นิวไทเปผนึกกำลังกุศลทั่วไต้หวัน “ส่งรองเท้าเก่า ช่วยชีวิตเด็กแอฟริกา
องค์กรการกุศลท้องถิ่นของนครนิวไทเป “สมาคมคริสเตียนนานาชาติเพื่อการดูแลผู้ยากไร้ – โครงการรองเท้าเก่าเพื่อช่วยชีวิต”(舊鞋救命國際基督關懷協會) ร่วมมือกับร้านสะดวกซื้อ FamilyMart เปิดตัวโครงการ “FamilyMart ส่งต่อความรักสู่แอฟริกา” เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินผ่านกล่องรับเหรียญที่หน้าร้านใกล้บ้าน หรือส่งรองเท้ามือสองสภาพดีไปยังผู้ที่ต้องการผ่านบริการ FamilyMart Store-to-Store รวมพลังน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ให้กลายเป็นพลังช่วยชีวิต พร้อมส่งต่อความหวังด้านการศึกษาให้เด็กยากไร้ในแอฟริกา
หมัดไชเข้าไปในผิวหนัง ทำให้ผิวหนังอักเสบและคันมาก(ภาพจากศูนย์วิจัยโรคปรสิต มทส)
โครงการรองเท้าเก่าเพื่อช่วยชีวิตริเริ่มขึ้นในปี 2014 โดยมีจุดเริ่มต้นที่นครนิวไทเป มุ่งมั่นระดมรองเท้าและเสื้อผ้ามือสองจากสังคม เพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่ขาดแคลนในแอฟริกา ช่วยปกป้องชาวบ้านพ้นอันตรายจาก “หมัดทราย” ผู้ริเริ่มโครงการ คุณหยางโย่วเริ่น(楊右任) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เริ่มดำเนินงานในปี 2014 ทีมงานได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือในกว่า 12 ประเทศและภูมิภาค ผู้ได้รับประโยชน์จากสิ่งของบริจาคมีมากกว่า 3 ล้านคน และมีผู้เข้ารับการให้ความรู้และการรักษาโรคจากหมัดทรายกว่า 80,000 คน คุณหยางยังขอบคุณการสนับสนุนจากนครนิวไทเปที่มีมาอย่างต่อเนื่องว่า “จากคลังเก็บเล็กๆ ที่เขตปั่นเฉียว จนถึงคลังใหม่ที่เขตหลินโข่ว ทุกก้าวเริ่มจากรองเท้าหนึ่งคู่ ชุมชนหนึ่งแห่ง ก่อนค่อยๆ ขยายพลังให้กว้างไกลขึ้น”
เซี่ยลี่หลาน(謝麗蘭) รองผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์นิวไทเป กล่าวว่า โครงการรองเท้าเก่าเพื่อช่วยชีวิตเป็น NGO ที่ก่อร่างสร้างตัวมาจากนิวไทเป การขยายตัวจากท้องถิ่นสู่ระดับนานาชาติ และสามารถเชื่อมโยงประชาชนทั่วไต้หวันกับเด็กในแอฟริกาได้อย่างเป็นรูปธรรม เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม “หวังว่าสื่อและโซเชียลมีเดียจะช่วยกระจายข่าว เพื่อให้ประชาชนรู้จักและร่วมสนับสนุนโครงการนี้มากยิ่งขึ้น”

FamilyMart จับมือสมาคม "รองเท้าเก่าช่วยชีวิต" ส่งรักสู่แอฟริกา
สมาคม “รองเท้าเก่าเพื่อช่วยชีวิต” ระบุว่า ในปี 2024 ทางสมาคมได้ร่วมมือกับร้านสะดวกซื้อ FamilyMart เป็นครั้งแรก นำบริการ “Store-to-Store”(ส่งร้านถึงร้าน) มาพัฒนาเป็นรูปแบบการกุศลแนวใหม่ เชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาครองเท้า ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม และในปี 2025 ก็ยังคงเดินหน้าพลังแห่งการทำความดี ด้วยการเปิดโครงการ “รองเท้าเก่าเพื่อช่วยชีวิต X FamilyMart ส่งร้านถึงร้าน” สำหรับรวบรวมสิ่งของ (26–29 พ.ย.) ควบคู่กับโครงการบริจาคเหรียญ “FamilyMart ส่งรักสู่แอฟริกา” (12 พ.ย.–9 ธ.ค.)
