ธีระ หยาง 亓淞 และบันเทิงดอทคอม 娛樂達康 ประจำสัปดาห์นี้ (2025-12-07)
- การรวมตัวระดับจักรวาลของวงการเพลงจีน เมื่อ 3 หนุ่ม F4-1 เจอรี่ เหยียนเฉิงซวี่, แวนเนส อู๋เจี้ยนหาว, วิค โจวอวี๋หมิน จับมือกับ โจวเจี๋ยหลุน หรือ เจย์ โชว์ และอาซิ่น แห่งวง Mayday ร่วมเปิดตัวเพลงใหม่〈恆星不忘 Forever Forever〉 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเพลงนี้มีโจวเจี๋ยหลุน เป็นคนแต่งทำนองเพลง และอาซิ่นรับผิดชอบในส่วนของเนื้อร้อง ถือเป็นการจับมือของสองพลังระดับศตวรรษ เขียนตำนานบทใหม่กับงานเพลงแห่งการเติบโตในความเชื่อมั่น ที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่เคยเดินเคียงกัน คอยส่องแสงให้กัน และแม้เวลาจะผ่านมากว่ายี่สิบปี ก็ยังได้พบกันอีกครั้งใต้ท้องฟ้าผืนเดียวกัน ซึ่งแวนเนสพูดถึงเพลงนี้ว่า "ทำนองและเนื้อเพลงนี้ ซาบซึ้งและกินใจผมมากๆ เลย" ถือเป็นการโอบกอดและยอมรับตัวเองในช่วงวัยรุ่น และปลดปล่อยให้ทุกสิ่งเกิดขึ้น เก็บรักษาผู้คนและสิ่งที่ดีที่สุดไว้เคียงข้างตัว; ส่วนเจอรี่ก็หวนนึกถึงตัวเขาในอดีต ว่า "เพราะผ่านเรื่องราวมามากมาย ผ่านการเติบโตและการได้รับความอบอุ่นจากคนรอบข้าง เรื่องราวในอดีตจึงยังคงไหลเวียนอยู่ในหัวใจ การที่เราทุกคนได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในตอนนี้ ผมรู้สึกหวงแหนในวาสนาเช่นนี้มาก จริงๆ แล้วก็เหมือนกับที่อาซิ่นเป็นคนรวมพวกเราไว้ด้วยกัน รู้สึกมีความสุขมาก และตั้งใจจะส่งต่อพลังงานดีๆ เหล่านี้ออกไป" ด้านหนุ่มวิค โจวอวี๋หมินกล่าวด้วยความซาบซึ้งอย่างลึกซึ้งว่า "พวกเราหวงแหนอย่างยิ่งต่อกลุ่มเพื่อนที่เป็นแฟนเพลงที่เติบโตมาพร้อมกับพวกเรา คอยอยู่เคียงข้างกันมาตลอด พวกเขาคือความทรงจำที่ล้ำค่าและงดงามที่สุดในชีวิตของเรา ขออุทิศเพลง Forever Forever ตลอดชั่วนิรันดร์นี้ ให้พาทุกคนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ความทรงจำอันเป็นนิรันดร์จะเหมือนกับดาวฤกษ์ที่ไม่เคยเลือนหายไป" จริงๆ แล้วหนึ่งเดือนก่อนคอนเสิร์ต Mayday ที่ไทเปโดม อาซิ่นได้ขอเพลงจากโจวเจี๋ยหลุน ซึ่งเขาตอบว่า “โอเคนะ!” แต่พอคอนเสิร์ตรอบนั้นจบลง เพลงก็ยังไม่ออกมาเสียที จนถึงกันยายน อาซิ่นส่งข้อความทวงอีกครั้ง แต่โจวเจี๋ยหลุนกลับให้ “การบ้าน” ให้อาซิ่นเขียนเนื้อเพลงก่อน อาซิ่นบอกว่า “โจวเจี๋ยหลุนรู้ว่าผมติดเรื่องแต่งเนื้อแน่ๆ คงอยากถ่วงเวลา แต่ไม่น่าเชื่อว่าผมเขียนเสร็จจริงๆ พอส่งให้เขา เขาก็แต่งทำนองเสร็จในสามวันเหมือนสายฟ้าแลบ” และนั่นคือที่มาของงานเพลงที่ถือเป็นความร่วมมือสุดแกร่งในประวัติศาสตร์ และทันทีที่มีการปล่อย MV ออกมา หนึ่งในภาพชวนสงสัยที่สุดของ MV คือสติกเกอร์หน้า F4 บนกล่องดินสอของนักเรียนหญิง กลับไม่มีรูปจูเสี้ยวเทียน และในฉากโทรทัศน์ที่กำลังฉายภาพของเรื่องรักใสๆ ฯ ก็เหลือเพียงเจอรี่ วิค และแวนเนสเท่านั้น สัญลักษณ์แห่งวัยรุ่นที่แทนตัว F4 ทั้งหมด ถูกจัดเรียงใหม่จนหมดสิ้น แฟนๆ หลายคนถึงกับคอมเมนต์ว่า “ทำไม F4 กลายเป็น F3?” “จูเสี้ยวเทียนหายไปไหน?” “นี่เขาถูกตัดออกจริงเหรอ?” ความจริงคือ หลังจาก F4 กลับมารวมตัวกันบนเวทีคอนเสิร์ตที่ไทเปโดมเมื่อช่วงกลางปีนี้ เดิมทีทีมงานมีแผนจะเริ่มทัวร์และทำเพลงใหม่ร่วมกัน แต่จูเสี้ยวเทียนมักจะสปอยล์หลุดข้อมูล แง้มตารางงานก่อนกำหนด หลายครั้งในโซเชียล ทีมงานจึงตัดสินใจอย่างหนักใจให้ทัวร์และเพลงใหม่ดำเนินการโดย F3 เท่านั้น และ MV ของเพลงนี้ก็เลยต้องตัดภาพเขาออกทั้งหมด ส่งผลให้โลกออนไลน์แทบระเบิดกับการถกเถียงเรื่องนี้ และคีย์เวิร์ด จูเสี้ยวเทียนถูกถอดชื่อ ก็ทะยานขึ้นติดอันดับค้นหายอดนิยมทันที ปล.ขอบอกว่า MV เพลงนี้ มีภาพที่เกี่ยวของกับเมืองไทยด้วยนะ อย่าลืมมองดีๆ ใน MV คลิกตรงนี้ ได้เลยนะฮ้าฟ (บอกใบ้ว่านาทีที่ 02:14 - 02:19)

