Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568

กลุ่ม NGO เตรียมชุทนุมครั้งใหญ่ในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 เรียกร้องยกเลิกข้อจำกัดอายุงานแรงงานต่างชาติไม่เกิน 12 หรือ 14 ปี
กลุ่ม NGO เตรียมชุทนุมครั้งใหญ่ในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 เรียกร้องยกเลิกข้อจำกัดอายุงานแรงงานต่างชาติไม่เกิน 12 หรือ 14 ปี

1. NGO จัดเวทีเรียกร้องยกเลิกข้อจำกัดอายุงานแรงงานต่างชาติไม่เกิน 12 ปี เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่เดือนธันวาคมนี้

      เพื่อปูทางสู่การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 7 ธันวาคม องค์กรด้านสิทธิแรงงานต่างชาติในไต้หวันร่วมกันจัดเสวนา "ยกเลิกข้อบังคับอายุงาน 12/14 ปีของแรงงานต่างชาติ" มุ่งสร้างความเข้าใจในปัญหามาตรการแรงงานกึ่งฝีมือให้แก่สังคม ผลักดันให้ประเด็นสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานต่างชาติได้รับความสนใจจากนโยบายรัฐมากยิ่งขึ้น องค์กรผู้จัดย้ำว่า การยกเลิกเพดานการทำงานสูงสุด 12/14 ปี ซึ่งเป็นระบบที่ผลักให้แรงงานตกอยู่ในความเสี่ยงของการถูกบังคับใช้แรงงาน คือรูปแบบของความเคารพต่อแรงงานทุกกลุ่มที่อยู่บนแผ่นดินไต้หวันอย่างแท้จริง

NGO เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ในวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 เรียกร้องรัฐยกเลิกข้อจำกัดอายุงานแรงงานต่างชาติไม่เกิน 12/14 ปี (ภาพจาก FB : TIWA)

      Ribut ตัวแทนจากสหภาพแรงงานผู้อนุบาล SBIPT แถลงว่า ผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลต่างชาติยังคงถูกกันออกจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ทำให้ไม่มีสิทธิรับค่าทำงานล่วงเวลา ไม่มีวันหยุด หรือวันลาพักผ่อน อีกทั้งยังถูกคาดหวังให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งดูแลผู้สูงอายุพร้อมกับงานบ้านทุกประเภท งานจึงถูกขยายขอบเขตไม่สิ้นสุดโดยไร้กลไกกำกับดูแล ส่งผลให้การใช้ความรุนแรง การคุกคามทางเพศ การเลิกจ้างโดยพลการ ไปจนถึงการถูกเลื่อนการเข้ารับการรักษาพยาบาล เกิดขึ้นเป็นประจำ

กลุ่ม NGO ชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ  (ภาพจาก FB : SBIPT)

      ด้าน Ignas ตัวแทนสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมการผลิต (SEBIMA) ชี้ว่า แรงงานจำนวนมากที่ทำงานในไต้หวันมาแล้ว 6–12 ปี ต่างตั้งหลักแหล่ง มีเครือข่ายทางสังคมและความเป็นอยู่มั่นคง แต่ต้องถูกบังคับกลับประเทศ ทำให้หลายคนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตเดิมได้อีก เขายกตัวอย่างแรงงานในโรงงานที่มีทักษะชำนาญ ทำงานมานาน แต่เมื่อสอบถามนายจ้างเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่มีเหตุผล เพื่อรักษาสิทธิอยู่ต่อในไต้หวัน บางรายถึงขั้นยอมไม่ขอขึ้นเงินเดือน หรือยอมรับค่าจ้างที่ลดลง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าโครงสร้างปัจจุบัน ผลักแรงงานให้ลดค่าตัวเอง เพื่อแลกโอกาสการดำรงชีวิต

กลุ่ม NGO ชุมนุมประท้วงกระทรวงแรงงานปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากแรงงานต่างชาติหลากหลายรายการ แม้แต่แรงงานกึ่งฝีมือก็ไม่เว้น (ภาพจาก CNA)