ทางสมาคมอธิบายว่า โครงการบริจาคเหรียญ “FamilyMart ส่งรักสู่แอฟริกา” จะนำเงินไปสนับสนุน “โครงการส่งเสริมการศึกษา” และ “โครงการรักษาหมัดทราย” โดยตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ในการขนส่งสิ่งของจะถูกดัดแปลงเป็นห้องเรียนในพื้นที่แอฟริกา ใช้ทั้งสำหรับรักษาโรคและให้ความรู้เกี่ยวกับหมัดทราย เป้าหมายคือการระดมทุนตู้คอนเทนเนอร์ 4 ตู้ เพื่อให้เด็ก 4,000–10,000 คนได้รับการรักษา และร่วมทำงานกับห้องพยาบาลประจำโรงเรียน รวมถึงจัดการอบรมด้านสุขอนามัย เพื่อยกระดับความตระหนักด้านสุขภาพของชุมชน
เซวียตงตู(薛東都) ผู้จัดการใหญ่ FamilyMart กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา FamilyMart ใช้ความได้เปรียบด้านช่องทางและโลจิสติกส์ร่วมกับพันธมิตรจากหลากหลายวงการ เพื่อสร้างรูปแบบการทำความดีแนวใหม่ ปีก่อนการร่วมมือกับสมาคมรองเท้าเก่าเพื่อช่วยชีวิตผ่านโครงการ “Store-to-Store” ทำให้ประชาชนบริจาครองเท้าได้สะดวกขึ้น จนมีจำนวนพัสดุมากถึงเฉลี่ยวันละหนึ่งหมื่นชิ้น แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของการเชื่อมโยงช่องทางค้าปลีกกับความต้องการด้านการกุศลของประชาชน ส่วนปีนี้ FamilyMart ยังได้เสริมทรัพยากรบริจาคเงินผ่านแพลตฟอร์ม “FamilyMart Love Platform” โดยเงินบริจาคจะนำไปสนับสนุนค่าขนส่งทางเรือของรองเท้าที่จะส่งไปถึงแอฟริกา และโครงการด้านการศึกษาและสุขอนามัยในพื้นที่ ซึ่งรวมทั้งการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมอย่างรองเท้า และการให้ความรู้ที่เป็นนามธรรม เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมส่งต่อความอบอุ่นจากบ้านสู่แอฟริกา ตามแนวคิด “ความสะดวกเพื่อความยั่งยืน คุณเองก็ร่วมได้ +1”

FamilyMart จับมือสมาคม "รองเท้าเก่าช่วยชีวิต" ส่งรักสู่แอฟริกา
อู๋สูฟาง(吳淑芳) รองผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคมนิวไทเป ได้เชิญชวนประชาชนให้ร่วมโครงการนี้อย่างคึกคัก เธอกล่าวว่า เงินเพียงหนึ่งเหรียญก็ช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่งได้ และยังมอบความหวังด้านการศึกษาให้แก่เด็กในแอฟริกา ไม่ว่าจะบริจาคเหรียญหรือส่งต่อรองเท้าเก่าที่ไม่ได้ใช้ ก็สามารถรวมพลังเล็กๆ ให้กลายเป็นความรักอันยิ่งใหญ่ได้ นครนิวไทเปยินดีเห็นประชาชนแสดงพลังแห่งความร่วมมือกันในชุมชน เพื่อให้การกุศลไร้พรมแดน และให้ความอบอุ่นจากนิวไทเปกลายเป็นแสงสว่างในชีวิตของเด็กๆ แอฟริกา
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้สังคมมีส่วนร่วมเช่นนี้ สะท้อนถึงความสามัคคีและจิตใจที่เต็มไปด้วยความเมตตาของชุมชนในนิวไทเป เมืองจะยังคงสนับสนุนและผลักดันโครงการที่ผสานงานสวัสดิการสังคม การสื่อสารสาธารณะ และแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ “วงจรแห่งความดี” เติบโตต่อไป