ผลสำรวจชี้ชาวไต้หวันใช้จ่ายหลังเกษียณเฉลี่ยเดือนละ 72,000 TWD กว่า 80% ประเมินต่ำไป เสี่ยงเงินออมไม่พอใช้
จาก “รายงานสุขภาพทางการเงินของชาวไต้หวัน ปี 2025” (全民財務健康) จัดทำโดยสถาบันการเงิน Cathay United Bank ร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ PwC Taiwan พบว่า คะแนนสุขภาพการเงินเฉลี่ยของประชาชนยังคงลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มจัดทำรายงานตั้งแต่ปี 2023 และล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ได้เผยผลสำรวจปี 2025 พบว่า คะแนนเฉลี่ยด้านสุขภาพการเงินของคนไต้หวันอยู่ที่ 56.9 คะแนน ลดลง 2.3 คะแนน เทียบกับปี 2023
ผลสำรวจพบด้วยว่า กว่า 80% ของประชาชนประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณต่ำกว่าความเป็นจริง โดยข้อมูลจากกลุ่มที่เกษียณแล้วระบุว่า ค่าใช้จ่ายจริงเฉลี่ยต่อเดือนสูงถึง 72,000 เหรียญไต้หวัน สะท้อนว่าประชาชนยังมี “ภูมิคุ้มกันทางการเงิน” ไม่มากพอในการรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความผันผวนของตลาด
ทางด้านผู้ช่วยผู้จัดการของ Cathay United Bank คุณเจิ้งไข่จง (鄭凱中) ระบุว่า ช่วงเวลาที่ทำการสำรวจตรงกับช่วงที่ตลาดหุ้นไทเปมีทั้งจุดต่ำสุดและจุดสูงสุด รวมถึงช่วงที่ดัชนีหุ้นไต้หวันทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากตลาดการเงินโดยรวมมีความผันผวนมากขึ้น
ผลสำรวจชี้ว่า “ความสามารถในการต้านทานความเสี่ยง” และ “ความเชื่อมั่นทางการเงิน” ลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มอายุต่ำกว่า 34 ปี ซึ่งความสามารถในการรับความเสี่ยงลดลงเฉลี่ยถึง 12 คะแนน สะท้อนให้เห็นว่าวัยรุ่นมีวินัยการออมและความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินน้อย จึงจำเป็นต้องสร้างพื้นฐานทางการเงินให้มั่นคงมากขึ้น
นอกจากนี้ เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกว่าเตรียมตัวไม่พร้อมต่อเหตุการณ์การเงินรุนแรง และยังพบว่าความรู้ทางการเงินและความเชื่อมั่นด้านการลงทุนลดลง เนื่องจากสถานการณ์โลกที่ผันผวนและความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ประชาชนจึงหันมาใช้กลยุทธ์ที่ระมัดระวังขึ้น บางส่วนหยุดการลงทุนไปเลยและถือเงินสดแทนเพื่อลดความเสี่ยง
ผู้ที่ยังไม่เกษียณประเมินค่าใช้จ่ายต่อเดือนในปี 2025 ที่ 61,000 เหรียญไต้หวัน เพิ่มจากปี 2023 ที่ประเมินไว้ 49,000 เหรียญไต้หวัน แต่จากข้อมูลผู้เกษียณจริงพบว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 72,000 เหรียญไต้หวัน แสดงว่ากว่า 80% ของผู้ยังไม่เกษียณประเมินค่าใช้จ่ายต่ำกว่าความเป็นจริง เจิ้งไข่จง (鄭凱中) ผู้ช่วยผู้จัดการของ Cathay United Bank กล่าวว่า “ได้เห็นความคลาดเคลื่อนนี้ชัดเจน หลายคนอาจประเมินความเสี่ยงอายุยืนต่ำไป หรือไม่ได้คิดถึงค่าใช้จ่ายบางอย่าง จึงเชื่อว่าควรเริ่มวางแผนการเงินล่วงหน้าเพื่อรับมือกับความผันผวนในอนาคต”
ในมุมมองของต่างประเทศ เฉินเนี่ยนผิง(陳念平) กรรมการของ PwC Taiwan ระบุว่าปัญหาด้านสุขภาพการเงินไม่ได้เกิดเฉพาะในไต้หวัน เกาหลีใต้กำลังเผชิญแรงกดดันด้านการเงินจากการแข่งขันสูงและความเหลื่อมล้ำ โดยตามข้อมูลของ Korea Times พบว่า 40% ของประชากรอายุเกิน 65 ปีอยู่ในกลุ่มยากจนเชิงสัมพัทธ์ ญี่ปุ่นก็ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายหลังเกษียณสูงขึ้นเนื่องจากอายุขัยยืนยาวขึ้น ส่วนออสเตรเลียตามสถิติพบว่า 43% ของประชาชนมีเงินออมไม่ถึง 1,000 ดอลลาร์ ออสเตรเลีย (ประมาณ 20,000 เหรียญไต้หวัน) สะท้อนว่าความสามารถในการรับความเสี่ยงต่ำ ไม่พร้อมต่อเหตุไม่คาดฝัน
ในอีกด้านหนึ่ง ล่าสุด “รายงานความทะเยอทะยานของมหาเศรษฐี ปี 2025” จาก UBS ระบุว่า ณ เดือนเมษายน 2568 ไต้หวันมีมหาเศรษฐีทรัพย์สินเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 31,200 ล้านเหรียญไต้หวัน) รวม 51 คน เพิ่มขึ้น 4 คนจากปีก่อน แซงหน้าประเทศสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น ออสเตรเลีย (43 คน) ญี่ปุ่น (41 คน) และเกาหลีใต้ (31 คน)
สำหรับอันดับทั่วโลก ไต้หวันยังนำหน้า ฝรั่งเศส (46 คน), สเปน (32 คน) และสวีเดน (31 คน) สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไต้หวัน แต่ก็บ่งชี้ถึงความเหลี่ยมล้ำการกระจายทรัพย์สิน