ทีมวิจัยของ ศ.กัวอวี๋หลิน แห่งม.เทคโนโลยีไต้หวันพัฒนาแบตเตอรี่ของไหลวาเนเดียม เพิ่มความปลอดภัยและลดรอยเท้าคาร์บอนอย่างมาก
ทีมวิจัยจาก มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University of Science and Technology) หรือเรียกย่อว่า ไถเคอต้า ได้พัฒนา “แบตเตอรี่ชนิดของไหลวาเนเดียม” (Vanadium Redox Flow Battery) ด้วยเทคโนโลยีพลาสมา โดยมีจุดเด่นคือ กระบวนการผลิตคาร์บอนต่ำ อายุการใช้งานยาวนาน และมีความปลอดภัยสูง ช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาไฟไหม้หรือระเบิดที่มักเกิดกับแบตเตอรี่ลิเทียม และยังสามารถลดคาร์บอนฟุตพรินต์ในการผลิตได้อย่างมาก
ไถเคอต้า ระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีจัดเก็บพลังงานที่ใช้กันทั่วไป เช่น แบตเตอรี่ตะกั่วกรด และ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ต่างมีข้อจำกัด คือ แบตเตอรี่ตะกั่วกรดมีต้นทุนต่ำแต่ก่อมลพิษจากสารตะกั่วและกรด ส่วนแบตเตอรี่ลิเทียมแม้มีพลังงานหนาแน่นสูงและขนาดกะทัดรัด แต่มีความเสี่ยงไฟไหม้และระเบิดหากเกิดความร้อนสูงเกินไป ชาร์จไฟเกิน หรือโครงสร้างเสียหาย
ทีมวิจัยภายใต้การนำของ ศ.กัวอวี๋หลิน (郭俞麟) แห่งภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ใช้เทคนิค “พลาสมาความดันบรรยากาศ (Atmospheric Plasma Processing)” ในการผลิตขั้วไฟฟ้าของแบตเตอรี่ของไหล โดยไม่ต้องใช้กรด ไม่ก่อให้เกิดน้ำเสียเคมี และไม่ต้องใช้เครื่องมืออุณหภูมิสูงหรือสุญญากาศ ทำให้กระบวนการผลิตมีความเรียบง่าย ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บพลังงาน พร้อมทั้งลดรอยเท้าคาร์บอนและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยลงอย่างมาก
ศ.กัวอวี๋หลิน ระบุว่า กระบวนการผลิตรูปแบบใหม่นี้แทบไม่ใช้พลังงาน ทำให้ลดคาร์บอนฟุตพรินต์และหลีกเลี่ยงภาษีคาร์บอนได้ พร้อมมองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้ไต้หวันก้าวขึ้นมามีบทบาทในเวทีพลังงานสีเขียวระดับโลก พร้อมย้ำว่า “พลังงานสีเขียวที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การลดคาร์บอน แต่ต้องทำให้ทุกคนสามารถเป็นผู้ผลิตพลังงานได้ด้วย”
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังเผยว่า แบตเตอรี่ของไหลชนิดนี้สามารถเชื่อมต่อกับระบบพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมได้โดยตรง ทำหน้าที่เสมือน “หอเก็บพลังงานไฟฟ้า” คือเก็บพลังงานในช่วงที่ใช้ไฟน้อย และจ่ายไฟในช่วงที่มีความต้องการสูง ช่วยให้ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือนสามารถใช้ไฟได้อย่างอิสระและยั่งยืน
เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเทียม แบตเตอรี่ของไหลมีข้อดีหลายประการ ได้แก่ จ่ายไฟได้อย่าง เสถียรต่อเนื่อง, ไม่ติดไฟและไม่ระเบิดง่าย, อายุการใช้งานยาวนานกว่า และ ขยายระบบได้ง่ายและยืดหยุ่นตามขนาดการใช้งาน ดังนั้น เทคโนโลยีแบตเตอรี่ของไหลวาเนเดียมจึงอาจเป็นอีกก้าวสำคัญของไต้หวัน ในการก้าวสู่สังคมพลังงานสีเขียวอย่างแท้จริง