- กระแส F4 ทำให้ มีเสียงเรียกร้องจากแฟนเพลงถึงการรวมตัวของบอยแบนด์ไต้หวันในตำนานอีกวง โดยหลังจากที่ วงบอยแบนด์ไต้หวันชื่อดังในตำนาน เช่น Energy, F4, Lolipop กลับมารวมตัวอีกครั้งหลังหลายปี และหนุ่มอู๋จุน อดีตสมาชิกวงฟาเรนไฮต์ จึงถูกถามถึงโอกาสที่พวกเขาจะรวมตัวจัดคอนเสิร์ตในอนาคต โดยเจ้าหนถุ่มตอบด้วยท่าทีเปิดใจ ระหว่างเข้าร่วมงานโชว์ตัวที่มาเก๊า ถึงกการที่ F4 กลับมารวมตัวจัดคอนเสิร์ต อู๋จุนได้ตอบแบบง่ายๆ ว่า บางครั้งเขาก็ไปเจอคลิปการแสดงของวงฯ ทางออนไลน์ ทำให้ย้อนรำลึกความทรงจำเก่าๆ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบต่อว่าเขามีความคิดที่จะรวมตัวเองหรือไม่ เขาก็ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า ทุกอย่างคงต้องแล้วแต่สถานการณ์ และเนื่องจากลูก ๆ ของเขาไม่เคยดูคอนเสิร์ตของพวกเขามาก่อน

- ภาพยนตร์ไต้หวันเรื่อง Left-Handed Girl โดยผู้กำกับไต้หวันโจวสือฉิง ซึ่งร่วมเขียนบทและตัดต่อกับคนทำหนังระดับโลกอย่าง Sean Baker ไม่เพียงแต่ได้รับการยกย่องอย่างล้นหลามบนเว็บไซต์วิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดัง Rotten Tomatoes ด้วยคะแนน 99% ข้อมูลจาก flixpatrol ยังเผยว่า หลังจากภาพยนตร์ขึ้นฉายบน Netflix เพียง 3 วัน ก็พุ่งขึ้นอันดับ 9 ของชาร์ตภาพยนตร์ยอดนิยมรายวันทั่วโลก โดยในบางประเทศ เช่น โบลิเวีย เปรู และเวเนซุเอลา ขึ้นไปถึงอันดับ 2
และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ ก็ยังติดท็อป 5 อีกด้วย! แล้วอะไรคือเสน่ห์ของภาพยนตร์ม้ามืดเรื่องนี้ที่สามารถสร้างกระแสไปทั่วโลกได้? โดยหนังเรื่องนี้เล่าเรื่องของ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว และลูกสาวสองคน
ครอบครัวย้ายกลับจากชนบทเข้าสู่ตัวเมืองไทเป เพื่อทำธุรกิจร้านอาหารเล็ก ๆ ในตลาดกลางคืนเพื่อเลี้ยงชีพ
โดยเฉพาะเมื่อปู่ของบ้าน เชื่อว่า ความเป็นคนถนัดซ้ายของน้องสาวคนเล็ก ถือเป็น “มือของปีศาจ” และดุด่าอย่างเข้มงวด ความลับเก่าแก่ที่ซ่อนอยู่ลึกในครอบครัวจึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้น โดยหนังเรื่องนี้เปิดตัวครั้งแรกใน เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 78 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และยังได้รับเชิญไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศอีกมากมาย เช่น เทศกาลภาพยนตร์โตรอนโต, ปูซาน, โรม โดยคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลที่กรุงโรมด้วย ส่วนในไต้หวันก็ได้เข้าชิง 9 รางวัลจากงาน Golden Horse Awards ครั้งที่ 62 ที่ผ่านมา ซึ่งหม่าซื่อหยวน คว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมมาครองด้วย โดยกระทรวงวัฒนธรรมประกาศว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นตัวแทนไต้หวันเข้าชิง Oscar สาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม ในปีหน้านี้ด้วย
