ธีระ หยาง 亓淞 และเจาะลึกกีฬาโลก 體育世界 ประจำสัปดาห์นี้ (2025-11-20)
การแข่งขันแบดมินตันรายการ คุมาโมโตะ มาสเตอร์ส เจแปน 2025 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับ เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 500 ชิงเงินรางวัลรวม 475,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 15 ล้านกว่าบาท ที่แข่งขันกันที่เมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ชายคู่ไต้หวัน คือ หวังฉีหลิน และชิวเซี่ยงเจี๋ย ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 18 ของโลก เพิ่งคว้าแชมป์รายการที่สองของฤดูกาลจากศึก Hylo Open เมื่อไม่นานมานี้ ก่อนเดินทางต่อมายังญี่ปุ่นเพื่อสู้ศึกคุมาโมโตะมาสเตอร์ส และยังคงทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ทว่าในรอบรองชนะเลิศต้องเผชิญหน้ากับคู่เกาหลี “ซอซึงแจ–คิมวอนโฮ” คู่มือ 1 โลก ที่แทบจะโกยแชมป์ทุกรายการในปีนี้ อีกทั้งที่ผ่านมา สองหนุ่มหลิน–เจี๋ย เคยพบคู่นี้มาแล้ว 2 ครั้ง และต้องสู้กันยืดเยื้อถึง 3 เกมก่อนจะแพ้ทั้งสองครั้ง ส่วนการพบกันครั้งนี้ยังคงดุเดือดเช่นเคย ตั้งแต่เริ่มเกมแรก ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุก–รับและแย่งคะแนนกันอย่างสูสี จนกระทั่งตีเสมอเป็น 19–19 แต่หลังจากนั้นคู่ไต้หวันกลับพลาดเสีย 2 แต้มรวด ส่งผลให้จบเกมแรกด้วยความพ่ายแพ้ 19–21 ในเกมที่สองซึ่งเป็นสถานการณ์หลังพิงฝา หวังฉีหลินและชิวเซี่ยงเจี๋ยพยายามแก้สถานการณ์และเปิดเกมได้สวย นำ 8–4 ก่อนจะรักษาแต้มขึ้นนำ 1 คะแนนเข้าสู่ช่วงพักเทคนิค แต่หลังพักกลับเสียแต้มติดกันถึง 4 แต้ม แม้สามารถเรียกจังหวะของตัวเองกลับมาและตีเสมอได้อีกครั้ง ทว่าช่วงแต้มสำคัญกลับไม่สามารถปิดเกมได้ ทำให้แพ้ไปด้วยสกอร์เดิม 19–21 และชวดโอกาสลุ้นแชมป์ที่สามของฤดูกาล นอกจากนี้ ในประเภทคู่ผสม ไต้หวันอีกหนึ่งคู่คือ เยี่ยหงเหว่ย และจันโหย่วเจิน ที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของ BWF เวิลด์ทัวร์เป็นครั้งที่สามของปี ได้ดวลกับคู่มือวางอันดับ 2 จากฝรั่งเศส “ทอม กิเกล–เดลฟีน เดอรู” แต่ใช้เวลาเพียง 35 นาทีก่อนจะพ่ายไป 2 เกมรวด ด้วยสกรอ์ 17–21, 12–21 (ภาพจาก Badminton Photo)

- สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (IWF) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดแบ่งรุ่นน้ำหนักสำหรับโอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิส โดยจะปรับจำนวนรุ่นจาก 10 รุ่นในโอลิมปิกปารีส กลับมาเป็น 12 รุ่นตามระบบเดิม ซึ่งหมายความว่า “กัวซิ่งฉุน” เจ้าของเหรียญทองแดงหญิงรุ่น 59 กก. จากโอลิมปิกครั้งที่ผ่านมา หากต้องการร่วมชิงชัยอีกครั้ง จะต้องขยับขึ้นไปสู่รุ่น 61 กก. ขณะที่ “เฉินเหวินฮุ่ย” มีโอกาสสูงที่จะลงแข่งขันในรุ่นที่เธอถนัดที่สุดคือ 69 กก. ตามประกาศล่าสุดของ IWF รุ่นน้ำหนักสำหรับโอลิมปิกลอสแอนเจลิสได้ถูกกำหนดดังนี้ — ชาย: 65 กก., 75 กก., 85 กก., 95 กก., 110 กก., และ 110 กก. ขึ้นไป / หญิง: 53 กก., 61 กก., 69 กก., 77 กก., 86 กก., และ 86 กก. ขึ้นไป ซึ่งในประเภทหญิง โดยเฉพาะกลุ่มรุ่นน้ำหนักเบาถึงกลางที่นักกีฬาจากไต้หวันมักทำผลงานโดดเด่น เดิมเคยมีหลายรุ่นให้เลือก แต่ครั้งนี้เหลือเพียง 53 กก. และ 61 กก. ทำให้ “เทพธิดายกน้ำหนัก” กัวซิ่งฉุน ซึ่งใน 3 สมัยโอลิมปิกที่ผ่านมาเคยคว้า 1 ทอง 2 ทองแดงในรุ่น 58 และ 59 กก. หากต้องการล่าเหรียญในโอลิมปิกสมัยที่ 4 จะต้องเจอความท้าทายครั้งใหม่ในการขยับขึ้นไปสู่รุ่น 61 กก. ด้าน “เฉินเหวินฮุ่ย” เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกโตเกียวรุ่น 