      นางสาวหยางหย่าเหวิน นักวิจัยด้านกฎหมายของ Academia Sinica ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยแห่งชาติของไต้หวัน ตั้งข้อสังเกตว่า ระบบแรงงานต่างชาติของไต้หวันถูกออกแบบขึ้นในยุคอำนาจนิยม ก่อนสังคมจะเข้าสู่ประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ เป้าประสงค์ตั้งต้นจึงไม่ใช่การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เช่น ข้อกำหนดห้ามเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ หรือทำหน้าที่เพียงแรงงานเสริม ไม่แข่งขันกับแรงงานท้องถิ่น ขณะที่หลักการพื้นฐานของกฎหมายแรงงานเดิมคือ การใช้สัญญาแบบไม่มีกำหนดระยะเวลาเป็นหลัก และใช้สัญญาระยะสั้นเฉพาะกรณีจำเป็น แต่กลับกลายเป็นว่าแรงงานต่างชาติทั้งหมด ถูกกำหนดให้ใช้สัญญาระยะกำหนดเวลาโดยปริยาย และยังผูกสถานะการพำนักไว้กับนายจ้าง ทำให้การลาออกอย่างเสรีแทบเป็นไปไม่ได้

กลุ่ม NGO ชุมนุมประท้วงกระทรวงแรงงานปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากแรงงานต่างชาติหลากหลายรายการ แม้แต่แรงงานกึ่งฝีมือก็ไม่เว้น (ภาพจาก CNA)

      Eni Lestari ประธานสหพันธ์แรงงานข้ามชาติสากล (IMA) ระบุว่า ปี 2568 จำนวนผู้ย้ายถิ่นข้ามชาติทั่วโลกแตะ 304 ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นผลจากความเหลื่อมล้ำ สงคราม และวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ซ้อนทับกัน และภายใต้ตรรกะของเสรีนิยมใหม่ ระบบแรงงานถูกกำหนดให้มุ่งความคุ้มค่าสูงสุด โดยมองมนุษย์เป็นเพียง “อะไหล่แรงงานที่เปลี่ยนแทนได้ตลอดเวลา” ในความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและอินโดนีเซีย แรงงานยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ตั้งแต่วีซ่า ตั๋วเครื่องบิน ใบอนุญาต การฝึกอบรม ไปจนถึงค่าบริการนายหน้าในทุกครั้งที่เดินทางกลับมาทำงาน

กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ  (ภาพจาก Rti)

      เฉิน ซู่เซียง นักวิจัยจากสมาคมแรงงานต่างชาติไต้หวัน (TIWA) วิเคราะห์ว่า ไต้หวันอยู่ในตำแหน่งผู้รับผลประโยชน์จากแรงงานข้ามชาติอย่างมาก โดยไม่ต้องรับผิดชอบต้นทุนการเลี้ยงดู การศึกษา และการพัฒนาทักษะของแรงงานตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งล้วนเป็นภาระของรัฐบาลและครอบครัวในอินโดนีเซีย แต่สามารถใช้แรงงานที่ “พร้อมทำงาน” ได้ทันที เมื่อเวลาผ่านไป 12–14 ปี ร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพ ไต้หวันก็สามารถส่งแรงงานกลับประเทศได้โดยไม่ต้องรับภาระด้านสวัสดิการระยะยาว เธอย้ำว่าเพดานอายุงานคือหัวใจสำคัญของปัญหาเชิงโครงสร้าง ดังนั้นขบวนการแรงงานจึงมุ่งเรียกร้องให้ “ยกเลิกข้อจำกัดอายุงานอย่างถาวร”

2. หญิงไทยถือฟรีวีซ่าเข้าไต้หวันหวังหางานรายได้ดี สุดท้ายทนค่าจ้างต่ำ-สภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ไม่ไหวเข้ามอบตัว นำไปสู่การจับกุมผีน้อยอีก 39 ราย

      หญิงไทยรายหนึ่งเดินทางเข้าไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แต่แท้จริงลักลอบทำงานผิดกฎหมาย ได้ตัดสินใจเข้ามอบตัวต่อตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเป เนื่องจากไม่สามารถทนต่อการถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ ค่าจ้างต่ำ และสภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ได้อีกต่อไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเปิดปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายนายหน้าเถื่อนข้ามชาติที่ล่อแรงงานไทยเดินทางเข้าไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยว โดยพบว่าเครือข่ายนายหน้าเถื่อนแก๊งนี้มีทั้งในไทยและในไต้หวันร่วมกันดำเนินการ เก็บค่าหัวคิวสูงสุดกว่า 35,000 เหรียญไต้หวันต่อคน จากนั้นส่งไปทำงานเกษตรอย่างผิดกฎหมาย ตำรวจช่วยเหลือผีน้อยไทยออกมาได้ 39 คน

