ช่วงปลายปีเป็นเวลาที่หลายคนจับจ่ายซื้อของ พบปะสังสรรค์ หรือเฉลิมฉลอง และเป็นช่วงที่แก๊งมิจฉาชีพอาศัยจังหวะเข้ามาหลอกลวงผู้คนเช่นกัน พวกเขาอาจปลอมตัวเป็นแพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์ คนรู้จัก หรือแม้แต่หน่วยงานการกุศลเพื่อหลอกเอาเงินของคุณไป แต่คุณรู้ไหมว่า ในไต้หวัน แรงงานต่างชาติก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่มักตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพด้วยเช่นกัน
คุณสวีเมิ่งฮัน หรือที่แรงงานต่างชาติคุ้นเคยกันในชื่อเสี่ยวสวี ซึ่งปัจจุบันเป็นตำรวจฝ่ายกิจการต่างประเทศ ของสถานีตำรวจซินเตี้ยน เคยเรียนภาษาเวียดนาม เคยทำงานในบริษัทจัดหางาน ซึ่งเขาพบแรงงานต่างชาติรอบตัวไม่น้อยที่เคยถูกมิจฉาชีพหลอก เมื่อไม่นานมานี้ เสี่ยวสวีได้ไปออกรายการวิทยุของ opinion และพูดคุยในประเด็นรูปแบบการหลอกลวงที่แรงงานต่างชาติพบเจอ เหมือนหรือแตกต่างจากชาวไต้หวันอย่างไร และควรป้องกันอย่างไร?

คุณสวีเมิ่งฮัน ตำรวจฝ่ายกิจการต่างประเทศ สถานีตำรวจซินเตี้ยน ให้สัมภาษณ์สื่อ opinion (ภากจาก opinion.cw)
4 รูปแบบการหลอกลวงที่แรงงานต่างชาติพบเจอ
เสี่ยวสวีเผยว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบแรงงานต่างชาติที่หลบหนีคือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ส่วนตำรวจฝ่ายกิจการต่างประเทศ เป็นผู้ช่วยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในงานต่าง ๆ เราจะดูแลคดีที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติทั่วไป เช่น เมื่อชาวต่างชาติมีปัญหา หรือจำเป็นต้องให้ปากคำแต่พูดภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษไม่ได้ เราจะเชิญล่ามมาช่วย นอกจากนี้เมื่อมีเจ้าหน้าที่ต่างประเทศมาเยือนไต้หวัน เราก็ต้องทำแผนรักษาความปลอดภัยให้ด้วย ส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทั่วไปก็คือการออก ใบรับรองความประพฤติ หรือภาษาจีนเรียกว่า 良民證 นั่นเอง
คดีฉ้อโกงเกิดขึ้นแทบทุกวัน สถิติจากสายด่วนป้องกันมิจฉาชีพ 165 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ในเดือนตุลาคม ปี 2025 มีคดีฉ้อโกงทั้งหมด 13,673 คดี ลดลงจากเดือนกันยายน 436 คดี คิดเป็นการลดลงประมาณ 3.1% มูลค่าความเสียหายทางการเงินอยู่ที่กว่า 6,044 ล้านเหรียญไต้หวัน ลดลงจากเดือนก่อนประมาณ 670 ล้านเหรียญไต้หวัน คิดเป็นอัตราการลดลงราว 10%
จากสถิติ การฉ้อโกงจากการซื้อขายออนไลน์ยังคงครองอันดับหนึ่ง มีจำนวน 4,141 คดี รองลงมาคือ การลงทุนปลอม 1,528 คดี ถ้าวัดตามมูลค่าความเสียหายทางการเงิน การลงทุนปลอมมีความเสียหายรุนแรงที่สุด สูงถึง 2,480 กว่าล้านเหรียญไต้หวัน รองลงมาคือ การหลอกเป็นเพื่อนและชวนลงทุน เสียหาย 1,140 ล้านเหรียญไต้หวัน
