ธีระ หยาง 亓淞 และบันเทิงดอทคอม 娛樂達康 ประจำสัปดาห์นี้ (2025-11-23)
- ทักทายกันด้วยผลงานล่าสุดของสาวเพนนี ไต้เพ่ยหนี ในเพลง Bhujanga หรือ 布秧 (ปู้ยาง) ที่เป็นเพลงซาวน์แทรคของภาพยนตร์เรื่อง Mother Bhumi หรือ 地母 (ตี้หมู่ - พระแม่ธรณี) ซึ่งไต้เพ่ยหนี่ (Penny Tai) แต่งทำนองเพลงและร้องเอง โดยมี จางจี๋อัน ผู้กำกับ เป็นคนแต่งเนื้อเพลง ซึ่งเพลงนี้สามารถคว้ารางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลม้าทองคำ ครั้งที่ 62 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (22 พ.ย.) โดย ไต้ เพ่ยหนี่ กล่าวขอบคุณผู้กำกับ จางจี๋อัน ที่มอบโอกาสให้เธอได้มายืนบนเวทีรางวัลม้าทองคำ และยังได้แสดงความขอบคุณต่อคณะกรรมการตัดสิน รวมถึง "นางฟ้าทุกคน" ที่คอยสนับสนุนเธอ จาง จี๋อัน ได้กล่าวขอบคุณทีมงานและเจ้าหน้าที่ชาวมาเลเซียที่เดินทางมาไกล และได้กล่าวขอบคุณ ไต้ เพ่ยหนี่ ที่เชื่อมั่นในเพลงนี้ จาง จี๋อัน ยังกล่าวถึง ฟ่าน ปิงปิง ที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ในวันนี้เป็นพิเศษว่า "เพลงนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ เราทุกคนเชื่อว่า คุณสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ เพลงนี้มอบให้คุณ" โดยเมื่อถูกถามเกี่ยวกับกระบวนการสร้างสรรค์ ไต้เพ่ยหนี่ กล่าวว่า ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในครั้งนี้คือการแต่งเพลงในขณะที่ ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์เลยแม้แต่น้อย โดยได้รับเพียงโปสเตอร์ภาพยนตร์หนึ่งใบและข้อความบางส่วนเท่านั้น เธอกล่าวว่า สิ่งที่โชคดีที่สุดคือผู้กำกับเสนอที่จะเขียนเนื้อเพลงด้วยตัวเอง "เพราะถ้าไม่มีเนื้อเพลงชุดนี้ ฉันก็ไม่สามารถทำให้เพลงนี้เชื่อมโยงกับภาพยนตร์ได้ลึกซึ้งขนาดนี้ ความซีเรียสของเพลงจะหายไปมาก" โดยภาพยนตร์เรื่อง Mother Bhumi (地母) มีฉากหลังเป็นชนบทของมาเลเซีย โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความผูกพันระหว่างคนกับผืนแผ่นดิน, ความเชื่อ และความทรงจำของครอบครัว โดยนี่เป็นครั้งแรกที่ ไต้ เพ่ยหนี่ ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ เธอสร้างสรรค์ผลงานโดยอาศัยภาพบางส่วนและบทสวดจากไทยที่ผู้กำกับมอบให้ โดยที่ยังไม่ได้ดูภาพยนตร์ฉบับเต็ม เธอได้นำเสียงสวดมนต์ดังกล่าวและเสียงบันทึกต้นฉบับของการแห่รอบหมู่บ้านที่ผู้กำกับเอามาให้ กลับมาใช้ในการบันทึกเสียงเพลงด้วย จางจี๋อัน ชื่นชมว่าเธอได้ใส่ "ความลึกลับและมนต์เสน่ห์" ให้กับเพลง "Bhujanga" ทำให้เพลงนี้สอดคล้องกับบรรยากาศลึกลับอันเป็นเอกลักษณ์ของภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี (คลิกที่นี่เพื่อชมบรรยากาศการแสดงบนเวทีของเพลงที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลม้าทองคำปีนี้)