หญิงไทยทนค่าจ้างต่ำ-สภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ไม่ไหวเข้ามอบตัว นำไปสู่การจับกุมผีน้อยชาติเดียวกันอีก 39 ราย (ภาพจาก สตม. ไต้หวัน)

ไต้หวันพบเครือข่ายนายหน้าไทย-ไต้หวัน ชักจูงคนไทยเข้าไต้หวันทำงานผิดกฎหมายด้วยฟรีวีซ่า

      หญิงไทยรายนี้ให้การว่า ตนเข้ามาไต้หวันผ่านนายหน้าเถื่อนชาวไทย โดยอ้างการเดินทางท่องเที่ยว แต่ถูกจัดส่งไปทำงานผิดกฎหมายตลอดช่วงพำนักในไต้หวัน ที่พักที่นายจ้างจัดให้อยู่ในสภาพทรุดโทรมแออัด ค่าจ้างต่ำจนไม่สามารถดำรงชีพได้ เธอจึงเลือกเข้ามอบตัวเพื่อขอให้ตำรวจส่งตัวกลับประเทศไทยโดยเร็ว ข้อมูลที่หญิงไทยรายนี้ให้กับตำรวจ นำไปสู่การจัดตั้งชุดปฏิบัติการสืบสวนเฉพาะกิจของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนิวไทเป ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่สืบสวนอย่างละเอียดจนพบว่าเครือข่ายนายหน้าทั้งสองประเทศร่วมกันจัดระบบชักชวนคนไทยให้ใช้สิทธิ์ฟรีวีซ่า เดินทางเข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมายจำนวนมาก ตั้งฐานการทำงานและหอพักอยู่ในเมืองหยุนหลิน 4 จุดหลัก เจ้าหน้าที่จึงวางแผนลงพื้นที่พร้อมกันหลายสายเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม และ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา รอจังหวะแรงงานผิดกฎหมายออกไปทำงาน ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุมชาวไทยที่เดินทางมาทำงานอย่างผิดกฎหมายได้อีก 39 คน มากจนต้องใช้รถบัสตำรวจลำเลียงกลับไปสอบสวน

หญิงไทยทนค่าจ้างต่ำ-สภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ไม่ไหวเข้ามอบตัว นำไปสู่การจับกุมผีน้อยชาติเดียวกันอีก 39 ราย (ภาพจาก สตม. ไต้หวัน)

เปิดโปงเส้นทางเงินนายหน้าเถื่อน เก็บค่าหัวคนละ 20,000–35,000 เหรียญไต้หวัน

      แรงงานไทยที่ถูกจับกุมต่างให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่าแต่ละคนถูกชักชวนโดยนายหน้าต่างรายกันไป ซึ่งการสอบสวนพบหนึ่งในนายหน้าชาวไทยที่อาศัยอยู่ในไต้หวันได้รับค่าหัวสูงถึง 20,000–35,000 เหรียญไต้หวันต่อการพาคนไทยหนึ่งคนเดินทางเข้ามาแบบ ท่องเที่ยว แต่ทำงานผิดกฎหมาย ทางการตำรวจได้ขยายผลสืบสวนไปยังนายหน้าเถื่อนในไทย ผู้รับงานในไต้หวัน และนายจ้างที่จ้างงานผิดกฎหมาย เพื่อรื้อถอนเครือข่ายนายหน้าเถื่อนทั้งหมดและดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมยึดทรัพย์จากผลประโยชน์ที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย

อดีตแรงงานไทยในอิสราเอล เผยหนีสงคราม หวังมาหาเงินที่ไต้หวัน แต่ต้องแลกด้วยค่าจ้างต่ำเพียงวันละ 1,000 เหรียญ

      แรงงานไทยบางรายให้การว่า เคยไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล แม้จะได้ค่าจ้างสูง แต่ต้องหลบหนีจากสงครามอิสราเอล - ฮามาสหลังเพื่อนร่วมงานถูกโจมตี จึงเลือกเดินทางเข้าไต้หวันแทน ด้วยความเชื่อว่าจะทำงานได้ง่าย ปลอดภัย และมีรายได้ดี แต่กลับพบว่าต้องอาศัยอยู่ในเพิงพักที่แออัดสกปรก ทำงานหนักทั้งแปรรูปเกษตรและเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่ได้รับค่าจ้างไม่ถึงวันละ 1,000 เหรียญไต้หวัน ต่ำกว่ามาตรฐานอย่างมาก ยังต้องอยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ ใช้ชีวิตอย่างลำบาก หลายคนยอมรับว่าเข้าใจผิดคิดว่าการใช้วีซ่าท่องเที่ยวแบบไม่ต้องขออนุญาตและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง จะเข้ามาหาเงินได้เร็ว แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม ยังไม่ทันเก็บเงินก็ถูกจับกุม ความฝันบินมาขุดทองที่ไต้หวันต้องพังทลายลง

