1. รู้จักประเภทการลางานตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานของไต้หวัน
ในรายการเราเคยนำสิทธิการลาของลูกจ้างมาเล่าให้ฟังไปแล้วหลายประเภท บางท่านอาจสับสน วันลาบางอย่างอาจไม่เคยได้ยินหรือได้ใช้สิทธิ์มาก่อน ขณะที่หลายท่านอยากให้รวบรวมและสรุปให้ฟังว่า ตกลงลูกจ้างที่ทำงานในกิจการในขอบข่ายการบังคับใช้ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ซึ่งรวมแรงงานต่างชาติด้วย มีวันลาประเภทใดและสิทธิการลามีเงื่อนไขอะไรบ้าง?
1. ลาแต่งงาน เมื่อลูกจ้างแต่งงาน มีสิทธิลา 8 วันโดยได้รับค่าจ้างและไม่หักเบี้ยขยัน ปกติต้องใช้ภายในช่วง 10 วันก่อนวันแต่งงานถึง 3 เดือนหลังแต่งงาน หรือถ้านายจ้างยินยอมอาจใช้วันลาได้ภายใน 1 ปี
2. ลาจัดงานศพญาติ 3–8 วัน ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนและไม่หักเบี้ยขยัน ไม่รวมวันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดที่ทางการประกาศให้หยุดงาน วันหยุดนักขัตฤกษ์ และต้องยื่นหลักฐาน เช่น ใบมรณบัตร
3. ลาป่วย ลาป่วยทั่วไปที่ไม่ได้นอนรักษาในโรงพยาบาล สูงสุด 30 วัน ได้รับ 50% ของค่าจ้างปกติ แต่กรณีที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือเป็นผู้ป่วยใน ภายในเวลา 2 ปี มีสิทธิลาได้ไม่เกิน 1 ปี และได้รับ 50% ของค่าจ้างปกติเช่นกัน โดยต้องมีใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐาน

4. ลาป่วยจากการปฏิบัติหน้าที่ ลาหยุดงานได้จนกว่าจะรักษาหาย นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวนและห้ามหักเบี้ยขยัน
5. ลากิจ / ลาเหตุส่วนตัว ปีละรวมสะสมไม่เกิน 14 วัน ไม่ได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ต้องขออนุมัติจากนายจ้างก่อน
6. ลาตรวจครรภ์ แรงงานหญิงที่ตั้งครรภ์ มีสิทธิลา 7 วัน เพื่อไปตรวจครรภ์โดยได้รับค่าจ้างเต็ม
7. ลาคลอด รวม 8 สัปดาห์ ทำงานครบ 6 เดือน จะได้รับค่าจ้างเต็ม ทำงานไม่ครบ 6 เดือน นายจ้างจ่ายค่าจ้าง 50%
8. ลาปวดประจำเดือน สำหรับแรงงานหญิง ยังมีสิทธิลาในวันที่มีประจำเดือนได้เดือนละ 1 วัน โดยได้รับ 50% ของค่าจ้างปกติ หากตลอดทั้งปีลาไม่เกิน 3 วัน ไม่นับรวมลาป่วย
9. ลาเพื่อดูแลบุตรเล็กหลังคลอด ลางานได้สูงสุด 2 ปี แบบไม่รับค่าจ้าง แต่รัฐบาลมีเงินอุดหนุน
10. ลาพักดูแลทารกหลังคลอด สำหรับแรงงานชายที่ภรรยาคลอดบุตร มีสิทธิลาดูแลภรรยาและบุตรได้เป็นเวลา 7 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็ม

กฎหมายมาตรฐานแรงงานกำหนดชัดเจน ห้ามนายจ้างนำเอาวันลาของลูกจ้าง ซึ่งลาหยุดเพื่อการสมรส เพื่อจัดการพิธีศพ หรือลาป่วยหรือลาหยุดในวันที่ทางการประกาศมาหักออกจากจำนวนวันทำงานของลูกจ้าง อันเป็นผลให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้าง เบี้ยขยันและเงินรางวัลประจำปี (Bonus) น้อยลง หากนายจ้างฝ่าฝืนข้อกำหนดข้างต้น จะถูกลงโทษปรับเงิน 20,000 – 1,000,000 เหรียญไต้หวัน
กรณีเป็นแรงงานต่างชาติในครัวเรือน ต้องยึดตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลงที่ลงนามกับนายจ้าง แต่ภายใน 7 วันต้องมีวันหยุด 1 วัน หากนายจ้างสั่งให้ทำงานในวันหยุดต้องจ่ายค่าล่วงเวลาเท่ากับค่าจ้าง 1 วัน หากมีข้อสงสัย โปรดโทรขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วนคุ้มครอง 1955
2. ปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดอสังหาฯ ของไต้หวัน แรงงานต่างชาติรวมกลุ่มออมเงินซื้อบ้าน โดยเฉพาะบริเวณหน้า-หลังสถานีรถไฟจงลี่-เถาหยวน
สื่อไต้หวันรายงานว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จำนวนแรงงานต่างชาติจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กว่า 850,000 คน โดยเฉพาะที่นครเถาหยวน ซึ่งมีแรงงานต่างชาติมากที่สุดในประเทศ ครองสัดส่วนประมาณ 16% ของทั้งหมดก่อให้ก็เกิดกระแสแรงงานต่างชาติรวมกลุ่มกันซื้อบ้านขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์

