Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

บันทึกชีวิตในไต้หวัน : เฉินหมิงจู แพทย์ชาวฟิลิปปินส์ที่ประจำอยู่ผิงตง ได้รับรางวัลแพทย์ผู้อุทิศตน ทุ่มเทดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล

เฉินหมิงจู แพทย์ชาวฟิลิปปินส์ที่ประจำอยู่ผิงตง ได้รับรางวัลแพทย์ผู้อุทิศตน ทุ่มเทดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล (ภาพ udn)
เฉินหมิงจู แพทย์ชาวฟิลิปปินส์ที่ประจำอยู่ผิงตง ได้รับรางวัลแพทย์ผู้อุทิศตน ทุ่มเทดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล (ภาพ udn)

บันทึกชีวิตในไต้หวันวันนี้ พาทุกคนไปพบกับเรื่องราวชีวิตของคุณหมอเฉินหมิงจู แพทย์สูตินรีเวช ผู้ทุ่มเทดูแลชีวิตผู้คนในพื้นที่ห่างไกลที่แหลมเหิงชุน เมืองผิงตง ทางภาคใต้ของไต้หวัน ซึ่งเพิ่งได้รับรางวัลแพทย์ผู้อุทิศตนครั้งที่ 35 ประจำปีนี้ คุณหมอเฉินเป็นชาวจีนโพ้นทะเลจากฟิลิปปินส์ ที่มาใช้ชีวิตในไต้หวันมายาวนานกว่า 30 ปี เธอเป็นแพทย์ที่มีความทุ่มเทอย่างยิ่ง ไม่เพียงช่วยเหลือทำคลอดเด็กแรกเกิดและดูแลคุณแม่ในพื้นที่ห่างไกล แต่ยังคอยเป็นที่พึ่งให้กับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ เด็กด้อยโอกาส หรือแม้แต่สัตว์จรจัดในชุมชน รายการในวันนี้ เราจะเล่าถึงเส้นทางชีวิตของคุณหมอ ตั้งแต่การเติบโตในครอบครัวที่มีฐานะดี แต่เจ็บป่วยบ่อยตั้งแต่เด็ก ทำให้เธอเข้าใจความทุกข์ของผู้ป่วย ไปจนถึงชีวิตการเดินทางจากฟิลิปปินส์มายังไต้หวัน การสอบใบอนุญาตแพทย์หลายครั้ง และการตัดสินใจทุ่มเทชีวิตให้กับชุมชนชนบทในเหิงชุน รวมถึงเรื่องราวอันน่าประทับใจทั้งการยอมสละเวลาส่วนตัว ช่วยเหลือผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ลำบากโดยไม่เหน็ดเหนื่อย ถ้าพร้อมแล้ว เราไปรับฟังเรื่องราวชีวิตของคุณหมอเฉินหมิงจูพร้อมกันเลยค่ะ

คุณหมอเฉินหมิงจู รับรางวัลแพทย์ผู้อุทิศตนประจำปี 2025 จากรัฐบาล (ภาพ udn)

แพทย์หญิงเฉินหมิงจู เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลคริสเตียนเหิงชุน ในเมืองผิงตง เธอเป็นชาวจีนโพ้นทะเลจากฟิลิปปินส์ และเป็นแพทย์สูตินรีเวชที่ประจำการอยู่เหิงชุนมายาวนานที่สุด ตลอดระยะเวลา 34 ปีที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ในไต้หวัน ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด เป็นช่วงที่เหลือเธอเพียงคนเดียวที่รับผิดชอบดูแลผู้ป่วยด้านสูตินรีเวชทั้งหมดของเหิงชุน แม้ในวันนี้เธอจะกลายเป็นผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตแล้ว แต่คุณหมอเฉินก็ยังคงเดินทางไปกลับระหว่างเตียงผู้ป่วยกับห้องตรวจอย่างไม่หยุดหย่อน

ครอบครัวของเฉินหมิงจูทำธุรกิจข้าวสารอยู่ที่ฟิลิปปินส์ มีฐานะค่อนข้างดี แต่เธอมีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก เจ็บป่วยบ่อย ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความทุกข์และความรู้สึกไร้ที่พึ่งของผู้ป่วยตั้งแต่อายุยังน้อย คำพูดเพียงประโยคเดียวของคุณปู่ที่บอกเธอว่า “โตขึ้นต้องช่วยเหลือผู้ป่วยที่ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล” ได้ฝังเมล็ดพันธุ์แห่งการช่วยเหลือผู้อื่นไว้ในหัวใจของเธอ และกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเลือกเดินบนเส้นทางการแพทย์

เฉินหมิงจูสอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นสถาบันชื่อดังในท้องถิ่น และเธอสำเร็จการฝึกอบรมด้านการแพทย์ แต่ด้วยสถานะชาวจีนโพ้นทะเลของเธอ ทำให้ไม่สามารถประกอบวิชาชีพแพทย์ในฟิลิปปินส์ได้ ท้ายที่สุดเฉินหมิงจูจึงตัดสินใจเดินทางมายังไต้หวัน ที่ไต้หวันเธอต้องเรียนภาษาจีนอย่างหนัก และสอบใบอนุญาตแพทย์ถึง 7 ครั้งจึงสอบผ่าน ความยากลำบากในช่วงนั้น กลายเป็นบททดสอบด่านแรกบนเส้นทางความมุ่งมั่นที่จะเป็นแพทย์ของเธอ

ในช่วงทศวรรษ 1990 เฉินหมิงจูทำงานเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลคาร์ดินัลเทียนในไทเป (Cardinal Tien Hospital) ต่อมาไปประจำที่โรงพยาบาลเซนต์เมรี่ เมืองไถตง หลายปีต่อมา คำพูดของเพื่อนคนหนึ่งที่บอกว่า “เหิงชุนขาดแคลนแพทย์ยิ่งกว่าไถตงเสียอีก” ได้สะกิดใจเธอ

ในช่วงเวลานั้น ไต้หวันกำลังอยู่ในยุคที่มีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่หลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก มีจำนวนไม่น้อยที่มาจากฟิลิปปินส์ เฉินหมิงจูมีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ และยังสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาฟิลิปปินส์ได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้เธอสามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้คนได้เป็นอย่างดี เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปประจำที่โรงพยาบาลคริสเตียนเหิงชุนอย่างไม่ลังเล และทำงานอยู่ที่นั่นยาวนานกว่า 20 ปี


คุณหมอเฉินหมิงจูนั่งรถพยาบาลเคลื่อนที่ ตระเวนเข้าไปตามหมู่บ้านและพื้นที่ภูเขาลึก (ภาพ ct.org.tw)

เกือบพลาดพิธีศพแม่ เพราะช่วยทำคลอดผู้ป่วยฉุกเฉิน

เหิงชุนตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ คุณหมอเฉินหมิงจูเคยทำคลอดเด็กแรกเกิดมากกว่า 40 คนต่อเดือน แทบจะเรียกได้ว่าเด็กแรกเกิดทั้งเหิงชุนล้วนผ่านมือเธอมาแล้ว นอกจากทำคลอดและตรวจรักษาในโรงพยาบาล คุณหมอเฉินหมิงจูยังนั่งรถพยาบาลเคลื่อนที่ ตระเวนเข้าไปตามหมู่บ้านและพื้นที่ภูเขาลึก เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่สตรี ในระยะแรก ชาวบ้านยังมีความระแวดระแวงและไม่ไว้วางใจ แต่คุณหมอก็ไม่ย่อท้อ หลังจากทุ่มเททำงานมาหลายปี ชาวบ้านจึงค่อย ๆ เปิดใจยอมรับการตรวจมากขึ้น ช่วยให้ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

เมื่อ 9 ปีก่อน ก่อนที่พายุไต้ฝุ่นเมอรันตีจะพัดถล่มไต้หวัน หญิงชาวพื้นเมืองรายหนึ่งเกิดภาวะฉุกเฉิน จำเป็นต้องผ่าคลอดอย่างเร่งด่วน ในวันนั้น คุณหมอเฉินหมิงจูได้จองตั๋วเครื่องบินกลับฟิลิปปินส์ เพื่อไปร่วมพิธีอำลาแม่ของเธอเป็นครั้งสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเที่ยวบินจากเกาสงไปมะนิลามีเพียงวันละหนึ่งเที่ยว และเที่ยวบินต่อไปยังบ้านเกิดก็มีแค่วันละหนึ่งเที่ยวเช่นกัน หากพลาดเที่ยวบิน เธอจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าแม่เป็นครั้งสุดท้าย แต่คุณหมอเฉินหมิงจูเลือกที่จะอยู่ทำการผ่าตัดให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงรีบรุดไปสนามบิน โชคดีที่เที่ยวบินล่าช้า ทำให้คุณหมอเฉินหมิงจูขึ้นเครื่องทัน และไปร่วมพิธีอำลาแม่ได้ทัน ภายหลังคุณหมอเฉินหมิงจูเผยว่า วินาทีนั้น คนไข้คือสิ่งที่สำคัญ การตัดสินใจที่ต้องเลือกระหว่างแม่กับคนไข้ในครั้งนั้น จึงกลายเป็นความขัดแย้งในใจที่ลึกและยากที่สุดในเส้นทางชีวิตแพทย์ของคุณหมอเฉินหมิงจู

คุณหมอเฉินหมิงจูมาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย ทำให้เธอมีมุมมองที่ไม่ยึดติดกับความมั่งคั่ง และเธอยังมีบุคลิกแบบจอมยุทธหญิงผู้กล้า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอบริจาคเงินสนับสนุนทุนการศึกษาให้โรงเรียนในฟิลิปปินส์แบบไม่เปิดเผยตัวตน และยังเคยช่วยจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่ค้างชำระให้แก่หญิงตั้งครรภ์ยากจนในเหิงชุน เพื่อให้สามารถปลดล็อกสิทธิและเข้ารับการผ่าตัดได้อย่างทันท่วงที ส่วนเงินที่เธอสำรองจ่ายไป คุณหมอเฉินหมิงจูไม่เคยสนใจว่า เงินที่เธอจ่ายไปจะมีคนมาคืนไหม เธอพูดแค่ว่า “ขอแค่มีเงินพอใช้ก็พอแล้ว”

ในอดีต ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ต้องยื่นเอกสารแสดงหลักฐานทางการเงินเพื่อขอบัตรถิ่นที่อยู่ คุณหมอเฉินหมิงจูคอยช่วยสำรองจ่ายเงินให้อย่างเงียบ ๆ เป็นเวลานานกว่า 10 ปี ยอดสูงถึง 1,600,000 เหรียญไต้หวัน ครั้งหนึ่ง มีแรงงานต่างชาติคนหนึ่งไม่มีเงินซื้อตั๋วเครื่องบิน ทำให้กลับบ้านไม่ได้ คุณหมอเฉินหมิงจูก็ไม่ลังเลที่จะควักเงินช่วยเหลือ หลายปีต่อมา ขณะอยู่ที่ฟิลิปปินส์ คุณหมอเฉินหมิงจูบังเอิญพบแรงงานคนนั้นอีกครั้ง เขารีบเข้ามาขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง แต่เธอกลับลืมเรื่องนั้นไปแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ทุกครั้งที่ทราบว่าแรงงานต่างชาติถูกนายจ้างเอาเปรียบ คุณหมอเฉินหมิงจูก็จะเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย และยืนหยัดเป็นที่พึ่งให้กับแรงงานเหล่านั้นเสมอ

การใช้ชีวิตในต่างแดนของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย คุณหมอเฉินหมิงจูไม่เคยลังเลที่จะยื่นมือช่วยเหลือ โดยเฉพาะบุตรหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่มักมีพัฒนาการด้านการเรียนล่าช้ากว่าเด็กท้องถิ่น เธอจึงผลักดันโครงการ “ชั้นเรียนเสริมหลังเลิกเรียนของโรงพยาบาลเหิงชุน” ตลอดเวลากว่า 20 ปี มีเด็กด้อยโอกาสจาก 5 หมู่บ้าน 1 ตำบล ได้แก่ เหิงชุน เชอเฉิง หม่านโจว มู่ตาน และฝ่างซาน ต่างได้รับความช่วยเหลือด้านการเรียนจากโครงการนี้ นอกจากนี้ เธอยังให้การสนับสนุนเด็กยากจนผ่านมูลนิธิศุภนิมิตแห่งไต้หวัน (World Vision) อย่างต่อเนื่อง ไม่เคยขาดช่วง

ความเมตตาของคุณหมอเฉินหมิงจูไม่ได้มีให้สำหรับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังแผ่ไปถึงสุนัขและแมวจรจัดอีกด้วย เมื่อถอดเสื้อกาวน์แพทย์ออก คุณหมอเฉินหมิงก็แปลงร่างเป็นคุณแม่ใจดีของเหล่าสัตว์ไร้บ้าน คอยซื้ออาหารกระป๋องมาเลี้ยงพวกมัน พาสัตว์จรจัดไปหาสัตวแพทย์ ทำหมัน และถึงขั้นเช่าบ้านชั้นเดียวหลังหนึ่งไว้เป็นที่พักพิงให้กับสุนัขและแมวจรจัดด้วย หลังเลิกงาน เธอมักจะจูงสุนัขออกมาเดินเล่นตามตรอกซอกซอยในหมู่บ้าน เป็นภาพที่ผู้คนในพื้นที่เห็นจนเคยชิน


