1. รู้จักสิทธิการลาของไต้หวัน! รู้ไหมแรงงานต่างชาติมีสิทธิ์ลากลับบ้านเพื่อจัดงานศพบิดามารดาหรือคู่สมรส 8 วันโดยได้รับค่าจ้าง
ค่าจ้างทำงานในไต้หวัน แม้จะต่ำกว่าประเทศอื่น แต่ค่าจ้างขั้นต่ำมีการปรับขึ้นทุกปี จนใกล้แตะ 30,000 เหรียญแล้ว แต่การเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมีข้อได้เปรียบและได้รับการคุ้มครองมากกว่าประเทศอื่น อย่างเช่น ไม่ต้องกังวลเรื่องที่อยู่ที่พักและอาหารการกิน ประกอบกับไต้หวันมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี มั่นคง ไม่ต้องกลัวลูกหลงของจรวดที่บินมาตกอย่างในอิสราเอลหรือไม่สบายใจถูกเหยียดเป็นพลเมืองชั้นสองอย่างบางประเทศที่แรงงานไทยไปทำงาน นายจ้างและชาวไต้หวันมีอุปนิสัยเหมือนคนไทย คือค่อนข้างจะเป็นมิตรกับทุกคน โรงงานจำนวนมากนายจ้าง หัวหน้างาน พนักงานไต้หวันและแรงงานไทยอยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง ที่สำคัญ ไต้หวันให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์แรงงานต่างชาติเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น เพราะใช้กฎหมายมาตรฐานแรงงานฉบับเดียวกัน ไม่มีการแบ่งแยก อย่างแรงงานต่างชาติที่เคยมาทำงานในไต้หวันจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพหลังจากอายุถึงเกณฑ์ตามระยะเวลาของอายุงาน และสิทธิประโยชน์ด้านแรงงานอื่น ๆ

ไต้หวันให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์แรงงานต่างชาติเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น เพราะใช้กฎหมายมาตรฐานแรงงานฉบับเดียวกัน ไม่มีการแบ่งแยก
รายการวันนี้ จะนำสิทธิ์ในการลาหยุดงาน โดยเฉพาะลาหยุดงานเนื่องจากญาติพี่น้องเสียชีวิตมาเล่าให้ฟัง หลายคนอาจไม่รู้ว่า แรงงานต่างชาติก็มีสิทธิ์ลากลับบ้านเพื่อไปจัดพิธีศพของญาติพี่น้องโดยได้รับค่าจ้างตามปกติ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายมาตรฐานแรงงาน มาตรา 43 ได้กำหนดระเบียบการลาของแรงงานไว้หลายประเภท อย่างลาหยุดงานเพื่อการสมรสได้ 8 วัน โดยต้องลาภายใน 3 เดือนนับแต่วันแต่งงาน แต่คิดว่าแรงงานไทยสนใจที่สุด น่าจะเป็นลาหยุดงานเพื่อเดินทางกลับบ้านไปจัดการพิธีศพของญาติพี่น้อง ซึ่งระเบียบการลาหยุดงานเพื่อการนี้ กำหนดไว้ว่า ลูกจ้างสามารถลาหยุดงานเพื่อเดินทางกลับบ้านจัดการเกี่ยวกับพิธีศพ ตามลำดับญาติและจำนวนวันโดยไม่รวมวันหยุดและนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างตามปกติดังต่อไปนี้ :
- บิดามารดาผู้ให้กำเนิด บิดามารดาซึ่งให้การอุปถัมภ์เลี้ยงดู พ่อเลี้ยงหรือแม่เลี้ยง คู่สมรส มีสิทธิ์ลาหยุดงานโดยมีค่าจ้างจำนวน 8 วัน
- ปู่ ย่า ตา ยาย บุตรชาย บุตรสาว พ่อแม่ของคู่สมรส พ่อแม่ผู้ซึ่งให้การอุปถัมภ์เลี้ยงดูคู่สมรสหรือพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงของคู่สมรส มีสิทธิ์ลาหยุดงานโดยมีค่าจ้างจำนวน 6 วัน
- ปู่ทวด ย่าทวด ตาทวด ยายทวด พี่ชาย น้องชาย พี่สาว น้องสาว ผู้เป็นตาและยายของคู่สมรส มีสิทธิ์ลาหยุดงานโดยมีค่าจ้างจำนวน 3 วัน
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นแรงงานที่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ได้แก่แรงงานที่ทำงานในโรงงาน ไซต์งานก่อสร้าง ภาคการเกษตรและผู้อนุบาลในองค์กร ฯลฯ ส่วนผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน สามารถใช้วันลาหยุดพิเศษประจำปีในการลากลับประเทศได้

แรงงานต่างชาติมีสิทธิ์ลากลับบ้านเพื่อจัดงานศพบิดามารดาหรือคู่สมรส 8 วันโดยได้รับค่าจ้างเต็มเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น
การลาหยุดงานเพื่อเดินทางกลับบ้านจัดการเกี่ยวกับพิธีศพตามกฎหมายไต้หวันคิดอย่างไร? รวมวันหยุดไหม?
