1. ไต้หวันเตรียมจัดหาทนายความช่วยลูกจ้างไกล่เกลี่ยค่าชดใช้กรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน รวมแรงงานต่างชาติด้วย เริ่มดำเนินการปี 2569
กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศเตรียมเปิดตัวโครงการช่วยเหลือด้านสิทธิตามกฎหมายแก่ลูกจ้างและครอบครัวผู้ประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน เริ่มเดือนมกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างครบวงจรแก่ลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในที่ทำงาน โดยไม่จำกัดฐานะทางการเงินของผู้ขอรับความช่วยเหลือ ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนเจรจาไกล่เกลี่ยไปจนถึงการดำเนินคดี สำหรับแรงงานต่างชาติ นอกจากบริการข้างต้นแล้ว ยังจะมีบริการล่ามตลอดกระบวนการโดยไม่จำกัดเวลา เพื่อให้สามารถสื่อสารและใช้สิทธิตามกฎหมายได้อย่างเท่าเทียม

โลโก้หรือเครื่องหมายราชการของกระทรวงแรงงานไต้หวัน (ภาพจาก CNA)
ค่าไกล่เกลี่ยกรณีเสียชีวิตจากการทำงาน ร้อยละ 30 ต่ำกว่า 3 ล้านเหรียญไต้หวัน
นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานชี้แจงว่า ลูกจ้างที่ประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน มักต้องเผชิญทั้งความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงความกังวลด้านเศรษฐกิจและสิทธิทางกฎหมาย การขาดข้อมูล ความรู้ทางกฎหมาย และข้อจำกัดด้านการเงิน ทำให้ลูกจ้างและครอบครัวตกอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบในการเจรจาหรือไกล่เกลี่ยกับนายจ้าง ส่งผลให้นอกจากสิทธิที่พึงมีตามกฎหมายแล้ว กรณีเจรจาค่าชดเชยจากการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตจากการทำงาน มากถึงร้อยละ 30 มีมูลค่าต่ำกว่า 3 ล้านเหรียญไต้หวัน ทั้งยังสะท้อนว่านายจ้างบางรายยังขาดความตระหนักในความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยในการทำงาน ขณะที่แรงงานต่างชาติจำนวนมากยังติดขัดเรื่องภาษาและความเข้าใจกฎหมาย จนไม่สามารถเรียกร้องสิทธิได้อย่างเหมาะสม

นายหงเซินฮั่น รมว. กระทรวงแรงงานไต้หวันชี้แจงโครงการช่วยลูกจ้างและครอบครัวไกล่เกลี่ยค่าชดใช้กรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน (ภาพจาก CNA)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานผู้นี้ ยกตัวอย่างกรณีแรงงานชายชาวไต้หวันรายหนึ่งที่เสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว หลังพลัดตกจากโครงสร้างเหล็กที่ไม่มีระบบความปลอดภัย ครอบครัวไม่ทราบสาเหตุของอุบัติเหตุและไม่รู้วิธีเจรจากับนายจ้าง เนื่องจากภรรยาเป็นชาวต่างชาติ ทำให้การสื่อสารและการต่อรองเป็นไปอย่างยากลำบาก อีกกรณีหนึ่งคือแรงงานชายที่กลายเป็นอัมพาตจากอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถเครน แต่ได้รับค่าชดเชยเป็นค่าใช้จ่ายทางการแพทย์จากนายจ้างเพียง 1 ล้านเหรียญไต้หวัน
กระทรวงแรงงานเตรียมทนายความและล่ามดูแลครบทุกขั้นตอน
นายหลินอวี้ถัง (林毓堂) อธิบดีกรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยระบุว่า โครงการนี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 โดยจะให้การสนับสนุนทางกฎหมายอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์เบื้องต้นของสาเหตุอุบัติเหตุ การให้คำปรึกษาทางกฎหมายโดยทนายความมืออาชีพ การร่วมเจรจาไกล่เกลี่ย ตลอดจนการสนับสนุนทางคดี เพื่อให้ลูกจ้างและครอบครัวได้รับค่าชดเชยและความเป็นธรรมตามสมควร ทั้งนี้ โครงการจะครอบคลุมเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในสถานที่ทำงาน ไม่รวมอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางไป-กลับจากที่ทำงาน