คุณหมอเฉินหมิงจู แพทย์สูตินรีเวช ผู้ทุ่มเทดูแลชีวิตผู้คนในพื้นที่ห่างไกลที่แหลมเหิงชุน เมืองผิงตง (ภาพ udn)

การทำงานล่วงเวลาอย่างหนักต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี ทำให้สุขภาพของคุณหมอเฉินหมิงจูเริ่มส่งสัญญาณเตือน เมื่อ 5 ปีก่อน ขณะปฏิบัติหน้าที่ เธอเกิดอาการอาเจียนและท้องเสียอย่างรุนแรง แพทย์วินิจฉัยว่าไตทำงานเสื่อมลง ต้องฟอกไตระยะยาว ต่อมา การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้คุณหมอเฉินหมิงจูเป็นสูตินรีแพทย์เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในโรงพยาบาล คุณหมอเฉินต้องแบกรับภาระการรักษาพยาบาลทั้งหมดเพียงลำพัง กลางวันตรวจคนไข้ กลางคืนอยู่เวร เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ได้ลาหยุดเพียงหนึ่งวันครึ่งต่อเดือน 

ช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 คุณหมอเฉินหมิงจูแทบไม่ได้นอนหลับสนิทเลย ตอนกลางคืน เพียงแค่เสียงสัญญาณฉุกเฉินดังขึ้น เธอก็รีบสวมเสื้อแล้ววิ่งลงไปจัดการทันที ในตอนที่เธอนอนอยู่บนเตียงเพื่อฟอกไตเป็นเวลา 4 ชั่วโมง ควรจะช่วงเวลาพักผ่อนของผู้ป่วย แต่เมื่อใดก็ตามที่เสียงสัญญาณฉุกเฉินดังขึ้น เธอก็จะดึงเข็มออกแล้ววิ่งไปห้องฉุกเฉิน เพื่อทำการรักษาคนไข้ เสร็จแล้วจึงกลับมาที่ห้องฟอกไตเพื่อฟอกไตต่อ  เนื่องจากทำงานหนักเกินไป คุณหมอเฉินหมิงจูเคยเป็นลมหลายครั้งขณะตรวจคนไข้  แต่ถึงกระนั้น คุณหมอก็ยังคงยืนยันที่จะขอทำงานตรวจรักษาคนไข้ไปเรื่อยๆ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลคริสเตียนเหิงชุนได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการสนับสนุนทรัพยากรทางการแพทย์” จากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ โดยให้โรงพยาบาลคริสเตียนอี้ต้า โรงพยาบาลคริสเตียนจางฮั่วและเจียอี้ ส่งแพทย์มาช่วยเสริมกำลังแพทย์ ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล และทำให้คุณหมอเฉินหมิงจูได้มีเวลาพักผ่อน แต่คุณหมอเฉินหมิงจูกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ทรัพยากรทางการแพทย์ในพื้นที่ชนบทยังไม่เพียงพอ

คุณหมอเฉินหมิงจูวัย 65 ปี ไม่เคยแต่งงาน เมื่อถูกถามถึงเรื่องเกษียณ เธอตอบอย่างเรียบง่ายว่า “จะทำเท่าที่ทำได้ จนกว่าจะทำไม่ได้อีก” ปัจจุบันเธอเข้ารับการฟอกไตทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และใช้เวลาที่เหลือไปกับการดูแลผู้ป่วย คุณหมอกล่าวว่า “ถ้าไม่ได้อยู่ในห้องตรวจ ก็จะอยู่ระหว่างทางไปห้องตรวจ” นี่คือคำจำกัดความชีวิตของคุณหมอเฉินหมิงจู และเป็นความอุ่นใจที่ชาวเหิงชุนขาดไม่ได้ ความมุ่งมั่นอันยาวนานนี้ คือคำมั่นสัญญาที่ลึกซึ้งที่สุดที่เธอมีต่อแผ่นดินนี้



ประเด็นร่วม & Podcast
บันทึกชีวิตในไต้หวัน-台灣泰幸福
บันทึกชีวิตในไต้หวัน
เวลาออกอากาศ: วันอาทิตย์
ประเด็นประจำสัปดาห์

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解