คำตอบคือไม่รวมวันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดที่ทางการประกาศให้หยุดงาน วันหยุดนักขัตฤกษ์ อย่างญาติในลำดับที่ 1 ได้แก่บิดามารดา หรือคู่สมรสเสียชีวิต มีสิทธิ์ลาได้ 8 วัน รวมวันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อย 2 วัน รวมเป็น 10 วัน เนื่องจากแรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศ นายจ้างอาจอนุญาตให้ขยายวันลาเพิ่มเติมโดยไม่รับค่าจ้างตามความจำเป็นและดุลพินิจของบริษัท และกฎหมายมาตรฐานแรงงานกำหนดชัดเจน ห้ามมิให้นายจ้างนำเอาวันลาของลูกจ้าง ซึ่งลาหยุดเพื่อการสมรส เพื่อจัดการพิธีศพ หรือลาป่วยหรือลาหยุดในวันที่ทางการประกาศกำหนดมาหักออกจากจำนวนวันทำงานของลูกจ้าง อันเป็นผลให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้าง เบี้ยขยันและเงินรางวัลประจำปี (Bonus) น้อยลง หากนายจ้างฝ่าฝืนข้อกำหนดข้างต้น จะถูกลงโทษปรับเงิน 20,000 – 1,000,000 เหรียญไต้หวัน
วิธีการลาต้องแนบหลักฐานอะไรบ้าง?
การลาหยุดงานของลูกจ้าง ต้องแจ้งล่วงหน้าต่อนายจ้างด้วยวาจาหรือเขียนใบลาก่อนหยุดงาน ระบุเหตุผลการลา และระยะเวลาหรือจำนวนวันที่ประสงค์จะลา กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉิน อาจมอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นใบลาต่อนายจ้างแทนตนก็ได้ ในกฎหมายไม่ได้ระบุชัดเจนว่า การลาหยุดงานเพื่อจัดงานศพต้องแนบหลักฐานอะไรบ้าง ระบุแต่เพียงว่า นายจ้างอาจขอให้ลูกจ้างยื่นเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการลาด้วยก็ได้ สำหรับลูกจ้างชาวไต้หวัน ตามประเพณีแล้ว ไม่ค่อยมีใครใช้ข้ออ้างญาติพี่น้องเสียชีวิตมาโกหกเพื่อรับวันหยุด เพราะนั่นเชื่อว่าเป็นการแช่งญาติพี่น้องของตน และเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นกะทันหัน โดยทั่วไป ลูกจ้างอาจบอกลากับหัวหน้างานหรือขอให้เพื่อนร่วมงานช่วยแจ้งเพื่อลางาน หลังเสร็จงานศพแล้ว ค่อยเขียนใบลาและแนบหลักฐานประกอบ

แรงงานต่างชาติมีสิทธิ์ลากลับบ้านเพื่อจัดงานศพบิดามารดาหรือคู่สมรส 8 วันโดยได้รับค่าจ้างเต็มเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น
ส่วนแรงงานต่างชาติที่จะลาหยุดงานกลับประเทศเพื่อจัดการเกี่ยวกับพิธีศพ เนื่องจากนายจ้างไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่? ประกอบกับในโรงงานใช้ระเบียบการลาฉบับเดียวกัน ทั้งแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติ ดังนั้น แรงงานต่างชาติที่ขอลาหยุดงานเพื่อจัดพิธีศพ ต้องแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบมรณบัตร หลักฐานแสดงความสัมพันธ์อื่น ๆ อย่างทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้านเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ ส่วนจะต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานไทยและหน่วยงานไต้หวันในประเทศไทยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของแต่ละโรงงาน แต่แนะนำว่า ใครที่ใช้สิทธิ์เดินทางกลับบ้านไปจัดพิธีศพของญาติพี่น้อง ควรจะขอมรณบัตรและทะเบียนบ้าน (ที่อำเภอขอฉบับภาษาอังกฤษได้ แต่ต้องระวังการสะกดชื่อ นามสกุลต้องตรงตามในหนังสือเดินทาง) ผ่านการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทยและสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เพื่อนำมายื่นขอเงินสงเคราะห์กรณีญาติสายเลือดตรงเสียชีวิต โดยทำเอกสารเพิ่มอีก 1 ชุด สำหรับยื่นประกอบการลาต่อนายจ้าง
การลาหยุดงานเพื่อจัดการพิธีศพของญาติพี่น้อง สามารถแบ่งเป็นลาหลายครั้งได้ไหม? หากไม่เดินทางกลับประเทศมีสิทธิ์หรือไม่?
ในกฎหมายมาตรฐานแรงงานไม่ได้ระบุว่าจะแบ่งลาเป็นหลายครั้งได้หรือไม่ แต่กระทรวงแรงงานเคยตีความเป็นลายลักษณ์อักษรว่า หากมีเหตุผลทางพิธีตามประเพณี แรงงานสามารถขอลาหยุดงานเพื่อจัดการพิธีศพเป็นหลายครั้งและสามารถลาเป็นชั่วโมงได้ด้วย แต่รวมสะสมแล้วไม่เกินจำนวนวันที่มีสิทธิลา ข้อกำหนดนี้สำหรับแรงงานท้องถิ่นอาจใช้บ่อย แต่แรงงานต่างชาติหรือแรงงานไทย คงจะลาครั้งเดียวรวด เพราะต้องเดินทางกลับประเทศ และบางคนอาจถามว่า หากไม่เดินทางกลับไปจัดงานศพ แล้วจะมีสิทธิ์ลาไหม คำตอบคือ มีสิทธิลาได้เช่นกัน เพราะไม่เพียงแต่จัดพิธีศพเท่านั้น ยังต้องบรรเทาหรือสงบอาการเศร้าโศกทางใจด้วย แต่ต้องทำตามกฎระเบียบในการลาของทางโรงงาน เช่นต้องแนบเอกสารหรือหลักฐานยืนยัน เอกสารเหล่านี้ นอกจากยื่นประกอบการลาต่อนายจ้างแล้ว ยังต้องเตรียมสำหรับยื่นขอเงินสงเคราะห์ด้วย เพราะฉะนั้น ต้องเดินทางกลับไปจัดการงานศพอยู่ดี

มีกำหนดไหม? ต้องใช้สิทธิลาหยุดงานเพื่อจัดการเกี่ยวกับพิธีศพภายในกี่วัน
หากเป็นข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ มีระเบียบการลาที่แน่นอน ต้องลาภายใน 100 วัน สำหรับผู้ใช้แรงงาน ในกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ลูกจ้างต้องใช้สิทธิในการลางานเพื่อจัดพิธีศพของญาติพี่น้องภายในกี่วัน แต่ตามประเพณีของไต้หวันจะมีการทำพิธีไว้อาลัยและเซ่นไหว้ใหญ่เมื่อญาติเสียชีวิตครบ 100 วัน ดังนั้น จึงมีการถือปฏิบัติเป็นธรรมเนียมว่า การลางานเพื่อจัดพิธีศพ ไม่ควรเกิน 100 วัน หรือต้องใช้สิทธิภายใน 100 วัน นับแต่วันที่ญาติเสียชีวิต ดังนั้น แรงงานไทยที่ญาติเสียชีวิตและกลับไปร่วมงานศพไม่ทัน อาจเลื่อนการเดินทางก็ได้
หากไม่ได้ใช้สิทธิลางานเพื่อจัดงานศพของญาติพี่น้อง หรือใช้ไม่หมด จะขอให้นายจ้างเปลี่ยนเป็นเงินชดเชยได้หรือไม่?