นายหงเซินฮั่น (กลาง) รมว. กระทรวงแรงงานไต้หวันชี้แจงโครงการช่วยลูกจ้างและครอบครัวไกล่เกลี่ยค่าชดใช้กรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน (ภาพจาก CNA)
นอกจากนี้ ยังจะมีการจัดทำแบบวิเคราะห์เบื้องต้นของอุบัติเหตุจากการทำงาน เพื่อช่วยให้ลูกจ้างหรือครอบครัวเข้าใจสาเหตุของอุบัติเหตุได้อย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาในการเข้าถึงข้อมูลและเสริมความแข็งแกร่งของหลักฐาน ขณะเดียวกันจะมีบริการล่ามให้แก่แรงงานต่างชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเข้าร่วมกระบวนการแก้ไขข้อพิพาทและใช้สิทธิตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ จากข้อมูลของกองทุนประกันภัยแรงงานพบว่า ปี 2567 ที่ผ่านมา ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติประมาณ 1,500 รายที่ยื่นขอรับสิทธิชดเชยหรือผลประโยชน์จากกองทุนประกันภัยแรงงานในกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพจากอุบัติเหตุในที่ทำงาน
ยกเว้นการตรวจสอบฐานะทางการเงิน และช่วยวางหลักประกันในคดี
นายหวังโฮ่วเหว่ย (王厚偉) อธิบดีกรมแรงงานสัมพันธ์ กระทรวงแรงงานกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการใหม่นี้ได้ขยายขอบเขตความช่วยเหลือทางคดีให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยลูกจ้างที่บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตจากการทำงาน รวมถึงครอบครัว จะได้รับการยกเว้นการตรวจสอบฐานะทางการเงินเพื่อให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางคดีได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังจะครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในกระบวนการคดีอาญา และมีการช่วยเหลือในการวางเงินประกันกรณีขอศาลสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินชั่วคราวของนายจ้างอีกด้วย ทั้งนี้ โครงการนี้จะจัดให้มีทนายความให้คำปรึกษาและร่วมเจรจาไกล่เกลี่ยตั้งแต่เริ่มเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้ลูกจ้างได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยเร็ว ลดความเสี่ยงจากการยอมรับข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรม และยังมีแผนจะขยายความช่วยเหลือทางกฎหมายให้ครอบคลุมกระบวนการอนุญาโตตุลาการแรงงาน เพื่อให้ข้อพิพาทจากอุบัติเหตุในที่ทำงานสามารถยุติได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

โครงการใหม่ข้างต้น สะท้อนความตั้งใจของกระทรวงแรงงานไต้หวันที่จะยกระดับการคุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานต่างชาติและครอบครัวผู้เสียหาย ให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม ปลอดจากข้อจำกัดทางภาษาและการเงิน พร้อมกระตุ้นให้นายจ้างตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในสถานที่ทำงานมากยิ่งขึ้น
2. กระทรวงแรงงานเตือนนายจ้าง ต้องทำประกันภัยอุบัติเหตุจากการทำงานให้ลูกจ้างในวันแรกที่เริ่มงาน ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 20,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป
จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันในไต้หวันมีกิจการหรือสถานประกอบการที่อยู่ในขอบเขตการบังคับใช้ประกันภัยอุบัติเหตุจากการทำงาน ประมาณ 858,000 แห่ง กระทรวงแรงงานเตือนให้นายจ้างทุกแห่ง ต้องดำเนินการจัดทำประกันภัยดังกล่าวให้กับลูกจ้างตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างเริ่มปฏิบัติงาน เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างและหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษปรับ

ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันและการคุ้มครองแรงงานจากอุบัติเหตุจากการทำงาน กำหนดให้แรงงานทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป รวมทั้งแรงงานต่างชาติและผู้อนุบาลต่างชาติ และทำงานในสถานประกอบการที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงแรงงานที่ได้รับอนุญาตว่าจ้างจากกระทรวงแรงงาน ล้วนเป็นกลุ่มที่ต้องเข้าระบบประกันภัยอุบัติเหตุจากการทำงานโดยบังคับ

เพื่อช่วยให้นายจ้างและลูกจ้างเข้าใจข้อกำหนดต่าง ๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น กระทรวงแรงงานได้รวบรวม 5 คำถามสำคัญเกี่ยวกับการทำประกันภัยอุบัติเหตุจากการทำงาน เพื่อไขข้อข้องใจที่พบบ่อย ดังนี้ :
1. หากบริษัทมีลูกจ้างไม่ถึง 5 คน จำเป็นต้องทำประกันภัยหรือไม่?
คำตอบ: จำเป็นต้องทำ แม้จะมีลูกจ้างเพียง 1 คนก็ตาม หากเป็นสถานประกอบการที่จดทะเบียนถูกต้อง นายจ้างต้องดำเนินการทำประกันภัยให้ลูกจ้างตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน
2. ลูกจ้างที่อายุเกิน 65 ปี หรือเคยได้รับเงินบำนาญจากประกันประกันภัยแรงงาน ยังต้องทำประกันภัยอุบัติเหตุจากการทำงานอีกหรือไม่?
คำตอบ: ต้องทำ ไม่ว่าจะอายุเท่าใด หรือเคยได้รับเงินบำนาญมาก่อน นายจ้างต้องจัดทำประกันภัยให้ลูกจ้างตั้งแต่วันเริ่มงานเช่นเดิม
3. ในช่วงทดลองงานสามารถยังไม่ทำประกันภัยได้หรือไม่?
คำตอบ: ไม่ได้ ช่วงทดลองงานถือเป็นการจ้างงานเช่นเดียวกับการจ้างงานปกติ นายจ้างต้องจัดทำประกันภัยให้ลูกจ้างในวันรายงานตัวทำงาน
4. หากนายจ้างไม่จัดทำประกันภัยให้ลูกจ้าง จะมีโทษอย่างไร?
คำตอบ: นายจ้างที่ฝ่าฝืนจะถูกปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 เหรียญไต้หวัน และจะมีการประกาศการละเมิดต่อสาธารณะ
5. หากนายจ้างไม่จัดทำประกันภัย จะกระทบสิทธิในการรับเงินชดเชยของลูกจ้างหรือไม่?
คำตอบ: ไม่กระทบ ประกันภัยอุบัติเหตุจากการทำงานมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มงาน แม้นายจ้างจะยังไม่ดำเนินการ ลูกจ้างยังคงสามารถขอรับสิทธิประโยชน์ได้ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หลังจากสำนักงานประกันภัยจ่ายเงินชดเชยให้ลูกจ้างแล้ว จะดำเนินการเรียกเก็บเงินชดใช้คืนจากนายจ้างตามที่กฎหมายกำหนด