ไม่ว่าจะเป็นชาวไต้หวันหรือชาวต่างชาติ ก็ล้วนตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงได้ง่าย อย่างไรก็ตาม รูปแบบกลโกงของแต่ละเป้าหมายจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยทั่วไปแล้ว แรงงานต่างชาติ ส่วนใหญ่จะมีชีวิตที่ค่อนข้างเรียบง่าย เช่น ผู้อนุบาลดูแลผู้สูงอายุ ชีวิตของพวกเขาอาจวนเวียนอยู่แค่กับนายจ้างเท่านั้น และมักจะเล่นอินเทอร์เน็ตอยู่เป็นประจำ ไม่ค่อยมีเพื่อนให้พูดคุยหรือปรึกษามากนัก ทำให้พวกเขาเชื่อข้อความต่างๆ บนโลกออนไลน์ได้ง่าย สิ่งที่เจอบ่อยที่สุด เช่น เว็บไซต์ชอปปิงแบบหน้าเดียว แรงงานต่างชาติเคยทักไปหาเสี่ยวสวี และบอกว่า “ทำยังไงดี? ฉันสั่งแล็ปท็อป แต่สิ่งที่ส่งมาคือแผ่นไม้…” บางครั้งพวกเขาอาจไม่ส่งสินค้าอะไรมาด้วยซ้ำ แต่เก็บเงินและหายไป แน่นอนว่าติดต่อฝ่ายบริการลูกค้ายากมากด้วย
เสี่ยวสวีเผยว่า เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ หากเป็นการซื้อขายผ่านร้านสะดวกซื้ออย่างร้าน 7-11 หรือ FamilyMart เราสามารถใช้กฎระเบียบของแพลตฟอร์มช่วยเหลือได้ เช่น ทำเรื่องขอคืนเงิน หรือหาผู้ผลิตเพื่อขอเงินคืน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตามเงินคืนได้ทุกครั้ง บางครั้งก็ไล่ตามไม่ทันจริง ๆ
ประเภทที่ 2 คือ Romance Scam หรือแก๊งหลอกให้รักออนไลน์ เช่น แรงงานต่างชาติคุยกับคนบนโลกออนไลน์ ตอนแรกอาจแชทคุยกันทั้งคืน ต่อมาก็เริ่มมีการโอนเงินให้ แต่สุดท้ายพอรู้ว่าเอาเงินคืนมาไม่ได้ ถึงจะรู้ตัวว่าถูกหลอก บางคนถึงขั้นเป็นหนี้ จ่ายไม่ไหว แล้วหนีออกจากที่ทำงานเดิม ส่งผลให้เกิดปัญหากับนายจ้างอย่างมาก
ประเภทที่ 3 คือ ถูกหลอกจากคนร่วมชาติ เช่น แรงงานต่างชาติไปซื้อของที่ตลาด แล้วเจอคนจากบ้านเดียวกัน ทั้งคู่พูดคุยกันถูกคอเพราะมาจากที่เดียวกัน วันหนึ่งอีกฝ่ายมาขอยืมเงิน คุณอาจคิดว่า “เป็นคนบ้านเดียวกัน ต้องมีความเห็นอกเห็นใจกัน เลยช่วยเขาไป แต่พอถึงเวลาคืนเงิน อีกฝ่ายกลับหายตัวไป คุณอาจคิดว่า คนแถวนั้นคงรู้จักเขา คงตามหาตัวเจอไม่ยาก ไม่หายไปไหนหรอก และปรากฎว่า ตามหาตัวไม่เจอ
และประเภทสุดท้าย แรงงานต่างชาติที่ใกล้ครบสัญญาจ้างงาน และกำลังจะเดินทางออกจากไต้หวัน ไม่ได้ใช้บัญชีธนาคารของตัวเองต่อแล้ว แล้วพวกเขาก็เห็นโฆษณาออนไลน์บอกว่า รับซื้อบัญชีธนาคารราคาสูง แรงงานต่างชาติบางคนคิดว่า แทบไม่ได้ใช้บัญชีธนาคารไต้หวัน เอาให้คนอื่นก็คงไม่มีอะไรเสียหาย เลยขายบัญชีไปแบบไม่ได้คิดอะไรมาก แต่สุดท้าย บัญชีที่เป็นชื่อของพวกเขา กลับถูกแก๊งมิจฉาชีพนำไปใช้ฟอกเงิน และตัวเองก็กลายเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีฉ้อโกงโดยไม่รู้ตัว