กฎหมายมาตรฐานแรงงานกำหนดแต่เพียงว่า วันหยุดพักประจำปี หากลูกจ้างไม่ได้ใช้สิทธิหรือใช้ไม่หมด นายจ้างต้องจ่ายเป็นค่าจ้างให้ ส่วนการลางานเพื่อจัดพิธีศพนั้น ไม่มีการกำหนด และกฎหมายข้อนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างมีเวลาที่เพียงพอในการจัดงานพิธีศพ หากไม่ได้ใช้สิทธิ์หรือใช่ไม่หมด นอกจากค่าจ้างตามปกติแล้ว ลูกจ้างไม่มีสิทธิ์ของให้นายจ้างเปลี่ยนเป็นเงินค่าจ้างให้แก่ตน
กรณีนายจ้างไม่ยอมให้ลาหยุดงานเพื่อจัดพิธีศพ จะทำอย่างไร?
ตามข้อกำหนดในกฎหมายมาตรฐานแรงงาน มาตรา 43 ลูกจ้างมีเหตุผลอันควรที่ต้องลาหยุดงาน เพื่อการสมรส จัดพิธีศพหรือเมื่อเจ็บป่วย หากนายจ้างไม่อนุญาตให้ลาโดยเจตนา หรือให้ลาหยุดงานไม่ตรงตามจำนวนวันที่กำหนดในกฎหมาย ต้องระวางโทษปรับ 20,000 – 1,000,000 เหรียญไต้หวัน หากแรงงานไทยที่ประสบปัญหาดังกล่าว อาจคุยกันภายในโรงงานกับล่ามหรือฝ่ายบุคคลก่อน หากไม่เป็นผล สามารถโทรร้องเรียนต่อสายด่วนคุ้มครองแรงงานหรือโทรขอความช่วยเหลือจากสำนักงานแรงงานไทยได้ แต่มีสิ่งที่ต้องระวังคือ ก่อนร้องเรียน ต้องมีหลักฐานว่ายื่นขอลางานต่อนายจ้างแล้ว เช่นเขียนใบลาส่งให้ฝ่ายบุคคล แต่ไม่มีการอนุญาต เพราะที่ผ่านมา มีบางรายที่ประสบปัญหาในทำนองนี้ หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการประสานติดต่อ ฝ่ายบุคคลของโรงงานบอกว่า ไม่เห็นมีการยื่นใบลา ขณะที่คนงานก็บอกว่า แจ้งเพื่อนให้ช่วยลากับหัวหน้างานแล้ว กลายเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างพูด
2. จำนวนแรงงานต่างชาติ 850,000 พุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี! รวม 8,000 วิศวกรต่างชาติ แรงขับใหม่ของธุรกิจอสังหาฯ และย่านการค้าในไต้หวัน
ไต้หวันกำลังกลายเป็นศูนย์กลางแรงงานต่างชาติแห่งใหม่ เมื่อเพิ่มจำนวนแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานต่างชาติที่มีสัดส่วนมากถึง 75% ขณะที่จำนวนวิศวกรต่างชาติก็พุ่งทะลุ 8,000 คนในสิ้นปี 2567 ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานอยู่ที่เมืองซินจู๋ กล่าวโดยทั่วไป แรงงานต่างชาติที่ทำงานและพำนักอาศัยอยู่ในไต้หวัน กำลังกลายเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์และย่านการค้าท้องถิ่น

ยอดแรงงานต่างชาติแตะ 858,000 คน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยระบุว่า จนถึงสิ้นปี 2567 จำนวนผู้ถือบัตรถิ่นที่อยู่ หรือบัตร ARC ที่ยังมีผล โดยไม่นับรวมผู้มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงและมาเก๊า มีทั้งสิ้น 948,000 คน เพิ่มขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ โดยในจำนวนนี้ แรงงานต่างชาติคิดเป็น 75.1% หรือราวสามในสี่ของทั้งหมด นอกจากนี้ จำนวนวิศวกรต่างชาติ ก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน สิ้นปี 2567 มีมากกว่า 8,000 คน เพิ่มขึ้นราว 10% จากปีก่อน ขณะที่บุคลากรชาวต่างชาติในสาขาอาชีพต่าง ๆ เช่น ธุรกิจและครูต่างชาติ ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปีเช่นกัน ส่วนข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ณ เดือนกันยายน 2568 พบว่า แรงงานต่างชาติทั่วไต้หวันมีจำนวนรวมกว่า 858,000 คน ซึ่งนับเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติ 850,000 พุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี! รวม 8,000 วิศวกรต่างชาติ กลายเป็นแรงขับใหม่ของธุรกิจอสังหาฯ และย่านการค้าในไต้หวัน