หญิงไทยทนค่าจ้างต่ำ-สภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ไม่ไหวเข้ามอบตัว นำไปสู่การจับกุมผีน้อยชาติเดียวกันอีก 39 ราย (ภาพจาก สตม. ไต้หวัน)

ตำรวจไต้หวันเดินหน้ากวาดล้างนายหน้าเถื่อน เตือนนายจ้างและคนไทยอย่าร่วมขบวนการผิดกฎหมาย

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันชี้ว่า เนื่องจากมีขบวนการนายหน้าเถื่อนชักใยอยู่เบื้องหลัง ส่งผลให้คนไทยใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาทำงานผิดกฎหมายเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง กลายเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยและกระทบสิทธิแรงงานถูกกฎหมายอย่างรุนแรง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันเปิดเผย ขณะนี้สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นนายหน้าเถื่อนชาวไทยและชาวไต้หวัน 4–5 ราย และนายจ้างที่รับแรงงานผิดกฎหมายอีก 2–3 ราย เตรียมขยายผลไปยังเครือข่ายนายหน้าในประเทศไทยและผู้ประสานงานที่ไต้หวัน พร้อมตรวจสอบเส้นทางผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ คดีดังกล่าวกำลังถูกส่งต่อให้สำนักงานอัยการหยุนหลินดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการจ้างงานต่อไป

หญิงไทยทนค่าจ้างต่ำ-สภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ไม่ไหวเข้ามอบตัว นำไปสู่การจับกุมผีน้อยชาติเดียวกันอีก 39 ราย (ภาพจาก สตม. ไต้หวัน)

      ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนิวไทเปเตือนนายจ้างว่า หากจ้างแรงงานผิดกฎหมายจะถูกปรับ 150,000–750,000 เหรียญไต้หวัน และหากทำผิดซ้ำภายใน 5 ปี มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ขณะที่นายหน้าเถื่อนเรียกเก็บเงินจากแรงงานเพื่อหวังผลประโยชน์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับสูงสุด 1.2 ล้านเหรียญไต้หวัน และเรียกร้องคนไทยอย่าหลงเชื่อคำชักชวนของนายหน้าเถื่อน เพราะนอกจากเสี่ยงถูกหลอก เสี่ยงอันตราย ยังอาจถูกจับกุม เนรเทศ และต้องเสียเงินจำนวนมากโดยไม่ได้อะไรกลับมา

3. ศาลไต้หวันจำคุก 3 แรงงานเวียดนาม รีดไถข่มขู่ผู้ถูกกักกันรุ่นน้องชาติเดียวกัน อ้างเป็นธรรมเนียมสืบทอดต่อกันในสถานกักกัน

      ศาลท้องถิ่นนิวไทเปมีคำพิพากษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ตัดสินให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 3 ราย ซึ่งหลบหนีนายจ้างและถูกจับกุม ถูกส่งไปกักตัวในสถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เขตภาคเหนือ หลังตรวจพบว่าได้ร่วมกัน ข่มขู่ รีดไถ เรียกรับเงิน และทำร้ายร่างกายผู้ถูกกักกันรายใหม่ โดยอ้างว่าเป็น “กฎที่มีอยู่เดิม” ภายในสถานกักกัน ศาลมีคำสั่งลงโทษจำคุกผู้ต้องหาทั้ง 3 ตั้งแต่ 1 ปี 2 เดือน – 1 ปี 4 เดือน หลังรับโทษครบกำหนดแล้ว จะถูกเนรเทศออกนอกประเทศ

