กองทุนแรงงานทำรายได้สูงสุดในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา! ตุลาคมโกยกำไร 300.6 แสนล้านเหรียญไต้หวัน
สำนักงานบริหารกองทุนแรงงาน (勞金局) ได้ประกาศข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการบริหารกองทุนแรงงานจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2025 ว่ายอดรวมของกองทุนแรงงานทั้งหมดอยู่ที่ 7.5646 ล้านล้านเหรียญ โดยมียอดกำไรสะสมรวม 859.5 พันล้านเหรียญ อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 12.46% สำหรับเดือนตุลาคมเพียงเดือนเดียว กองทุนทำกำไรได้ถึง 300.6 พันล้านเหรียญ ซึ่งถือเป็นสถิติรายได้สูงสุดในรอบเดือนเดียวของปี 2025 และเป็นครั้งที่สองที่กองทุนทำรายได้สูงระดับนี้ โดยได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นไต้หวันที่ปรับตัวขึ้นอย่างมากในเดือนตุลาคม
ตามข้อมูลสถิติรายเดือนย้อนหลังของสำนักงานบริหารกองทุนแรงงาน แสดงให้เห็นว่าเดือนนี้ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ ส่วนอันดับสองคือเดือนสิงหาคม 2025 ที่มีกำไร 277.8 พันล้านเหรียญ และอันดับสามคือเดือนมีนาคม 2024 ที่มีกำไร 242.2 พันล้านเหรียญ
สำหรับแต่ละกองทุนจะมีลักษณะและข้อจำกัดทางกฎหมายที่แตกต่างกัน จึงสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนมีความแตกต่างกันด้วย
-กองทุนบำเหน็จบำนาญแบบใหม่ มียอดรวม 4.988 ล้านล้านเหรียญ อัตราผลตอบแทน 11.82% และกำไรสะสมในเดือนตุลาคม 558.91 พันล้านเหรียญ หากคำนวณจากบัญชีที่มีสิทธิ์รับผลตอบแทน 12.92 ล้านบัญชี ซึ่งจะเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นเงินโบนัสบัญชีละ 43,000 เหรียญ
-กองทุนบำเหน็จบำนาญแบบเก่า ยอดรวม 1.0469 ล้านล้านเหรียญ อัตราผลตอบแทน 18.55%
-กองทุนประกันสังคม (勞保基金) ยอดรวม 1.2909 ล้านล้านเหรียญ อัตราผลตอบแทน 12.56%
-กองทุนประกันการว่างงาน (就保基金) ยอดรวม 178.9 พันล้านเหรียญ อัตราผลตอบแทน 0.11%
-กองทุนประกันแรงงาน (勞職保基金) ยอดรวม 37 พันล้านเหรียญ อัตราผลตอบแทน 1.56%
-กองทุนชดเชยค่าจ้างที่ค้างจ่าย ยอดรวม 22.9 พันล้านเหรียญ อัตราผลตอบแทน 10.69%
นอกจากนี้กองทุนประกันเงินบำนาญประชาชน ภายใต้การบริหารของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน ยอดรวม 693.7 พันล้านเหรียญ อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 12.43% และกองทุนบำเหน็จเกษตรกร ภายใต้การจัดการของกระทรวงเกษตร ยอดรวม 25.7 พันล้านเหรียญ อัตราผลตอบแทนที่ 14.96%
สำนักงานบริหารกองทุนแรงงานระบุว่า กองทุนแรงงานเป็นกองทุนเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของแรงงาน มีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่มั่นคง จึงดำเนินการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ เพื่อลดความผันผวนของตลาดต่อผลตอบแทนของกองทุน ปีนี้ตลาดการเงินมีความผันผวนสูงกองทุนแรงงานยังคงยึดแนวทางการบริหารอย่างมืออาชีพ มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว โดยเมื่อพิจารณาผลลัพธ์ย้อนหลัง 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2015–2025) อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนแรงงานอยู่ที่ 7.76% และอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนประกันสังคมอยู่ที่ 8.25% แสดงให้เห็นว่าการลงทุนค่อนข้างมีความมั่นคง
