สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปปีนเขากัน ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้อีกหนึ่งกิจกรรมที่คนไต้หวันนิยมทำกันก็คือการขึ้นไปท่องเที่ยวบนภูเขาหรือไปปีนเขา เพราะในไต้หวันมีภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 3,000 เมตรขึ้นไปมากกว่า 200 ลูก ส่งผลให้ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา กิจกรรมการปีนเขาเพื่อพิชิตยอดเขาหลักของไต้หวันก็ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งการปีนเขาของไต้หวันแบ่งระดับความยากออกเป็นตั้งแต่ 0-6 คือตั้งแต่ระดับพื้นฐานที่ทุกคนสามารถเข้าร่วมไป ไปจนถึงระดับที่ต้องใช้เวลาหลายวัน มีการเปลี่ยนของสภาพภูมิอากาศ และมีลักษณะภูมิประเทศที่ซับซ้อน ซึ่งผู้ที่ต้องการปีนเขาที่ความยากตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป ก็จะเป็นต้องมีการเตรียมตัวตั้งแต่สภาพร่างกายของตนเอง ไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ระหว่างการเดินทางด้วย โดยเตรียมตัวให้พร้อมหรือทำความเข้าใจก่อนขึ้นไปบนภูเขาก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับกิจกรรมนี้มากขึ้น คลิปุ่มฟังรายการสีแดงตรงมุมบนด้ายซ้ามมือ

กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557-2566 ไต้หวันเกิดอุบัติเหตุบนภูเขาและในป่ารวมทั้งสิ้น 3,450 ครั้ง โดยจากการวิเคราะห์พบว่าสาเหตุหลักได้แก่ 1.สภาพแวดล้อมบนภูเขาและทุ่งโล่งเอื้อต่อการหลงทาง การได้รับบาดเจ็บ และอาการกลัวความสูง 2.การเตรียมตัวไม่เพียงพอและขาดความตระหนักเรื่องความปลอดภัย และ 3.การประมาทในฤดูหิมะซึ่งเสี่ยงต่อการลื่นตกและภาวะตัวเย็นจัด ซึ่งในจำนวนนี้มีสาเหตุจาก “การหลงทาง” มากที่สุดถึง 1,263 ครั้ง คิดเป็นประมาณร้อยละ 37 ของอุบัติเหตุทั้งหมด ด้วยเหตุนี้กระทรวงมหาดไทยไต้หวันจึงได้จัดการประชุมข้ามกระทรวง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางการปรับปรุงการเข้าไปยังพื้นที่ภูเขาและอุทยานแห่งชาติ พร้อมหารือถึงมาตรการป้องกันอุบัติเหตุในพื้นที่ภูเขา และเร่งพิจารณาแนวทางการแก้ไข "กฎหมายอุทยานแห่งชาติ" ประกอบด้วย การบังคับทำประกันภัย บทลงโทษปรับผู้ที่ทำผิดกฎการปีนเขา กลไกการกำกับดูแลของผู้ประสานงานภาคพื้นดิน และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมกู้ภัย เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจว่ากฎระเบียบทั้งภายในและภายนอกเขตอุทยานจะมีมาตรฐานที่สอดคล้องกัน และมีผลบังคับใช้ที่เป็นเอกภาพเหมือนกันทั่วประเทศ

กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แนะนำให้ผู้ที่จะไปปีนเขาดาวน์โหลดแผนที่แบบออฟไลน์ และเช่าอุปกรณ์ระบุตำแหน่งผ่านดาวเทียม รวมถึงใช้แพลตฟอร์มแจ้งแผนการเดินป่า เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้แม้สัญญาณโทรศัพท์บนภูเขาจะไม่เสถียร ยิ่งไปกว่าเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการปีนเขา สำนักงานอุทยานแห่งชาติไต้หวัน ยังได้มีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านกายภาพอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการปรับปรุงที่พักบนเขา 18 แห่ง และสร้างเพิ่มใหม่อีก 9 แห่ง นอกจากนี้ยังร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมติดตั้งสัญลักษณ์ระบุจุดที่สามารถโทรศัพท์ได้แล้วรวม 602 แห่ง และมีบริการซอฟต์แวร์แบบเบ็ดเสร็จสำหรับการยื่นขอขึ้นมาบนภูเขาในไต้หวัน ตลอดจนจัดการอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการปีนเขาให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ช่วงแบ่งปันความคิดถึง :ฟังเสียงคุณศศิธร หอวิจิตร ผู้ฟังเก่าแก่จากจังหวัดสุโขทัย ที่มาร่วมงานนัดพบผู้ฟังประเทศไทย ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา
