Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

อย่างงี้คุณจะว่าไง วันเสาร์ที่ 03 ม.ค.2569

“ภาวะขาดแคลนครู”กลายเป็นวิกฤตใหม่ของระบบการศึกษาของไต้หวัน(ภาพจาก udn news)
“ภาวะขาดแคลนครู”กลายเป็นวิกฤตใหม่ของระบบการศึกษาของไต้หวัน(ภาพจาก udn news)

ครูไต้หวันกำลังหมดไฟ ใครกำลังบั่นทอนจิตวิญญาณครู

เจิ้งอีหลิง (鄭伊玲) อดีตครูมัธยมต้น ย้อนเล่าความทรงจำในช่วงฝึกสอนประจำชั้น ครั้งนั้นมีนักเรียนคนหนึ่งปฏิเสธการไปโรงเรียน เบื่อหน่ายการเรียนและเคยคิดสั้น เมื่อการฝึกสอนสิ้นสุดลง นักเรียนคนดังกล่าวได้เขียนการ์ดใบใหญ่ให้เธอ ระบุว่าเพราะมีครูที่มองเห็นคุณค่าในการมีอยู่ของเขา เขาจึงตัดสินใจพยายามมีชีวิตต่อไป

ครูเจิ้งอีหลิงมีประสบการณ์สอนในระบบมากกว่า 13 ปี แม้จะรักอาชีพครูอย่างยิ่ง แต่สุดท้ายก็เลือกลาออกในปี 2025 เพื่อกลับไปศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา ท่ามกลางบริบทการศึกษาปัจจุบัน ครูต้องเผชิญแรงกดดันที่หนักหน่วงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เธอเล่าว่า เพื่อนร่วมรุ่นของเธอเคยถูกนักเรียนข่มขู่ตรง ๆ ระหว่างการจัดกลุ่มเรียนว่า คุณควรทำตามที่ห้องเราต้องการ ไม่อย่างนั้นทั้งเทอมนี้คุณจะลำบากแน่” เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ เธอเองก็เคยประสบมาเช่นกัน กิจกรรมการเรียนการสอนที่ครูตั้งใจออกแบบอย่างพิถีพิถัน กลับถูกลดทอนให้กลายเป็นงานบริการที่ต้องเอาใจนักเรียนและผู้ปกครอง

นอกเหนือจากการสอน ครูยังต้องเตรียมบทเรียนจนดึกดื่น ควบคู่กับภาระงานอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งงานธุรการ งานประจำชั้น การประชุม และการสื่อสารกับผู้ปกครอง ทำให้ต้องทำงานด้วยความระมัดระวังตลอดเวลา เมื่อคิดจะลาออก เธอลังเลอยู่นาน เพราะการศึกษาเป็นอาชีพที่เชื่อว่าอยากทำไปตลอดชีวิต แต่ท้ายที่สุด เหตุผลที่ตัดสินใจลาออก คือการวางตนเองในมุมมองของนักเรียน เธอบอกว่า ถ้าฉันบอกว่ารักนักเรียนมากเพียงใด ฉันก็ควรรักตัวเองให้มากเช่นนั้น เพราะสิ่งที่ฉันทำ คือแบบอย่างที่ฉันกำลังสอนนักเรียนอยู่”

        จากรายงานสถิติล่าสุดประจำปีว่าด้วยการผลิตและพัฒนาครู ระบุว่า ปี 2024 ทั่วไต้หวัน มีผู้ถือใบประกอบวิชาชีพครูมากกว่า 230,000 คน ในจำนวนนี้เป็นครูที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่จริง 133,505 คน รวมกับครูจ้างเหมาในโรงเรียนรัฐบาลอีกกว่า 21,000 คน คิดเป็นสัดส่วนครูที่ทำงานสอนเพียง 67.35% เท่านั้น นั่นหมายความว่า มีมากกว่าหนึ่งในสามเลือกไม่ประกอบาชีพครู โดยกลุ่มคนเหล่านี้ถูกเรียกว่า “กำลังสำรองด้านครู” ซึ่งมีจำนวนสูงถึงกว่า 75,000 คน

