Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language

Formosa Dream Chasers - Programs - RTI Radio Taiwan International-logo

รายการ
| รายการล่าสุด
เลือกรายการ
ผู้จัดรายการ ตารางรายการ
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 23 ธ.ค.2568

ไต้หวันทิ้งร่มราว 30 ล้านคันต่อปี ส่วนใหญ่ใช้ไม่นานก็ถูกลืมหรือทิ้งไว้ตามสวนสาธารณะ สถานีรถไฟฟ้า และร้านสะดวกซื้อ(photo: Shutterstock)
ไต้หวันทิ้งร่มราว 30 ล้านคันต่อปี ส่วนใหญ่ใช้ไม่นานก็ถูกลืมหรือทิ้งไว้ตามสวนสาธารณะ สถานีรถไฟฟ้า และร้านสะดวกซื้อ(photo: Shutterstock)

เศรษฐกิจหมุนเวียนในไต้หวัน : พัฒนาร่มเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ ส่งเสริมร่มแชร์ริ่ง คิดใหม่เรื่องการใช้ทรัพยากร

ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญฝนตกบ่อย โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ ส่งผลให้ “ร่ม” กลายเป็นของใช้ประจำวัน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งกำเนิดขยะจำนวนมหาศาล สถิติชี้ว่าไต้หวันมีการทิ้งร่มมากถึงราว 30 ล้านคันต่อปี ร่มจำนวนมากถูกซื้อมาใช้เพียงช่วงสั้น ๆ แล้วก็ถูกลืมหรือทิ้งไว้ตามสวนสาธารณะ สถานีรถไฟฟ้า หรือร้านสะดวกซื้อ ปัญหานี้สะท้อนข้อจำกัดของรูปแบบการบริโภคที่สิ้นเปลือง และกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ไต้หวันเดินหน้าสู่ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” อย่างจริงจัง

หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือ ร่มแบบเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ ซึ่งพัฒนาโดยผู้ประกอบการไต้หวัน แนวคิดสำคัญคือการออกแบบตั้งแต่ต้นทางให้ร่มสามารถถอดประกอบและเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสียหาย เช่น ซี่ร่ม แกน หรือผ้าร่ม แทนการทิ้งทั้งคัน ร่มหนึ่งคันสามารถซ่อมแซมและนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง ช่วยยืดอายุการใช้งาน ลดขยะ และลดภาระต่อระบบรีไซเคิลที่มักประสบปัญหาเพราะร่มเป็นวัสดุผสมหลายชนิด ทั้งโลหะ ผ้า และพลาสติก แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เน้น “ออกแบบเพื่อการซ่อมและการใช้ซ้ำ” มากกว่าการจัดการขยะปลายทางเพียงอย่างเดียว

ขณะเดียวกัน อีกนวัตกรรมที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัดคือ บริการร่มแชร์ริ่ง หรือการให้ยืมร่มตามจุดต่าง ๆ ในเมือง บริการร่มแชร์ริ่งเปลี่ยนแนวคิด ลดการมีของใช้ส่วนบุคคลหันมาใช้ของสาธารณะที่หมุนเวียนได้ ผู้ใช้สามารถยืมเมื่อฝนตกและคืนเมื่อใช้งานเสร็จ ลดความจำเป็นในการซื้อร่ม

เบื้องหลังระบบแชร์ริ่งคือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น AIoT ในการติดตามตำแหน่ง การใช้งาน และการกระจายร่มให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและความต้องการของแต่ละพื้นที่ เทคโนโลยีจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มความสะดวก แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดการสูญเปล่าในระดับเมือง

เมื่อมองภาพรวม ร่มเปลี่ยนชิ้นส่วนได้และร่มแชร์ริ่งทำหน้าที่คนละจุดในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่กลับเกื้อหนุนกันอย่างชัดเจน ร่มเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ช่วยยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ขณะที่ร่มแชร์ริ่งช่วยเพิ่มอัตราการใช้งานผลิตภัณฑ์ ทั้งสองแนวคิดร่วมกันลดความต้องการผลิตใหม่ ลดขยะ และปลูกฝังแนวคิด “สิทธิ์ในการใช้แทนการเป็นเจ้าของ”

กรณีของไต้หวันสะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือจำกัดอยู่แค่ภาคอุตสาหกรรมหนัก แต่สามารถเริ่มต้นจากของใช้ใกล้ตัวอย่าง “ร่ม” ได้อย่างเป็นรูปธรรม การออกแบบที่คิดถึงการซ่อม การใช้ซ้ำ และการแชร์ คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เมืองเดินหน้าไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดภาระต่อทั้งผู้บริโภคและโลกใบนี้ในระยะยาว

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解