สำหรับภาพรวมของเดือนตุลาคม ตลาดในช่วงต้นเดือนได้รับผลกระทบจากการปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐและจีนเพิ่มมาตรการควบคุมการส่งออกโลหะแรร์เอิร์ธ (Rare Earth) แต่ต่อมาสหรัฐและจีนได้ส่งสัญญาณคลี่คลาย และในช่วงปลายเดือนสหรัฐได้ลดดอกเบี้ยตามที่คาดไว้ จึงส่งผลให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนฟื้นตัวและยังรวมถึงตลาดการเงินยังคงได้รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีและ AI
รายงานเศรษฐกิจไตรมาส 3 ของสำนักงานสถิติระบุว่า GDP เติบโต 7.64% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการส่งออกที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยสนับสนุนหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI ให้มีผลประกอบการดีขึ้น ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไต้หวันปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมในเดือนตุลาคมตลาดยังคงจับตานโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและหุ้นเทคโนโลยี ตลาดมีแนวโน้มขาขึ้น แต่เข้าสู่เดือนพฤศจิกายนความผันผวนเริ่มกลับมา กองทุนแรงงานยังคงรักษาก้าวการลงทุนที่มั่นคง มุ่งเน้นผลตอบแทนระยะยาว
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 30 ตุลาคม อยู่ที่ระดับ 3.75–4.00% ต่อปี แม้เศรษฐกิจสหรัฐยังเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ความเสี่ยงด้านการจ้างงานยังสูง และอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ด้านเศรษฐกิจในประเทศ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันคาดว่า GDP ปี 2025 จะเติบโต 5.94% ได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรม AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และกระตุ้นการลงทุนจากทั่วโลก แต่สำหรับปี 2026 ด้วยฐานสูงและความไม่แน่นอนหลายด้าน คาดว่าการเติบโตจะชะลอตัวเหลือ 2.60%

น้ำประปาเขตตั้นสุ่ย (淡水) ขาดส่ง 3 วันสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ผู้ว่าฯนครนิวไทเปเผยเป้าหมายวันที่ 1 ธันวาคมนี้จะสามารถฟื้นฟูน้ำประปาได้ 100%
ระหว่างการก่อสร้างถนนต้านเป่ย (淡北道路) ในขณะที่ขุดเสาเข็มเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ผู้รับเหมาชุดงานก่อสร้างเผลอเจาะท่อประปาใต้ดิน ส่งผลให้ประชาชน 16 หมู่บ้านในเขตตั้นสุ่ย ประมาณกว่า 60,000 ครัวเรือนไม่มีน้ำประปาใช้ โดยเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนได้เริ่มทยอยฟื้นฟูการจ่ายน้ำประปาแล้ว ผู้ว่าฯนครนิวไทเป (新北市) นายโหวโหย่วอี๋ (侯友宜) ได้กล่าววันที่ 1 ธันวาคมวันนี้ว่า ปัจจุบันน้ำประปาในพื้นที่สามารถกลับใช้ได้แล้วประมาณ 80% ซึ่งทางเทศบาลเองได้จัดตั้งช่องทางพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน นอกจากการลดค่าใช้น้ำขั้นพื้นฐานแล้ว ยังมีการทบทวนความรับผิดชอบและอยู่ระหว่างประสานกลไกการชดเชย โดยย้ำว่าผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบเต็มที่ เป้าหมายของวันนี้คือฟื้นฟูให้บริการน้ำประปาได้ 100% เต็ม คุณโหวกล่าวว่าการขุดท่อในระหว่างก่อสร้างถนนตั้นเป่ยทำให้ประชาชนเขตตั้นสุ่ยได้รับความไม่สะดวก