เรื่องดังกล่าวเริ่มเป็นที่พูดถึง เมื่อมีผู้ใช้งานเว็บไซต์กระดานสนทนา PTT ในหมวดอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งกระทู้ว่า แม้แต่แรงงานต่างชาติก็เริ่มซื้อบ้านแล้วหรือ? โดยระบุว่า ตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งเปิดเผยว่า ในช่วงหลังนี้ มีแรงงานจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมากในเถาหยวนเริ่มซื้อบ้าน บางกลุ่มรวมเงินกับเพื่อนร่วมชาติซื้ออพาร์ตเมนต์เก่าร่วมกันเพื่ออยู่อาศัย ขณะที่บางคนใช้เงินเก็บจากการทำงานหลายปีร่วมกับการกู้สินเชื่อจนสามารถซื้อบ้านเป็นของตนเองได้
ผู้ตั้งกระทู้ยังตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่ชาวไต้หวันจำนวนไม่น้อยลังเลไม่กล้าซื้อบ้านเพราะราคาสูง และบางคนยังรอให้ตลาด ฟองสบู่แตกก่อน แต่แรงงานต่างชาติกลับกลายเป็นเจ้าของบ้านไปก่อนแล้ว เขามองว่าปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่รอบสถานีรถไฟในเถาหยวนและจงลี่ ยังคงมีเสน่ห์ทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิต พร้อมตั้งคำถามว่า นี่คือความแตกต่างด้านแนวคิดทางการเงิน หรือเป็นเพราะตลาดอสังหาริมทรัพย์ไต้หวันร้อนแรงเกินไปกันแน่?

ภาพใจกลางเมืองนครไทจง
หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง หลายคนเห็นว่าแรงงานต่างชาติในปัจจุบันมีความมุ่งมั่นและมองการณ์ไกล เช่น ความเห็นหนึ่งระบุว่า แรงงานต่างชาติก็มีความทะเยอทะยาน ไม่ต่างจากชาวไต้หวันในยุคทศวรรษ 1980 ขณะที่อีกคนเผยว่า บริเวณสถานีรถไฟจงลี่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเต็มไปด้วยแรงงานต่างชาติ ร้านซ่อมรถบางแห่งก็ถูกซื้อไปแล้ว หรือ ในเขตต้าอานในกรุงไทเป ซึ่งเป็นย่านบ้านหรูก็มีแรงงานต่างชาติเริ่มหาซื้ออพาร์ตเมนต์ ถึงขั้นมีผู้แซวว่า “บางครอบครัวของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มีรายได้มากกว่าชาวไต้หวัน”

แรงงานต่างชาติกลายเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหม่ (ภาพจาก gvm.com.tw)
อย่างไรก็ตาม ก็มีเสียงวิจารณ์อีกด้านหนึ่ง โดยระบุว่า แรงงานต่างชาติมักซื้อบ้านในพื้นที่ที่คนท้องถิ่นไม่ค่อยนิยม เช่น เขตชานเมืองหรืออาคารเก่า “ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในจงลี่และเถาหยวนซื้อบ้านกันเยอะ แต่ไม่ซื้อในย่านศูนย์การค้าที่มีราคาแพง” มีคนเปรียบเทียบว่า “พวกเขารวมเงินกันซื้ออพาร์ตเมนต์ที่คนไต้หวันไม่อยากได้ เหมือนกับที่คนไต้หวันไปซื้อบ้านเก่าในชนบทของญี่ปุ่น” บางความคิดเห็นยังระบุถึงแรงจูงใจของการซื้อว่า แรงงานบางกลุ่มไม่ได้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย แต่ใช้เป็นศูนย์รวมพบปะหรือสถานที่พักผ่อนของคนในประเทศเดียวกัน