เศรษฐกิจเทคโนโลยีหนุนความต้องการแรงงาน ภาคอสังหาริมทรัพย์รับอานิสงส์
จางซวี่หลาน ผู้อำนวยการศูนย์แนวโน้มเศรษฐกิจไต้หวันเรียลตี้กรุปกล่าวว่า ความต้องการแรงงานต่างชาติในไต้หวันส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในภาคการผลิต การก่อสร้าง และการดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากเศรษฐกิจเทคโนโลยีของไต้หวันเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการผลิตสินค้าไฮเทคที่ผลักดันความต้องการแรงงานทักษะสูงและแรงงานสายการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศทำให้ภาคก่อสร้างต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น แต่ด้วยปัญหาขาดแคลนแรงงานและโครงสร้างอายุแรงงานที่สูงขึ้น กระทรวงแรงงานจึงเริ่มผ่อนปรนเกณฑ์การจ้างแรงงานต่างชาติในภาคก่อสร้างตั้งแต่ปี 2566 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ส่งผลให้จำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติ 850,000 พุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี! รวม 8,000 วิศวกรต่างชาติ กลายเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหม่และเป็นแรงขับใหม่ของธุรกิจอสังหาฯ ย่านการค้าในไต้หวัน
โรงแรม–หอพักเก่าแปลงเป็นที่พักแรงงานต่างชาติ ย่านรอบนิคมอุตสาหกรรมและรอบ ๆ โรงงานคึกคัก
จางซวี่หลานอธิบายว่า การขยายตัวของแรงงานต่างชาติไม่เพียงเปลี่ยนโครงสร้างแรงงาน แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วย โดยเฉพาะบริเวณรอบนิคมอุตสาหกรรมที่เริ่มมีการซื้อกิจการโรงแรมหรือหอพักนักศึกษาเก่ามาปรับปรุงใหม่ หรือแม้แต่สร้างอาคารใหม่เพื่อทำเป็นที่พักแรงงานโดยเฉพาะ นอกจากหอพักที่นายจ้างจัดให้แล้ว ยังมีแรงงานจำนวนไม่น้อยที่เช่าที่พักเอง ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยเกิดรูปแบบใหม่ เช่น หอพักรวม ห้องแบ่งเช่า หรือห้องชุดขนาดเล็กที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแรงงานต่างชาติ ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัยในหลายพื้นที่

แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่มักรวมตัวกันในพื้นที่รอบสถานีรถไฟ ที่พัฒนาเป็นย่านธุรกิจแรงงานต่างชาติเต็มรูปแบบ
ย่านหลังสถานีรถไฟกลายเป็น “ศูนย์ชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ”
ในด้านการใช้จ่ายส่วนตัวและกิจกรรมยามว่าง แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่มักรวมตัวกันในพื้นที่รอบสถานีรถไฟ โดยเฉพาะย่านหลังสถานีที่ค่าเช่าร้านถูกกว่าหน้าสถานี เช่น ย่านหลังสถานีรถไฟไทเป หลังสถานีรถไฟเถาหยวน และจงลี่ ฯลฯ ที่พัฒนาเป็นย่านแรงงานต่างชาติเต็มรูปแบบ ส่วนที่นครไทจงและไถหนาน กิจกรรมทางเศรษฐกิจของแรงงานต่างชาติจะกระจายอยู่ตามตรอกซอกซอยรอบสถานีรถไฟ ทำให้เกิดร้านอาหารและร้านค้าสไตล์อาเซียนเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เติมสีสันใหม่ให้กับย่านการค้าเดิมและกลายเป็น “ชุมชนข้ามวัฒนธรรม” ที่มีชีวิตชีวา

บริษัทจัดหางานในไต้หวันขยายธุรกิจช่วยนายจ้างบริหารความเป็นอยู่แรงงานต่างชาติ ในภาพเป็นหอพักมาตรฐานที่ถานจื่น นครไทจงของ บจง. May-God Human Resource Co., Ltd.