      จากการสอบสวนของอัยการพบว่า ภายในสถานกักกันดังกล่าวมีมอบหมายให้ผู้ถูกกักกันบางรายให้ทำหน้าที่หัวหน้าห้อง และผู้ช่วยงาน เพื่อช่วยดูแลกิจวัตรของผู้ถูกควบคุมตัวคนอื่น ๆ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นายเลซึ่งเป็นหัวหน้าห้องในขณะนั้นถูกกล่าวหาว่าทำร้ายผู้ถูกกักกันรายใหม่คนหนึ่ง และให้นายเหงียนข่มขู่ว่า ถ้าไม่โอนเงิน จะได้ใช้ชีวิตเหมือนสุนัข ผู้เสียหายจึงถูกบีบให้โอนเงิน 6 ล้านด่องเวียดนาม (ราว 7,000 เหรียญไต้หวัน) เพื่อแลกกับความปลอดภัย

      คำพิพากษาระบุว่า เมื่อเดือนกรกฎาคม นายหลิงขึ้นเป็นหัวหน้าห้อง เขาและผู้ช่วยงานคือนายกิ่วและนายเหงียนยังคงใช้วิธีเดิม โดยศาลระบุว่า ทั้งสามได้ทำร้ายร่างกายผู้ถูกกักกันใหม่ ใช้รองเท้าแตะตบใบหน้าและใช้วาจาข่มขู่อีกหลายครั้ง รีดไถเรียกเงินลสำเร็จแล้ว 2 ครั้ง เป็นจำนวนรวมระหว่าง 8–10 ล้านด่องเวียดนาม (ประมาณ 9,000–11,000 เหรียญไต้หวัน) และมีอีก 1 ครั้งที่พยายามรีดไถ 5 ล้านด่องเวียดนาม แต่ไม่สำเร็จ

ตำรวจจับแก๊งทวงหนี้ 4 แรงงานเวียดนามจับเพื่อนร่วมชาติที่ติดหนี้พนัน 30,000 ไปเรียกค่าไถ่ 200,000 เหรียญ ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งในชนบท เมืองหยุนหลิน

      เมื่อเรื่องถูกเปิดโปง ผู้ต้องหาทั้ง 3 รับสารภาพทั้งหมด โดยนายหลิง ให้การว่า แม้ตนเคยเป็นเหยื่อมาก่อน แต่ระบบในสถานกักกันมีมานาน และตนเพียงสืบทอดกฎลับที่มีอยู่ ส่วนนายกิ่ว อ้างว่าการรีดไถเพื่อใช้ซื้อของจำเป็นในสถานกักกัน และเพื่อรับประกันว่าเราจะไม่ถูกทำร้ายอีก ด้านนายเหงียน ให้การว่าเงินดังกล่าวแลกกับความสงบ พร้อมเปิดเผยว่าตนเองก็เคยจ่ายมาแล้ว 3 ล้านด่องเวียดนาม เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกทำร้าย

      ทนายจำเลยขอให้ศาลพิจารณาลดโทษ เพราะทั้งสองคนไม่ใช่ผู้ริเริ่ม และเงินที่เรียกไม่ได้เข้าบัญชีของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ศาลไม่รับฟังข้ออ้างนี้ พร้อมระบุว่า การที่เคยเป็นผู้ถูกทำร้าย ไม่ใช่เหตุอ้างว่ามีสิทธิทำร้ายผู้อื่น ผู้ถูกกักกันมีช่องทางร้องเรียนอยู่แล้ว หากถูกกระทำไม่ชอบ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่สืบทอดพฤติกรรมผิดกฎหมาย การทำร้ายและข่มขู่เป็นพฤติกรรมที่ไม่มีประเทศใดสามารถยอมรับได้ ศาลชี้ว่า จำเลยทั้งสามไม่เพียงละเมิดกฎหมาย แต่ยังละเลยความรับผิดชอบและไร้น้ำใจ ในฐานะคนชาติเดียวกันควรดูแลซึ่งกันและกัน แต่กลับใช้กำลังและคำขู่เพื่อเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย ทั้งยังไม่ยอมชดใช้หรือไกล่เกลี่ยใด ๆ

แรงงานเวียดนามทวงหนี้พนัน จับเพื่อนร่วมชาติทรมานและเรียกค่าไถ่ 20 เท่าจากพ่อแม่ของลูกหนี้ที่บ้านเกิด ถูกตำรวจเถาหยวนจับได้ทั้งแก๊ง

      แม้ศาลยอมรับว่าสภาพแวดล้อมในสถานกักกันอาจทำให้เกิดวัฒนธรรมผิดเพี้ยนที่สืบทอดกันมา แต่ก็ไม่ได้เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลุดพ้นจากความผิด จึงตัดสินโทษจำคุกตามที่ระบุ และสั่งผลักดันออกนอกประเทศเมื่อพ้นโทษแล้ว

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解