        เลี่ยวอิ๋งจื๋อ (廖瑩職) ครูประจำชั้นโรงเรียนประถมซิ่วหลาง นครนิวไทเป เดินดูการเรียนรู้ของนักเรียนพร้อมให้คำแนะนำตลอดคาบ ในฐานะครูประจำชั้น เธอต้องสอนทั้งภาษาจีน คณิตศาสตร์ และจัดวิชาบูรณาการ ควบคู่กับงานธุรการในตำแหน่งหัวหน้าระดับชั้น ช่วงพักยังต้องรับฟังปัญหานักเรียน และรีบตรวจการบ้านทันทีเมื่อมีเวลา การตรวจไม่ใช่ดูแค่คำตอบ แต่ต้องไล่ขั้นตอน วิธีคิด และสัญลักษณ์อย่างละเอียด หนังสือเรียนที่เต็มไปด้วยบันทึกสะท้อนการเตรียมสอนอย่างหนัก เธอมาถึงโรงเรียนตั้งแต่เช้าตรู่ และหลังเลิกเรียนลูกก็มักต้องอยู่ทำงานต่อกับแม่ เธอยอมรับว่าแทบไม่มีเวลาทำอาหารเย็น ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์กับผู้ปกครองตึงเครียดขึ้น การสื่อสารต้องละเอียดถึงขั้นโทรอธิบายเป็นรายกรณี ครูจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญการร้องเรียนตรงถึงหน่วยงานรัฐ โดยไม่ผ่านโรงเรียน

ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี ครูเลี่ยวเห็นครูรอบตัวจำนวนมากคิดเกษียณก่อนกำหนด โรงเรียนซิ่วหลางซึ่งมีนักเรียนกว่า 3,000 คน จัดตารางสอนได้ยาก และปีการศึกษา 2025 ยังรับครูได้ครบเพียงวันก่อนเปิดเทอมเท่านั้น ข้อมูลกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า ณ วันที่ 25 สิงหาคม โรงเรียนรัฐทั่วประเทศ 3,303 แห่ง ยังขาดครูจ้างเหมารวม 1,429 ตำแหน่ง บางแห่งเปิดเทอมแล้วแต่ยังมีครูไม่ครบ

หลินจื่อปิน(林子斌) ศ.พิเศษด้านศึกษาศาสตร์ ม.ครูแห่งชาติไต้หวัน ชี้ว่าสภาพการศึกษาปัจจุบัน “พังทลายอย่างรุนแรง” โรงเรียนบางแห่งเปิดรับสมัครครูภาษาอังกฤษถึง 23 ครั้งก็ยังไม่มีผู้สมัคร ต้องให้นักศึกษาภาษาอังกฤษช่วยสอนชั่วคราว นอกจากนี้ค่าตอบแทนสอนเกินเวลาของครูได้เพียงชั่วโมงละ 300–400 เหรียญไต้หวัน ต่ำกว่าค่าสอนพิเศษของนักศึกษา ขณะที่เงินเพิ่มสำหรับครูประจำชั้นมีเพียง 3,000 เหรียญไต้หวัน ปัญหาการขาดครูไม่เพียงกระทบคุณภาพการเรียนของเด็ก แต่ยังลดความสามารถไต้หวันในการดึงดูดบุคลากรต่างชาติ

        จางซู่ฮัว(張素花) ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมซวงเหลียน กรุงไทเป ซึ่งทำงานในวงการศึกษามากว่า 40 ปี กล่าวว่า เธอรู้สึกเห็นใจครูในยุคปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะ LINE ทำให้ผู้ปกครองบางรายส่งข้อความหาครูในช่วงสองทุ่ม สามทุ่ม หรือแม้กระทั่งดึกกว่านั้น และคาดหวังให้ครูตอบกลับทันที ราวกับว่าครูต้องพร้อมให้บริการตลอดเวลา ครูหนึ่งคนต้องดูแลนักเรียน 20–30 ครอบครัว และผู้ปกครองบางส่วนยังมักชี้นำหรือแทรกแซงการสอน ทำให้ความเป็นมืออาชีพของครูไม่ได้รับการเคารพ