เสี่ยวสวีบอกว่าเรื่องแบบนี้ คนไต้หวันก็อาจเจอได้เช่นกัน และถือว่าเป็นเรื่องยุ่งยากมาก เพราะถ้าคุณมีบัญชีหนึ่งถูกระงับ บัญชีอื่นที่เกี่ยวข้องก็จะถูกระงับไปด้วย การโอนเงิน จ่ายบิล หรือรับเงินเดือนก็จะลำบาก การปลดระงับบัญชีต้องใช้ กระบวนการทางกฎหมายที่ยาวนาน ต้องยืนยันว่าคุณบริสุทธิ์หรือถูกลงโทษเรียบร้อยแล้ว และนำเอกสารไปที่ทีมสอบสวนของสถานีตำรวจ จึงจะสามารถปลดล็อกบัญชีได้ อีกทั้งยังไม่ต้องพูดถึงผลกระทบเครดิตทางการเงิน ซึ่งหลาย ๆ คน ไม่รู้ว่าปัญหานี้ร้ายแรงอย่างมาก เสี่ยวสวีจึงใช้โอกาสนี้ ขอประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนระมัดระวังข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง โดยเฉพาะบัญชีธนาคาร ซิมโทรศัพท์ ไม่ควรให้ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้กับใครโดยง่าย
จากประสบการณ์ในการจัดการคดีมามากมาย เสี่ยวสวีพบว่ากลุ่มที่มี ความเสี่ยงถูกหลอกสูงที่สุด คือ คนที่ชอบเล่นอินเตอร์เน็ต ซื้อของ ส่วนคนที่ขาดความพึงพอใจ ขาดความสุข ก็เป็นกลุ่มที่ถูกหลอกได้ง่ายเช่นกัน
เสี่ยวสวียกตัวอย่าง สถานีตำรวจซินเตี้ยน เดือนที่ผ่านมา มีการหลอกลวงหลายรูปแบบ เช่น การลงทุนปลอม การยกเลิกผ่อนชำระปลอม ผู้ขายปลอม เว็บไซต์ชอปปิงออนไลน์ปลอม การแจ้งถูกรางวัลปลอม และหลอกให้รักออนไลน์… ซึ่งเป็น รูปแบบการหลอกลวงที่พบเห็นบ่อย ซึ่งชาวต่างชาติก็เจอเหมือนกัน เช่น เขาอาจเจอหน้าเว็บไซต์ชอปปิง บอกว่าของถูกมาก มีโปรโมชั่นจำกัดเวลา และมีของแถมฟรี คิดแล้วก็คุ้มสุด ๆ จึงรู้สึกว่าต้องซื้อให้ได้
นอกจากนี้ แรงงานต่างชาติที่อยู่ไต้หวันเพียงลำพัง ไม่มีเพื่อนหรือญาติ คนที่พวกเขาพบทางออนไลน์จึงกลายเป็นแหล่งปลอบประโลมทางใจของพวกเขา กลุ่มแก๊งมิจฉาชีพมักจะซ่อนตัวอยู่บนแพลตฟอร์มโซเชียลออนไลน์เหล่านี้ แล้วปลอมตัวเป็นคู่รัก หรือเป็นแค่เพื่อนปลอบใจ ทำให้เหยื่อรู้สึกว่า ตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว เมื่อได้รับความไว้วางใจแล้ว พวกมิจฉาชีพก็จะเริ่มขอความช่วยเหลือทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลของครอบครัว ของขวัญที่ส่งมาติดอยู่ที่ด่านศุลกากร ต้องโอนเงินไปปลดล็อก หรือบอกว่า “รักคุณมาก แต่ตอนนี้ไม่มีเงินมาเจอคุณ ต้องให้คุณโอนเงินค่าสายการบินให้…” หากไม่ให้ พวกเขาก็จะบอกว่า คนๆ นั้นดูเหมือนจะไม่รักพวกเขาจริง ๆ

ถูกหลอกอย่ากลัว รีบแจ้งความทันที !
