ตอนนี้ร้านขายยาทั่วไต้หวันมีมากกว่าร้านสะดวกซื้อแล้ว
ข้อมูลล่าสุดของกระทรวงการคลังไต้หวันชี้ว่า จำนวนร้านขายยาทั่วประเทศทะลุ 10,000 แห่ง มากกว่าจำนวนสาขาร้านสะดวกซื้อแล้ว เพื่อตอบรับกระแสสังคมสูงวัย ร้านขายยาในชุมชนกำลังกลายเป็นฐานสำคัญของ “การแพทย์เชิงป้องกัน” พัฒนาเครือข่ายการดูแลด้านเภสัชกรรมอย่างต่อเนื่อง สมาคมไชนีส ซับเฮลธ์(Chinese Sub-Health Association-中華亞健康協會)ร่วมมือกับสมาคมเภสัชกรกรุงไทเป เดินหน้าผลักดันโครงการดูแลสุขภาพในชุมชน ทำให้บริการทางการแพทย์ใกล้ชิดชีวิตประจำวันมากขึ้น
ภายใต้สังคมผู้สูงวัย ร้านยาชุมชนเชื่อมต่อบริการดูแลระยะยาว พร้อมมอบบริการครบวงจรแก่ผู้สูงอายุ
หลินอี้จวิน(林憶君) ประธานสหพันธ์สมาคมเภสัชกรไต้หวัน(Federation of Taiwan Pharmacists Associations) กล่าวว่าหลังเข้ารับตำแหน่งมีเป้าหมายหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ยกระดับความเชี่ยวชาญของเภสัชกร คุ้มครองสิทธิและสภาพแวดล้อมการทำงาน และเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและนานาชาติ ปัจจุบันสมาคมมีความร่วมมือกับอินโดนีเซียและเกาหลี และมีแผนสร้างความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นเพิ่มเติม
ในประเด็นขาดแคลนยา เธอกล่าวว่าสำนักงานอาหารและยาไต้หวัน กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสมาคมเภสัชกรได้จัดทำ “ระบบติดตามการจัดหายา” ทำให้ช่องทางสื่อสารราบรื่นขึ้น แต่สาเหตุสำคัญของยาขาดตลาด คือราคายาที่เบิกได้จากประกันสุขภาพต่ำเกินไป ต้นทุนการผลิตยาบางชนิดสูงกว่าราคาที่กำหนดโดยกองทุนประกันสุขภาพ บริษัทผู้ผลิตจึงถอนตัวออกจากตลาดไต้หวัน ทางสมาคมจะช่วยให้ประชาชนยอมรับยาเทียบเคียง พร้อมทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยด้านยาอย่างมืออาชีพ
หลินอี้จวินย้ำว่า จะใช้พลังของเภสัชกรสนับสนุนนโยบายภาครัฐ รวมพลังเภสัชกรทั่วประเทศ โดยยึด “ความเชี่ยวชาญนำทาง คุ้มครองสิทธิในวิชาชีพ และพัฒนาสุขภาพอย่างยั่งยืน” เป็นแกนกลาง ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับสมาคมไชนีส ซับเฮลธ์(Chinese Sub-Health Association-中華亞健康協會)และสมาคมเภสัชกรไทเป เพื่อผลักดันสุขภาพประชาชน และทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจแนวคิดของสมาคมไชนีส ซับเฮลธ์ และดูแลสุขภาพตนเองตั้งแต่ชีวิตประจำวัน
ไต้หวันเผชิญสังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอด จับมือสมาคมเภสัชกรกรุงไทเปผลักดัน “โครงการสุขภาพแบบองค์รวม”
ปี 2025 เป็นปีแรกที่ไต้หวันเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” โดยเฉลี่ยทุก 5 คนมี 1 คนอายุเกิน 65 ปี ขณะเดียวกันโรคเรื้อรังและโรคหัวใจ-หลอดเลือดก็มีแนวโน้มเกิดในคนอายุน้อยมากขึ้น อู๋เทียนเฉิง กรรมการบริหารสมาคมสุขภาพกึ่งแข็งแรงระบุว่า ร้านขายยาในชุมชนจะเดินหน้าบูรณาการการจัดการสุขภาพแบบยั่งยืนและใช้เทคโนโลยีมากขึ้น กลายเป็นฐานสำคัญด้านความปลอดภัยและความยืดหยุ่นของระบบสุขภาพ และจะพัฒนาเป็น “ศูนย์ดูแลสุขภาพหลากมิติ” และ“ร้านขายยาเป็นเหมือนเพื่อนบ้านที่ดีของชุมชน”
อิ่นไต้จื้อ(尹岱智) ประธานสมาคมเภสัชกรไทเป นำทีมเภสัชกรกว่า 600 คน เริ่มต้นจากงานสาธารณสุขในชุมชน เปลี่ยนจากการรณรงค์สู่การลงมือทำจริง กระตุ้นให้ประชาชนลุกขึ้นมาดูแลสุขภาพตนเอง ร้านขายยาก็กำลังปรับตัวจากโมเดลเดิม เชื่อมโยงบริการดูแลผู้สูงอายุและดูแลระยะยาว สร้างบริการและโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ
อิ่นไต้จื้อ(尹岱智)ระบุว่า เภสัชกรนอกจากงานด้านเภสัชกรรมและการให้ความรู้ด้านการใช้ยาแล้ว ยังสามารถให้บริการด้านสาธารณสุข การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพ โดยสมาคมได้ร่วมมือกับสำนักอนามัยไทเปและหลายองค์กร เช่น โครงการคัดกรองมะเร็ง ช่วยเลิกบุหรี่และป้องกันสารเสพติด รวมถึงการให้ความรู้เรื่องภาวะสมองเสื่อม เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทันท่วงที