เขาขออภัยอย่างสูงสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาคอยติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว คุณโหวได้ตั้งช่องทางพิเศษโดยนอกจากลดค่าใช้น้ำขั้นพื้นฐานแล้ว ยังมีการตรวจสอบความรับผิดชอบและการติดตามเรื่องการชดเชย โดยย้ำว่า"ผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบเต็มที่" ทั้งนี้ยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ก่อสร้างในช่วง 3 วันที่ผ่านมา สำนักงานเขต ผู้แทนประชาชน รวมถึงผู้ใหญ่บ้านและประธานหมู่บ้าน ที่ช่วยให้การฟื้นฟูการจ่ายน้ำประปาในเขตตั้นสุ่ยสามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายว่าวันนี้น้ำประปาจะกลับมาให้บริการเต็ม 100%
ทางเทศบาลนครนิวไทเประบุว่า การประปาจะคำนวณการลดค่าใช้น้ำตามจำนวนวันที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการขาดน้ำประปาจริง ขณะที่ทีมงานโครงการก่อสร้างถนนตั้นเป่ยจะตั้งช่องทางบริการที่สำนักงานเขตตั้นสุ่ย เพื่อรับเรื่องร้องเรียนของประชาชนอย่างเป็นระบบเป็นเวลา 3 วัน นอกจากนี้ ตามสัญญา บริษัทที่ปรึกษาและผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย สำหรับการชดเชยและการกำหนดความรับผิดชอบ นายเฝิงจ้าวหลิน (馮兆麟) ผู้อำนวยการกองงานโยธาเทศบาลนครนิวไทเป ชี้แจงว่าการประปาไต้หวันตกลงที่จะลดค่าใช้น้ำตาม"จำนวนวันขาดน้ำจริง" ของแต่ละครัวเรือน
สำหรับความเสียหายเพิ่มเติมที่เกิดจากการก่อสร้างนายเฝิงระบุว่า สัญญาของผู้รับเหมาก่อสร้างถนนตั้นเป่ยได้ครอบคลุมประกันภัยโครงการก่อสร้าง ทางเทศบาลจึงได้เรียกร้องให้ผู้รับเหมาเริ่มกระบวนการทางกฎหมาย และให้สำนักงานก่อสร้างใหม่ร่วมกับผู้รับเหมาตั้งช่องทางบริการที่สำนักงานเขตตั้นสุ่ยเป็นเวลา 3 วัน ติดต่อประสานและช่วยเหลือประชาชนและร้านค้าในการยื่นเรื่องขอชดเชย โดยนายเฝิงได้เน้นย้ำว่า"หากเป็นความเสียหายที่อยู่ในขอบเขตที่ประกันโครงการครอบคลุม เราจะให้ความช่วยเหลือในการดำเนินการ" นอกจากนี้ทางเทศบาลยังระบุว่าจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในสัปดาห์นี้ เพื่อตรวจสอบและชี้แจงความรับผิดชอบระหว่างผู้รับเหมากับการประปา
สำหรับมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำนายเฝิงยอมรับว่า เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าข้อมูลแผนผังท่อใต้ดิน"ยังแตกต่างจากสภาพจริงมาก" เขาอธิบายว่าโดยทั่วไปหากท่อประปาในพื้นที่ตัวเมืองแตก การประปาสามารถจ่ายน้ำสำรองจากท่ออื่นได้ แต่ในเขตตั้นสุ่ยค่อนข้างพิเศษ ทั้งพื้นที่ต้องพึ่งพาท่อใหญ่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตรเพียง 2 ท่อ หากท่อใดท่อหนึ่งแตก จะไม่สามารถเลือกอีกท่อมาจ่ายน้ำทดแทนได้ แรงดันน้ำในเขตเก่าและใหม่ก็ไม่สามารถทดแทนกันได้ นายเฝิงกล่าวว่าในอนาคตการก่อสร้างถนนตั้นเป่ยหรือโครงการอื่นๆ จะไม่สามารถพึ่งพาแผนผังเพียงอย่างเดียวได้ ทั้งนี้ยังต้องให้หน่วยงานโยธาร่วมกับการประปาใช้"เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ"เพื่อระบุตำแหน่งท่อ และหากจำเป็นก็ต้องขุดล่วงหน้าเพื่อยืนยันตำแหน่งก่อนขุดเสาเข็ม โดยเทศบาลจะร่วมมือกับบริษัทประปาอย่างต่อเนื่องเพื่อทบทวนการอัปเดตแผนผัง การใช้เครื่องตรวจสอบ และกระบวนการก่อสร้าง เพื่อลดความเสี่ยงการขุดท่อผิดพลาด ป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องขาดน้ำเป็นเวลานานอีก