        แม้จำนวนเด็กลดลง แต่ภาระงานกลับเพิ่ม ทั้งดูแลหลังเลิกเรียน กิจกรรมชมรม นโยบายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ การประชุม และจัดการเหตุการณ์ต่าง ๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่ธุรการไม่เพิ่ม ครูจึงต้องรับงานบริหารควบคู่ เธอจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มบุคลากรฝ่ายธุรการ เพื่อให้ครูทุ่มเทกับการสอนได้เต็มที่ และช่วยคลี่คลายปัญหาการขาดแคลนครู

        โหวจวิ้นเหลียง(侯俊良) ประธานสมาพันธ์สหภาพครูแห่งชาติ วิพากษ์วิจารณ์ระบบ “การประชุมกิจการโรงเรียน” ในปัจจุบัน โดยระบุว่า เดิมทีระบบนี้ควรใช้พิจารณากรณีร้ายแรง เช่น การกลั่นแกล้งหรือครูที่ไม่เหมาะสม แต่ปัจจุบันกลับถูกนำมาใช้กับกรณีเล็กน้อยจำนวนมาก บางกรณีเป็นเพียงข้อร้องเรียนจากความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างผู้ปกครองกับครู การสอบสวนแต่ละครั้งกินเวลาสองถึงสามเดือน ทำให้ครูต้องทำงานภายใต้แรงกดดันทางอารมณ์และไม่สามารถมุ่งสมาธิกับการสอนได้ สมาพันธ์ครูจึงเรียกร้องให้ยกเลิกระบบการประชุมกิจการโรงเรียนดังกล่าว

        ด้าน เจิงฉงฮุ่ย(曾瓊慧) ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมาย โดยจะยกเลิกข้อยกเว้นที่อนุญาตให้ร้องเรียนแบบไม่เปิดเผยตัวตน และกำหนดให้ผู้ร้องเรียนต้องรับผิดชอบต่อการร้องเรียนของตน อย่างไรก็ตาม สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ยอมรับว่า หากยังไม่มีมาตรการรองรับที่รอบด้านเพียงพอ ก็ยังไม่สามารถยกเลิกระบบการประชุมกิจการโรงเรียนได้ ขณะที่สมาพันธ์ครูเห็นว่า ไม่ควรปล่อยให้ครูทุกคนต้องบอบช้ำทางจิตใจ เพียงเพราะมีครูที่ไม่เหมาะสมอยู่เพียงส่วนน้อย

        ในรายวิชาบังคับ ระเบียบวิธีวิจัยทางการศึกษา” ของภาควิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยครูแห่งชาติไต้หวัน มีนักศึกษาสองกลุ่มเลือกหัวข้อ “การขาดแคลนครู” เป็นประเด็นรายงาน นักศึกษาแซ่เซี่ย รายหนึ่งกล่าวว่า สมาชิกทั้งสี่ในกลุ่มล้วนเป็นนักศึกษาครู แต่ยิ่งเรียนไปก็ยิ่งเกิดคำถามกับการเป็นครู เขามองว่า นอกเหนือจากเรื่องรายได้แล้ว สิ่งที่ครูให้ความสำคัญมากกว่าคือ การได้แสดงความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริงบนเวทีหน้าชั้นเรียน ขณะที่นักศึกษาแซ่ลวี่ อีกรายหนึ่งแบ่งปันว่า ตลอดเส้นทางการศึกษา เธอได้รับความช่วยเหลือจากครูหลายคน และได้สัมผัสพลังของการศึกษาอย่างแท้จริง จึงหวังจะก้าวมาเป็นครู เพื่อถ่ายทอดและตอบแทนสังคมต่อไป

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解