เมื่อแรงงานต่างชาติโดนหลอกมักจะกังวลว่าทักษะภาษาของตัวเองไม่ดีพอ ไม่รู้จะแจ้งความยังไง แต่ปัจจุบันรัฐบาลมีบริการด้านภาษาหลายช่องทาง เช่น กองแรงงานมีสายด่วน 1955 คุ้มครองแรงงานและให้คำปรึกษา 24 ชั่วโมง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีสายด่วน 1990 ปรึกษาเรื่องชีวิตในไต้หวันสำหรับชาวต่างชาติ โดยให้บริการทั้ง ภาษาจีน อังกฤษ ญี่ปุ่น 24 ชั่วโมง และในวันทำการปกติก็มีบริการใน ภาษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวต่างชาติสามารถโทรสายด่วนทั้งสองหมายเลขนี้ตอนแจ้งความ ใช้ลำโพงโทรศัพท์เพื่ออธิบายสถานการณ์ของตน แล้วขอให้เจ้าหน้าที่แปลคำพูดของตนเป็นภาษาจีน
เสี่ยวสวีสนับสนุนให้แรงงานต่างชาติแจ้งความทันทีเมื่อถูกหลอก เพราะหากแจ้งความเร็ว เงินที่คุณโอนออกไปอาจเพิ่งเข้าบัญชีของอีกฝ่าย ยังไม่ทันถูกโอนไปที่อื่น บัญชีนั้นก็จะถูกอายัด เมื่อคุณดำเนินกระบวนการทางอาญาเสร็จสิ้น และยืนยันได้ว่าเงินนั้นถูกหลอกไป คุณก็มีโอกาสได้เงินคืน แต่บางคนแจ้งความช้าเกินไป ภาพจากกล้องวงจรปิดก็หายไปแล้ว ทำให้ยากต่อการค้นหาหลักฐาน เช่น ตัวคนกดเงินเป็นต้น ดังนั้น หากสงสัยว่าตัวเองอาจถูกหลอก ควรรีบแจ้งความและเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสียหายได้มากที่สุด
แล้วจะป้องกันการถูกหลอกลวงอย่างไร?
เสี่ยวสวีแนะนำว่า หากมีข้อสงสัยควรพูดคุย ปรึกษากับเพื่อนหรือญาติ เพื่อทำการยืนยันว่า สิ่งที่คุณเห็นหรือพบเจอเป็นการหลอกลวงหรือไม่ และใครที่ชอบซื้อของออนไลน์ ควรใช้แพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ และมีสติทุกครั้งที่ทำกิจกรรมทางการเงิน อย่าด่วนตัดสินอะไรก็ตามที่มีผลต่อการเงินในกระเป๋า
เพราะเราทุกคนทำงานเพื่อหาเงินมาอย่างยากลำบาก ดังนั้นต้องปกป้องเงินของตัวเองให้ดี ทุกวันแนวคิดเรื่อง “อิสรภาพทางการเงิน” หรือ “รายได้แบบ Passive Income ” กำลังเป็นที่นิยม แต่ผลตอบแทนสูงมักมาพร้อมกับความเสี่ยงสูง อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คือควรติดตามข่าวสารรอบตัวอยู่เสมอ และรู้จักกลโกงการหลอกลวงต่าง ๆ จะช่วยให้ป้องกันไม่ให้เงินที่หามาอย่างยากลำบาก ถูงแก๊งมิจฉาชีพหลอกไปได้โดยง่าย