หลังสถานีรถไฟเถาหยวนมีร้านค้าสำหรับแรงงานต่างชาติเป็นสองข้างถนน (ภาพจาก gvm.com.tw)
ขณะเดียวกัน ก็มีชาวเน็ตบางส่วนแสดงความสงสัยต่อความจริงของข้อมูล โดยมองว่าอาจเป็น “กลยุทธ์ทางการตลาดของนายหน้าอสังหาฯ” ที่ต้องการกระตุ้นยอดขาย “นายหน้าขายบ้านย่อมไม่พูดถึงเรื่องที่ไม่มีใครซื้ออยู่แล้ว” ความเห็นหนึ่งระบุ พร้อมเสริมว่า “ข่าวพวกนี้อาจเป็นเพียงการสร้างกระแสให้ชาวไต้หวันรีบซื้อบ้าน”
นอกจากนี้ ยังมีผู้ชี้แจงว่า ไม่ใช่แรงงานต่างชาติทุกคนที่สามารถซื้อบ้านได้จริง โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ซื้อได้มักเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่เป็นคู่สมรสต่างชาติ หรือผู้ที่ได้สัญชาติไต้หวันแล้วเท่านั้น “แรงงานในภาคอุตสาหกรรมทั่วไปยังไม่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ ต้องเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรหรือได้สัญชาติไต้หวันเท่านั้น” ชาวเน็ตรายหนึ่งกล่าว

หลังสถานีรถไฟเถาหยวนมีร้านค้าสำหรับแรงงานต่างชาติเป็นสองข้างถนน (ภาพจาก gvm.com.tw)
จากข้อมูลกระทรวงแรงงาน ณ เดือนกันยายน 2568 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันอยู่ที่ 858,900 เพิ่มขึ้นมากกว่า 14,000 คนในรอบปี มีรายงานวิเคราะห์ว่า การเพิ่มขึ้นของแรงงานต่างชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเช่า / ซื้อที่อยู่อาศัย ในพื้นที่รอบเขตอุตสาหกรรมและโรงงาน โดยเฉพาะในเมืองที่มีการจ้างแรงงานสูง เช่น เถาหยวน ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมรวมถึงนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก และไม่ใช่แค่การเช่า แต่ยังมีนายจ้างและบริษัทจัดหางานเข้าซื้อที่ดิน/อาคารเพื่อปรับปรุงเป็นที่อยู่อาศัยหรือหอพักให้แรงงานต่างชาติ เช่น ซื้อโรงแรม หอพักมหาวิทยาลัย เป็นต้น

ในวันหยุด แรงงานไทยมักจะไปจับจ่ายตามร้านอาหารและร้านค้าไทยหน้าสถานีรถไฟจงลี่ (ภาพจาก cdns.com.tw)
ตามกฎหมายไต้หวัน ชาวต่างชาติสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ (บ้าน/คอนโด) และที่ดินบางประเภทในไต้หวันได้ แต่มีข้อจำกัดสำคัญหลายประการ ดังนี้ :
1. ใช้หลักการต่างตอบแทนหรือความเท่าเทียมแบบทวิภาคี กล่าวคือประเทศใดอนุญาตให้พลเมืองไต้หวันซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศนั้น ถึงจะมีสิทธิ์ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไต้หวันได้
2. จำกัดประเภทของที่ดิน ไม่ใช่ทุกประเภทที่ดินที่ต่างชาติเข้าซื้อได้ มีข้อห้ามหลายประเภท เช่น พื้นที่ป่าไม้ ที่ดินประมง เหมืองแร่ แหล่งน้ำ เกษตร ฯลฯ และผู้ซื้อต้องมีถิ่นที่อยู่ถาวร สำหรับการกู้เงินซื้อบ้าน ธนาคารในไต้หวันให้กู้แก่ชาวต่างชาติได้ แต่เงื่อนไขอาจเข้มงวดกว่า และอาจต้องมีผู้ค้ำประกันท้องถิ่น หรือเงินดาวน์สูงกว่า

แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่มักรวมตัวกันในพื้นที่รอบสถานีรถไฟ ที่พัฒนาเป็นย่านธุรกิจแรงงานต่างชาติเต็มรูปแบบ
ปรากฏการณ์ “แรงงานต่างชาติรวมกลุ่มซื้อบ้าน” ที่เกิดขึ้นในเถาหยวน จึงกลายเป็นภาพสะท้อนทางสังคมที่น่าสนใจ ทั้งในแง่ความพยายามสร้างอนาคตของแรงงานย้ายถิ่น และในอีกด้านหนึ่งก็สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำและความตึงตัวของตลาดที่อยู่อาศัยในไต้หวัน ที่แม้แต่คนท้องถิ่นเองยังลังเลจะก้าวเข้าสู่ตลาดนี้ ขณะที่แรงงานจากแดนไกลกลับเริ่มกลายเป็น “เจ้าของบ้าน” คนใหม่ของเมือง