64 กก. และคว้าอันดับ 6 รุ่น 71 กก. ในโอลิมปิกปารีส ได้ตั้งเป้าลงแข่งรุ่น 69 กก. ในโอลิมปิกลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่เธอเพิ่งคว้าเหรียญทองแดงประเภทคลีนแอนด์เจิร์กในศึกชิงแชมป์โลก ล่าสุดโค้ชหวงต๋าเต๋อ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา เฉินเหวินฮุ่ยมักต้องควบคุมน้ำหนักให้พอดีกับการแข่งขันอยู่เสมอ แต่เมื่อมีการประกาศยืนยันว่ารุ่น 69 กก. จะอยู่ในโอลิมปิกครั้งหน้า ก็ทำให้เธอสามารถลงแข่งขันในรุ่นที่เหมาะสมที่สุดได้ ไม่ต้องปรับน้ำหนักอีกต่อไป ถือเป็นผลดีต่อการเตรียมตัวของนักกีฬาอย่างยิ่ง เมื่อพูดถึงภาพรวมการปรับรุ่นน้ำหนักในครั้งนี้ โค้ชหวงต๋าเต๋อชี้ว่า เนื่องจากโอลิมปิกครั้งหน้าจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา และนักกีฬายุโรป–อเมริกามักมีความได้เปรียบในรุ่นน้ำหนักกลาง–หนัก ทำให้ในครั้งนี้รุ่นดังกล่าวถูกเพิ่มจำนวน ขณะที่รุ่นน้ำหนักเบาถึงกลางซึ่งนักกีฬาเอเชียมีความได้เปรียบจะยิ่งมีการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น เขาเสริมว่า “รุ่นหญิง 61 กก. และ 53 กก. จะได้รับผลกระทบมาก รุ่น 49 และ 55 กก. ต้องไปเบียดในรุ่น 53 กก. ส่วนรุ่น 59, 63 และ 64 กก. จะถูกรวมไปอยู่ในรุ่น 61 กก. เฉพาะการแข่งขันในประเทศก็จะดุเดือดมากขึ้นมากแล้ว” (ภาพจาก UDN)

- ในศึกมวยสากลหญิงรายการ WB Cup รอบชิงชนะเลิศประจำปี อู๋ซืออี๋ นักชกสาวทีมชาติไต้หวัน ในรุ่น 57 กิโลกรัม สามารถผ่านเข้ารอบชิงเหรียญทองได้อย่างสวยงาม โดยการแข่งขัน WB Cup Finals จัดขึ้นที่เมือง Greater Noida ประเทศอินเดีย ซึ่งอู๋ซืออี๋โชว์ฟอร์มร้อนแรง เดินหน้าไล่บุกใส่คู่ต่อสู้ชาวเกาหลีใต้อย่าง พัก อา-ฮยอน ตลอดทั้งเกม ก่อนชนะขาดลอย 5-0 ตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงเหรียญทอง โค้ชเคอเหวินหมิง เปิดเผยว่า ฟอร์มของอู๋ซืออี๋ในการชกครั้งนี้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งจังหวะและสมาธิในเกม “ตอนนี้เธอออกหมัดได้เด็ดขาดกว่าเดิม ไม่ลังเล ทำให้ได้เปรียบในการเดินเกมบุกอย่างเห็นได้ชัด” หลังจบการแข่งขัน อู๋ซืออี๋ให้สัมภาษณ์กับสื่อไต้หวัน (CNA) ว่า รู้สึกดีใจที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ แต่ก็ยอมรับว่ามีความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เนื่องจากต้องเจอคู่ต่อสู้จากทีมเจ้าภาพอินเดียในรอบชิง ซึ่งบรรยากาศเสียงเชียร์อาจทำให้กดดันมากขึ้น แต่หวังว่าตัวเองจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเธอประเมินคู่แข่งในรอบรองฯ ว่า ทีมงานวิเคราะห์คู่ชกให้ละเอียด ทำให้รู้ว่าคู่ชาวเกาหลีมีแนวทางการโจมตีต่างจากเธอ จึงได้ปรับแผนซ้อมล่วงหน้า ซึ่งเป็นเหตุผลที่ช่วยให้ชนะได้อย่างราบรื่น โดยคู่ชกของอู๋ซืออี๋ในรอบชิงชนะเลิศคือ ไจสมิน แลมโบเรีย (Jaismine Lamboria) นักชกอินเดียเจ้าภาพ ผู้คว้าเหรียญทองในศึกชิงแชมป์โลกปีนี้ อู๋ซืออี๋กล่าวถึงคู่ชกของเธอว่า “ตัวสูงมาก สูงกว่าเธอเยอะ” ซึ่งเธอไม่ค่อยเจอคู่ต่อสู้ที่สูงกว่าแบบนี้บ่อยนัก จึงมีความประหม่าอยู่บ้าง “เธอใช้มือซ้ายโจมตีเป็นหลัก ต้องระวังเป็นพิเศษ” แม้ต้องเจอกับเสียงเชียร์หนุนหลังของแฟนเจ้าถิ่น แต่อู๋ซืออี๋ยืนยันว่าไม่หวั่น “ฉันไม่กลัวค่ะ ฉันจะพยายามเต็มร้อยเพื่อคว้าเหรียญทองมาให้ได้” โดยนอกจากอู๋ซืออี๋แล้ว ยังมีกัวอี๋ซวน (กลาง) และเฉินเนี่ยนฉิน อีกสองสาวไต้หวันที่สามารถทะลุเข้ารอบชิงฯ เช่นกัน เอาไว้สัปดาห์หน้าเรามาลุ้นกันว่า สามสาวเจ้าสังเวียนจะคว้าเหรียญทองให้ไต้หวันได้กี่เหรียญกัน (ภาพจาก CNA)