิธิไม่เคยละทิ้งพันธกิจการในการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและขาดแคลนทั่วโลก

ความร่วมมือครั้งนี้ระหว่างมูลนิธิเพิร์ล เอส. บัค กับร้านสะดวกซื้อ FamilyMart  ไม่ได้เป็นเพียงการระดมทุนเท่านั้น แต่ยังมีโครงการสนับสนุนที่ครอบคลุมและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การจัดสรรทรัพยากรด้านการศึกษา การดูแลโดยนักสังคมสงเคราะห์ ไปจนถึงการส่งเสริมการปรับตัวในชีวิตประจำวันและการส่งเสริมด้านวัฒนธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้บุตรหลานของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่สามารถเรียนหนังสือได้อย่างมั่นใจ เติบโตอย่างมีสุขภาพดี และก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง พร้อมทั้งช่วยให้สังคมได้มองเห็นและตระหนักถึงความพยายามและคุณค่าของครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ไปพร้อมกัน



ประเด็นร่วม & Podcast
บันทึกชีวิตในไต้หวัน-台灣泰幸福
บันทึกชีวิตในไต้หวัน
เวลาออกอากาศ: วันอาทิตย์
ประเด็นประจำสัปดาห์

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解