เถาหยวนครองแชมป์ “ฐานใหญ่แรงงานต่างชาติ” ส่วนซินจู๋และเกาสงเติบโตสูงสุด
จากข้อมูลผู้ถือบัตรถิ่นที่อยู่ แรงงานต่างชาติในพื้นที่นครเถาหยวนมีจำนวนสูงสุดถึง 126,000 คน คิดเป็นเกือบ 20% ของทั้งประเทศ ครองตำแหน่งเมืองที่มีความต้องการแรงงานต่างชาติสูงสุดต่อเนื่องหลายปี ขณะที่เมืองซินจู๋และนครเกาสง มีอัตราการเติบโตของแรงงานต่างชาติสูงสุดในกลุ่ม 8 เมืองหลัก โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ต่อปี
หลี่เจียหนี ผู้จัดการศูนย์แนวโน้มไต้หวันเรียลตี้กรุปวิเคราะห์ว่า การเพิ่มขึ้นของแรงงานต่างชาติสะท้อนการขยายตัวของอุตสาหกรรมในแต่ละพื้นที่ เช่น เถาหยวนมีนิคมอุตสาหกรรมกว่า 38 แห่ง รวมถึงย่านจงลี่และกวนอินที่เติบโตต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการแรงงานในภาคเทคโนโลยีและการก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ นครเถาหยวนยังได้รับอานิสงส์จากการเป็นเมืองรองของกรุงไทเป ที่คนวัยทำงานจำนวนมากย้ายถิ่นมาอยู่อาศัย ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ร้อนแรงต่อเนื่อง

บจง. Champions Human Resources Agency Co., Ltd. ช่วยนายจ้างบริหารความเป็นอยู่แรงงานต่างชาติ สร้างหอพักมาตรฐานทั่วไต้หวันประมาณ 10 แห่ง
ข้อมูลยังระบุว่า ในปี 2567 นครเถาหยวนมีพื้นที่ก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตรวมกว่า 6.71 ล้านตารางเมตร มากที่สุดในประเทศ โดยพื้นที่ประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้าคิดเป็นหนึ่งในสามของทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงการลงทุนและการก่อสร้างที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความต้องการแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและการก่อสร้าง
การเพิ่มขึ้นของแรงงานต่างชาติในไต้หวันไม่เพียงตอบโจทย์ปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่ยังสร้างพลวัตใหม่ให้กับสังคมเมือง ทั้งในแง่ของเศรษฐกิจชุมชน ย่านการค้า และตลาดอสังหาริมทรัพย์ แรงงานต่างชาติในวันนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียง “ผู้มาเยือนเพื่อทำงาน” แต่ได้กลายเป็น “พลังขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจไต้หวัน” ที่เติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและเมืองยุคใหม่

บริษัทจัดหางานในไต้หวันขยายธุรกิจช่วยนายจ้างบริหารความเป็นอยู่แรงงานต่างชาติ ในภาพเป็นหอพักมาตรฐานที่หลูจู๋ เถาหยวนของ บจง. 206-Jey-Bow Human Resource Corp.