กระทรวงแรงงานย้ำว่า การทำประกันภัยอุบัติเหตุจากการทำงานให้กับลูกจ้าง ไม่เพียงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างหลักประกันความมั่นคงและความปลอดภัยในการทำงานให้แก่แรงงานทุกคนอีกด้วย
3. ชาวเน็ตผงะ! แรงงานต่างชาติขี่จักรยานไฟฟ้าไป กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไป ควบคุมรถด้วยเท้าเดียว ส่ายไปมาตลอดทาง ตำรวจเตรียมสอบสวน
เกิดเหตุพฤติกรรมเสี่ยงบนถนนสาย 150 ในเมืองจางฮั่ว แรงงานต่างชาติรายหนึ่งขี่จักรยานไฟฟ้าไม่ติดป้ายทะเบียน พร้อมทำพฤติกรรมสุดอันตราย ขี่รถไปพร้อมกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไป โดยใช้เพียงเท้าขวาควบคุมคันเร่ง ขณะรถส่ายไปมาตลอดเส้นทาง เหตุการณ์ดังกล่าว ถูกผู้ขับขี่ด้านหลังถ่ายวิดีโอไว้ก่อนนำไปเผยแพร่บนสื่อออนไลน์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่าน YouTube ช่อง WoWtchout โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ระหว่างขับรถในช่วงกลางวันผ่านถนนสาย 150 ได้พบชายรายหนึ่งขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน ลักษณะท่านั่งผิดปกติ ขาทั้งสองข้างยกขึ้นคล้ายท่านั่งขัดสมาธิ ในมือเหมือนถือสิ่งของบางอย่าง ขณะรถโคลงเคลงไปมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อขับเข้าไปใกล้จึงพบว่า ชายคนดังกล่าวซึ่งคาดว่าเป็นแรงงานต่างชาติ กำลังใช้มือทั้งสองประคองชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพื่อรับประทานบนรถ พร้อมใช้เท้าขวาเหยียบคันเร่ง และวางเท้าซ้ายไว้บนแผงด้านล่างของรถ สร้างความหวาดเสียวแก่ผู้เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

แรงงานต่างชาติรายหนึ่งขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขาทั้งสองข้างยกขึ้นคล้ายท่านั่งขัดสมาธิ ในมือเหมือนถือสิ่งของบางอย่าง
ชาวเน็ตวิจารณ์หนัก ทึ่งฝีมือ แต่ชี้เป็นพฤติกรรมอันตราย
หลังคลิปถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก หลายรายกล่าวติดตลกแบบเหลือเชื่อว่า “ตำรวจ : ผมย้ำอีกครั้งนะ คุณบอกว่าเขาขี่รถไปกินบะหมี่ไปจริง ๆ เหรอ?” “มีแต่สิ่งที่คุณคิดไม่ถึง ไม่มีสิ่งที่เทพทำไม่ได้” “ทรงตัวดีมาก แต่ควรปรับข้อหาขับขี่อันตราย!” ขณะเดียวกันก็มีชาวเน็ตบางส่วนยอมรับว่าแม้พฤติกรรมจะชวนทึ่ง แต่ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรเกิดขึ้นบนท้องถนน

แรงงานต่างชาติคนดังกล่าว กำลังใช้มือทั้งสองประคองชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพื่อรับประทานบนรถ พร้อมใช้เท้าขวาเหยียบคันเร่ง และวางเท้าซ้ายไว้บนแผงด้านล่างของรถ
ต่อพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว ตำรวจดำเนินการตรวจสอบและเปิดเผยว่า อาจโดนหลายข้อหา ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งความอย่างเป็นทางการ แต่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว พร้อมตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อยืนยันสถานที่เกิดเหตุและติดตามตัวผู้ขับขี่มาตรวจสอบ ตำรวจระบุว่า หากพิสูจน์ได้ว่าชายในคลิปเป็นผู้กระทำจริง จะถูกดำเนินการตามกฎหมายในหลายฐานความผิด ได้แก่ ขับขี่โดยประมาทหรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่น มีโทษปรับระหว่าง 300–1,200 เหรียญไต้หวัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนปรับ 1,200–3,600 เหรียญไต้หวัน ไม่สวมหมวกกันน็อกปรับเพิ่มอีก 300 เหรียญไต้หวัน เจ้าหน้าที่ระบุว่า จะเร่งตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงเช่นนี้ซ้ำอีกบนท้องถนน

ชาวเน็ตผงะ! แรงงานต่างชาติขี่จักรยานไฟฟ้าไป กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไป ควบคุมรถด้วยเท้าเดียว ส่ายไปมาตลอดทาง ตำรวจเตรียมสอบสวน