- ไม่ทำให้ผิดหวัง! ฟ่านปิงปิง ดาราสาวชาวจีนคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเทศกาลม้าทองคำครั้งที่ 62 ไปครองอย่างสง่างาม (คลิกชมคลิป) การแสดงอันยอดเยี่ยมของเธอในภาพยนตร์เรื่อง Mother Bhumi (地母) ได้รับการยอมรับอีกครั้ง แม้เธอจะไม่สามารถมาร่วมงานได้ แต่เธอได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อหน้าเวทีผ่านการต่อโทรศัพท์ของผู้กำกับ จางจี๋อัน ซึ่งกล่าวบนเวทีว่า ฟ่านปิงปิง จะปรากฏตัวใน "รูปแบบพิเศษ" เขาเล่าว่า ตอนแรกที่เขายังลังเลว่าจะให้ ฟ่านปิงปิง แสดงในเรื่อง Mother Bhumi ดีหรือไม่ ทั้งสองคนเคยเดินทางไปสำรวจสถานที่ถ่ายทำในทุ่งนาบ้านเกิดของเขาด้วยกัน และ ฟ่านปิงปิง ก็พลัดล้มลงระหว่างทาง เมื่อพักเหนื่อย จางจี๋อัน ถามเธอว่าทำไมเธอถึงพยายามอย่างหนักเพื่อแย่งชิงบทบาทนี้ คำตอบของ ฟ่านปิงปิง คือ "ฉันอยากจะเริ่มต้นใหม่" จากนั้น จางจี๋อัน ได้ต่อโทรศัพท์ถึง ฟ่านปิงปิง ซึ่งเธอพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นจากปลายสายเพื่อกล่าวแสดงความขอบคุณต่อหน้าเวที โดยบอกว่าเธอไม่สามารถมาร่วมงานได้เนื่องจากกำลังถ่ายทำภาพยนตร์ แต่รู้สึกดีใจมากที่ได้ชมการถ่ายทอดสดในช่วงเวลาที่ได้รับรางวัล เธอขอบคุณคณะกรรมการตัดสินรางวัลม้าทองคำสำหรับการยอมรับ และขอบคุณผู้กำกับ จางจี๋อัน สำหรับความเชื่อมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดมา ฟ่านปิงปิง ยังเล่าว่า ตอนที่เธอคุยกับผู้กำกับเรื่องบทบาทนี้ ผู้กำกับเคยถามเธอว่าเต็มใจที่จะ "ทำลายหน้าตาตัวเอง" เพื่อภาพยนตร์หรือไม่ ซึ่งเธอตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเลว่า "ฟ่านปิงปิง พร้อมจะร่วมมือจนถึงที่สุด" เธอเชื่อว่านี่ไม่ใช่แค่คำมั่นสัญญาที่มีต่อตัวละคร แต่ยังเป็นการมอบความไว้วางใจอย่างไม่ลังเล เธอกล่าวว่า บทบาทของฟ่งอิน ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังนำมาซึ่งการสัมผัสทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้ง "ฉันรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของเธอจริงๆ และตัวละครนี้ก็ได้ทำให้ฉันเติบโตมากขึ้น และทำให้ฉันได้สัมผัสถึงพลังแห่งความแข็งแกร่งของผู้หญิงอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น" โดยในภาพยนตร์เรื่องนี้ ฟ่านปิงปิง รับบทเป็นแม่ที่มีความซับซ้อนและลึกลับ ในตอนกลางวันเธอเป็นชาวนาที่ยุ่งอยู่กับการทำนา แต่ในตอนกลางคืนเธอกลายเป็น "หมอผี" ที่ช่วยรักษาโรคและขับไล่สิ่งชั่วร้าย ให้คนในหมู่บ้าน บทบาทนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากภาพจำของ ฟ่านปิงปิง ซึ่งเธอแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในฐานะชาวนาในชนบท, แม่เลี้ยงเดี่ยว และ หมอผี ประจำหมู่บ้าน ที่ต้องกัดฟันต่อสู้กับความยากลำบากและความเหนื่อยล้า นอกจากนี้ ในคืนวันที่ 22 ที่ผ่านมามีชาวเน็ตจีนแผ่นดินใหญ่จำนวนไม่น้อยที่ "มุดกำแพง" เข้าไปดูการถ่ายทอดสดรางวัลม้าทองคำและพูดคุยกันทางออนไลน์ไปพร้อม ๆ กัน โดยหลายคนมุ่งเน้นไปที่การได้รับรางวัลของฟ่านปิงปิง ซึ่งหลังจากที่เธอถูกแบนจากกรณีเลี่ยงภาษีในปี 2018 อาชีพการแสดงของเธอก็ตกต่ำลงทันที และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเธอก็แสวงหาการพัฒนาใหม่ ๆ ในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ชาวเน็ตจีนแผ่นดินใหญ่จำนวนไม่น้อยยกย่องว่า ฟ่านปิงปิง "ถูกแบนก็ยังโบยบิน" ในบรรดาคนมากมายที่ถูกแบนในวงการบันเทิงจีนแผ่นดินใหญ่ "มีเพียงเธอเท่านั้นที่ก้าวออกไปได้" และบางคนถึงกับบรรยายว่าเธอ "เป็นเหมือนนกฟีนิกซ์ที่เกิดใหม่จากเถ้าถ่าน" ชาวเน็ตบางส่วนกล่าวว่า คลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้อง "อาจจะขึ้น 404 ในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ตอนนี้ทุกคนต่างก็ดีใจแทนเธอ" และชี้ว่า "ที่ Weibo ไม่ระเบิดเพราะถูกกดไว้" และ "แม้ถูกกดไม่ให้ติดอันดับคำค้นหายอดนิยม แต่เรารู้ว่าคุณเก่งมาก" นอกจากนี้ ยังมีชาวเน็ตจีนแผ่นดินใหญ่แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาถึงรางวัลม้าทองคำว่า "ความเปิดกว้างของม้าทองคำนั้น รางวัลไก่ทองคำไม่มีวันตามทัน" เป็น "รางวัลที่ดีที่สุดในภาษาจีน" บางคนชี้ว่า "ม้าทองคำยังคงเป็นม้าทองคำ จุดสูงสุดของรางวัลในแวดวงภาพยนตร์ภาษาจีน" และบางคนถอนหายใจว่า "เพราะขอบเขตและความเปิดกว้างของม้าทองคำ อนาคตของภาพยนตร์ภาษาจีนจึงสามารถก้าวไปข้างหน้าได้" "เมื่อเทียบกับไก่ทองคำ ม้าทองคำยังคงมีความเป็นมืออาชีพและยุติธรรม คนที่เข้าใจก็จะเข้าใจ"

- ส่วนหนุ่มคนดังอย่าง จางเจิ้น ก็สามารถคว้าตำแหน่งนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมครั้งที่สองด้วย "การอวยพรจาก 3 วัด" เผยเครื่องรางนำโชคจากภาพยนตร์เรื่อง "Lucky Lu" ในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ เขายอมรับว่าไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับรางวัล แต่ก่อนพิธีมอบรางวัลเขาได้ไปวัด 3 แห่งเพื่อขอพรให้ปลอดภัย และได้หยิบลูกอมจากวัดมาหนึ่งเม็ด ไม่คาดคิดเลยว่ามันจะศักดิ์สิทธิ์มากจนกลายเป็นเครื่องรางนำโชคจริง ๆ คราวนี้เขาต้องกลับไปแก้บนแล้ว นอกจากนี้ เขายังได้แจกหมวกจากวัดให้กับทุกคนอีกด้วย ในขณะที่รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมตกเป็นของ เฉินสวี่ยเจิน จาก People Life, Ocean Wild (人生海海) เธอร้องไห้โฮบนเวทีและกล่าวว่า "รอมา 17 ปี ในที่สุดฉันก็ได้มายืนอยู่ตรงนี้" เธอกล่าวด้วยว่าจะมอบรางวัลนี้ให้กับทุกคนที่รับบทเป็นนักแสดงสมทบ ขอบคุณที่มองเห็นเธอ ด้านรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมตกเป็นของ เจิงจิ้งหัว (รูปล่าง) ที่เข้าชิงจากเรื่อง "Family Matters (我家的事)" เขาถึงกับน้ำตาคลอและร้องไห้สะอึกสะอื้นตอนขึ้นเวที ซึ่งเจ้าตัวยังคงไม่สามารถควบคุมอารมณ์ที่ปั่นป่วนไว้ได้ขณะกล่าวขอบคุณทีมงานและเพื่อนร่วมงาน และกล่าวว่า "ขอบคุณภาพยนตร์ที่ทำให้ผมได้สัมผัสทุกสิ่งนี้"

- ส่วนภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเป็นของ A Foggy Tale หนังย้อนยุคที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ White Terror ในไต้หวันของผู้กำกับ เฉินอวี้ซวิน และ"คุณย่าแห่งชาติ" เฉินสูฟาง ได้รับรางวัลม้าทองคำเกียรติยศประจำปีนี้ เธอเข้าร่วมถ่ายทำวิดีโอแนะนำรางวัลด้วยตัวเอง โดยกล่าวถึงชื่อของตัวละครที่เธอเคยแสดงไปทีละชื่อ การได้เห็นภาพจากภาพยนตร์คลาสสิกของไต้หวัน เช่น "Dust in the Wind (戀戀風塵)" และ "A City of Sadness (悲情城市)" ก็เป็นประจักษ์พยานถึงช่วงชีวิตในการแสดงของเธอและประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไต้หวันอันเป็นตำนาน เฉินสูฟาง ร้องไห้ด้วยความตื้นตันเมื่อขึ้นรับรางวัล เธอประกาศเสียงดังฟังชัดเลยว่า "ฉัน, เฉินสูฟาง, จะแสดงต่อไป และจะไม่ขึ้นค่าตัว!" หลังจบคำกล่าวที่สร้างความประทับใจนี้ ผู้ชมทั้งฮอลล์ก็ปรบมือและส่งเสียงเชียร์กันลั่นสนั่นฮอลล์เลยทีเดียว
